บทความ · HR Management · KPI & Performance
⬛ HR Insight
ทำไมทุกคนทำ KPI ได้เป้า แต่องค์กรกลับไปไม่ถึงเป้าหมาย มันเกิดอะไรขึ้น (ตอนที่ 2)
“มันเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายจากคู่แข่งเป็นคู่หู โดยไม่ต้องสั่งให้ใครรักกันเลยสักคำ”
ในตอนที่แล้ว ผมเล่าถึงห้องประชุมที่ทุกฝ่ายทำ KPI ได้ตามเป้า แต่กำไรของบริษัทกลับลดลง และสรุปว่าต้นตอของปัญหาอยู่ที่การตั้ง KPI ผิดลำดับ คือเริ่มจากตำแหน่งงานแทนที่จะเริ่มจากเป้าองค์กร เราเลยได้ข้อสรุปว่าลำดับที่ถูกต้องคือเริ่มจากเป้าองค์กร แล้ว cascade ลงสู่ฝ่าย และลงสู่ตำแหน่งงานเป็นขั้นสุดท้าย โดยทุกชั้นต้องมีเส้นสายตาเชื่อมขึ้นไปหาเป้าองค์กร
แต่ผมทิ้งท้ายไว้ว่าแค่นั้นยังไม่พอ ตอนนี้เราจะมาดูกันว่าทำไม
แค่เชื่อมแกนตั้งยังไม่พอ ต้องเชื่อมแกนนอนด้วย
สมมติว่าเราทำถูกทุกอย่างตามที่ว่าในตอนที่แล้ว เราเริ่มจากเป้าองค์กร แล้ว cascade ลงมาจนถึงตำแหน่งงานเรียบร้อย ทุกฝ่ายมีเส้นสายตาเชื่อมขึ้นไปถึงเป้าองค์กรหมด
พอแค่นี้ไหมครับ
ผมบอกเลยว่ายังไม่พอ และนี่คือจุดที่องค์กรส่วนใหญ่พลาด
เพราะการ cascade ลงมาจากบนสู่ล่าง มันแก้ได้แค่ปัญหาแกนตั้ง คือทำให้งานของแต่ละฝ่ายเชื่อมขึ้นไปหาเป้าองค์กร แต่มันยังไม่ได้แก้ปัญหาว่า ฝ่ายต่างๆ ในระดับเดียวกันมันเชื่อมกันเองหรือเปล่า
ลองนึกภาพองค์กรที่แต่ละฝ่ายมีเส้นเชื่อมขึ้นไปหาเป้าองค์กรของตัวเอง แต่ไม่มีเส้นเชื่อมระหว่างฝ่ายเลย มันก็จะกลายเป็นไซโล คือต่างคนต่างวิ่งขึ้นข้างบนในเลนของตัวเอง ไม่มองซ้ายมองขวา ซึ่งสุดท้ายก็กลับไปชนกันอยู่ดี
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องเชื่อม KPI ในแกนนอนด้วย
หลักการของแกนนอนง่ายมากครับ คืองานของเกือบทุกหน่วยงานในองค์กร มันไม่ได้จบในตัวเอง ผลงานที่ฝ่ายหนึ่งทำเสร็จ มักกลายเป็นวัตถุดิบหรือจุดเริ่มต้นของงานอีกฝ่ายหนึ่ง พูดง่ายๆ คือสิ่งที่เป็นผลลัพธ์ของฝ่ายหนึ่ง เป็นปัจจัยนำเข้าของอีกฝ่ายหนึ่ง
🔗 ทุกฝ่ายเป็นข้อต่อในสายพานเดียวกัน
ฝ่ายขายปิดดีลมาได้ ฝ่ายผลิตต้องผลิตให้ทัน ฝ่ายผลิตทำเสร็จ ฝ่ายจัดส่งต้องส่งให้ตรงเวลา ฝ่ายจัดส่งส่งของถึงมือลูกค้า ฝ่ายการเงินถึงจะเก็บเงินได้ ทุกฝ่ายเป็นข้อต่อในสายพานเดียวกัน
เพราะอย่างนี้ เวลาวาง KPI เราถึงต้องนั่งดูด้วยว่า ผลงานของฝ่ายไหนเป็นจุดเริ่มต้นของงานฝ่ายไหน แล้วจุดต่อระหว่างฝ่ายเหล่านั้น เราเอามาตั้งเป็นเป้าร่วมกันได้ไหม
🎯 เป้าร่วม (Shared KPI)
เป้าร่วมแบบนี้ในวงการเรียกกันว่า shared KPI คือเป็นตัวเลขที่ฝ่ายหนึ่งจะทำสำเร็จคนเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยอีกฝ่ายช่วย และถ้าทำสำเร็จ ทั้งสองฝ่ายได้ด้วยกัน ถ้าล้มเหลว ก็ล้มด้วยกัน
ลองคิดดูนะครับ สมมติฝ่ายขายกับฝ่ายผลิตมีตัวเลขหนึ่งที่ผูกไว้ด้วยกัน เช่น การส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้ตรงเวลา ตัวเลขนี้จะสำเร็จได้ ฝ่ายขายต้องพยากรณ์ความต้องการให้แม่น และฝ่ายผลิตต้องวางแผนการผลิตให้ดี ขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปก็ไม่สำเร็จ พอเป็นแบบนี้ สองฝ่ายจะยังมานั่งทะเลาะกันอยู่ไหม หรือจะหันมาคุยกันว่าทำยังไงให้ตัวเลขนี้ถึงเป้าด้วยกัน
นี่แหละคือพลังของการเชื่อมแกนนอน มันเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายจากคู่แข่งเป็นคู่หู โดยไม่ต้องสั่งให้ใครรักกันเลยสักคำ
⚠️ กับดักของเป้าร่วมที่ต้องระวัง
แต่เป้าร่วมก็มีกับดักที่ต้องระวังครับ ถ้าใช้พร่ำเพรื่อไป พอผลงานพลาดขึ้นมา มันจะกลายเป็นเวทีโยนกันว่าเป็นความผิดของใคร แล้วการทะเลาะก็กลับมาในร่างใหม่ ผมเลยแนะนำว่าให้ตั้งเป้าร่วมเฉพาะจุดที่ทั้งสองฝ่ายคุมผลลัพธ์ได้จริงทั้งคู่เท่านั้น และต้องมีเป้าเฉพาะตัวของแต่ละฝ่ายควบคู่ไปด้วยเสมอ เพื่อให้ยังรู้ว่าใครรับผิดชอบอะไร เป้าร่วมมีไว้ให้คนหันหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่มีไว้ให้คนหลบหลังกัน
แล้วถ้าเป้ามันขัดกันโดยธรรมชาติล่ะ
เป้าร่วมและการเชื่อมแกนนอน ใช้ได้ดีกับงานที่มันต่อกันเป็นสายพานตรงๆ แต่คำถามที่ยากกว่านั้นคือ ถ้าเป้าของสองฝ่ายมันขัดกันโดยธรรมชาติเลยล่ะ
อย่างฝ่ายขายที่อยากปล่อยเครดิตยาวเพื่อปิดยอด กับฝ่ายการเงินที่อยากเครดิตสั้นเพื่อลดหนี้เสีย สองเป้านี้ดูเผินๆ เหมือนจะอยู่ด้วยกันไม่ได้เลย แล้วเราจะออกแบบตัวเลขให้มันส่งเสริมกันแทนที่จะขัดกันได้อย่างไร
“นั่นคือเรื่องที่ผมจะเล่าในตอนสุดท้ายครับ”
โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting
ใส่ความเห็น