ใส่หูฟังทำงาน ไม่ได้แปลว่าไม่ตั้งใจทำงานเสมอไป

บทความ · HR Management · Workplace Culture

⬛ HR Insight

ใส่หูฟังทำงาน ไม่ได้แปลว่าไม่ตั้งใจทำงานเสมอไป

“หูฟังคู่เดียวกัน เพลงชุดเดียวกัน แต่ต่างกันได้ขนาดนี้ ขึ้นอยู่กับเรื่องที่คนรอบข้างเล่าให้ตัวเองฟัง”


มีความเชื่อหนึ่งที่ผมได้ยินจากผู้จัดการหลายคนซ้ำๆ กัน นั่นคือ “ถ้าใส่หูฟังทำงาน แสดงว่าไม่ค่อยสนใจงานเท่าไหร่”

ผมคิดว่าความเชื่อนี้ไม่ครบครับ

เพราะในประสบการณ์ของผม คนที่ใส่หูฟังทำงานหนักที่สุดในออฟฟิศก็มีให้เห็นเยอะ และคนที่ไม่ใส่หูฟังแต่ใจล่องลอยไปที่อื่นก็มีไม่น้อยกว่ากัน ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่หูฟัง แต่อยู่ที่ว่าเราตีความหูฟังว่าหมายความว่าอะไร


สิ่งที่เห็น กับสิ่งที่เป็น

ในที่ทำงานยุคนี้ เราคงเห็นภาพนี้จนชินตา พนักงานนั่งทำงานอยู่หน้าจอ ใส่หูฟัง เปิดเพลงเบาๆ แล้วก้มหน้าทำงานของตัวเองไป หลายคนใช้เพลงเป็นเครื่องมือช่วยให้มีสมาธิ บางคนใช้เพื่อตัดเสียงรบกวน บางคนใช้เพื่อปรับอารมณ์ให้พร้อมทำงาน

ถ้ามองแบบง่ายๆ เรื่องนี้ก็ดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไร ถ้างานยังออกมาดี ผลลัพธ์ยังได้ตามเป้า ก็น่าจะเป็นแค่วิธีทำงานส่วนบุคคล ไม่ต่างจากคนที่ชอบดื่มกาแฟตอนเช้า หรือคนที่ต้องจัดโต๊ะให้เป็นระเบียบก่อนเริ่ม

แต่เรื่องที่น่าสนใจคือ ในองค์กร สิ่งที่เราทำไม่ได้ถูกตีความจากเจตนาของเราเพียงอย่างเดียว แต่มักถูกตีความจากภาพที่คนอื่นเห็นด้วย

คนที่ใส่หูฟังอาจกำลังตั้งใจทำงานมากกว่าปกติ แต่เพื่อนร่วมงานที่เดินผ่านอาจมองว่าเขากำลังแยกตัว ไม่สนใจทีม หรือกำลังเพลิดเพลินกับอะไรบางอย่างมากกว่างาน และเมื่อการรับรู้เปลี่ยน พฤติกรรมของคนรอบข้างก็เปลี่ยนตาม เขาอาจให้ความช่วยเหลือน้อยลง ไม่ค่อยส่งต่อข้อมูล หรือในบางกรณีเริ่มแสดงท่าทีหงุดหงิด ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากผลงานจริง แต่เกิดจากเรื่องเล่าในใจที่คนอื่นสร้างขึ้นจากสิ่งที่เห็น

“ในองค์กร สิ่งที่เราทำไม่ได้ถูกตีความจากเจตนาของเราเพียงอย่างเดียว แต่มักถูกตีความจากภาพที่คนอื่นเห็น”

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Personnel Psychology ศึกษาพนักงานกว่า 2,700 คน พบสิ่งที่น่าสนใจมากครับ นักวิจัยพบว่าเพื่อนร่วมงานมักตีความการฟังเพลงออกเป็นสองทาง ทางแรกคือมองว่าฟังเพื่อความสนุกหรือฆ่าเวลา ทางที่สองคือมองว่าฟังเพื่อช่วยให้จดจ่อกับงาน และผลที่ตามมาแตกต่างกันมาก ถ้าตีความว่า “ฟังเพื่อความสนุก” คนรอบข้างจะมองว่าคนนั้นไม่ค่อยทุ่มเทกับงาน ให้ความช่วยเหลือน้อยลง และบางกรณีถึงขั้นแสดงพฤติกรรมไม่สุภาพ แต่ถ้าตีความว่า “ฟังเพื่อช่วยให้จดจ่อ” ผลกระทบเหล่านั้นก็หายไป

หูฟังคู่เดียวกัน เพลงชุดเดียวกัน แต่ต่างกันได้ขนาดนี้ ขึ้นอยู่กับเรื่องที่คนรอบข้างเล่าให้ตัวเองฟัง


แล้วจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้

สิ่งที่นักวิจัยพบอีกอย่างคือ สัญญาณเล็กๆ ที่เราแสดงออกมามีผลมากกว่าที่คิด การโยกหัว ร้องเพลงเบาๆ หรือเคาะโต๊ะตามจังหวะ ทำให้คนรอบข้างรีบสรุปว่าเรากำลังสนุกกับเพลงมากกว่าทำงาน ทั้งที่เราอาจกำลังจดจ่ออยู่กับงานเต็มๆ

แต่สิ่งที่ช่วยได้มากที่สุดกลับง่ายมาก นั่นคือการบอกให้คนอื่นรู้ก่อนที่เขาจะตีความเอง ไม่ต้องประกาศ playlist ไม่ต้องออกมาแถลงการณ์ แค่พูดสั้นๆ ว่า “ขอใส่หูฟังสักพักนะครับ กำลังจะปิดงานรายงานนี้ให้เสร็จ” หรือ “ช่วงนี้ขอโฟกัสงานลึกสักชั่วโมง ถ้ามีเรื่องด่วนทักแชตได้เลย” แค่นั้นพอครับ

❌ คำถามที่ควรเลี่ยง

“ทำไมถึงฟังเพลงตลอด”
— ฟังดูเหมือนกำลังจับผิด

✓ คำถามที่ได้ผลกว่า

“ตอนนี้กำลัง Focus กับงานอะไรอยู่ครับ”
— เปิดโอกาสให้ทีมอธิบาย


ทำงานให้ดีอย่างเดียวอาจไม่พอ

ความสามารถในการทำงานให้ดีอย่างเดียวอาจไม่พอในองค์กรยุคนี้ครับ เราต้องทำให้คนอื่นเข้าใจวิธีทำงานของเราด้วย

“ในองค์กร การทำงานไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในหัวของเรา แต่มันเกิดขึ้นในสายตา ความรู้สึก และการตีความของคนรอบข้างด้วยเสมอ”

โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑