บทความ · HR Management · People Management
⬛ HR Insight
พนักงาน Toxic ไม่ได้ทำลายงาน แต่ทำลายคน
“การปกป้องคนที่ทำงานดีจากคนที่ทำลายบรรยากาศ คือหน้าที่ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของผู้นำในองค์กร”
มีผู้จัดการท่านหนึ่งเคยบอกผมว่า “คนนี้ทำงานได้นะ แค่บุคลิกมันไม่ค่อยดี”
ผมฟังแล้วนิ่งไปสักครู่ก่อนจะถามกลับว่า “แล้วคนอื่นในทีมเป็นอย่างไรบ้างหลังจากทำงานกับเขา?”
คำตอบที่ได้คือ “ก็… หลายคนเริ่มเงียบลง ไม่ค่อยเสนอความเห็น และมีสองคนที่ขอย้ายทีมแล้ว”
นั่นแหละคือต้นทุนที่แท้จริงของพนักงาน toxic ไม่ใช่ผลงานของเขาที่แย่ลง แต่คือผลงานของคนรอบข้างที่พังลงทีละน้อย
ทำไมเราถึงปล่อยให้มันเกิดขึ้น
เหตุผลที่องค์กรหลายแห่งยังทนกับพนักงาน toxic อยู่นั้นเข้าใจได้ เพราะพวกเขามักไม่ได้ทำผิดกฎ ผลงานตัวเองก็พอไปได้ และบางคนก็มีทักษะเฉพาะที่ยากจะหาคนทดแทน
แต่สิ่งที่ผู้จัดการมักมองข้ามคือ พนักงาน toxic ไม่ได้ทำร้ายองค์กรด้วยการทำงานแย่ แต่ด้วยการดูดพลังงานของคนที่ทำงานดีออกไปทีละนิด
งานวิจัยที่อ้างอิงโดย Workhuman พบว่าพนักงานที่ทำงานร่วมกับคนที่มีพฤติกรรม toxic มีแนวโน้มพัฒนาพฤติกรรมแบบเดียวกันตามไปด้วย หมายความว่าถ้าปล่อยให้คนแบบนี้อยู่ในทีมนานพอ วัฒนธรรมทั้งทีมก็เริ่มเปลี่ยนโดยไม่มีใครสังเกตเห็น
5 พฤติกรรมที่บอกว่าคนนี้คือ Toxic Employee
01 บ่นไม่หยุด มองทุกอย่างเป็นปัญหา
พนักงานกลุ่มนี้มีทัศนคติติดลบเรื้อรัง บ่นเรื่องงาน เพื่อนร่วมงาน หรือนโยบายบริษัทแทบไม่เว้นวัน แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าการบ่นคือพลังงานลบของพวกเขาแพร่กระจายได้เหมือนโรค ใครคิดจะเสนอไอเดียใหม่ก็โดนตอบว่า “มันไม่ได้ผลหรอก” หรือ “ทำไปก็เสียเวลาเปล่า” นานเข้าทีมก็เริ่มเงียบ ไม่มีใครอยากเสนออะไรอีกเพราะรู้ว่าจะโดนดับฝัน
02 ไม่รับผิดชอบ โทษคนอื่นทุกครั้ง
เมื่อมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น จะหาคนรับโทษได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น “สั่งมาไม่ชัด” “ข้อมูลไม่ครบ” หรือ “ทีมอื่นไม่ส่งงานมาให้” พวกเขาเล่นบทเหยื่อได้เนียนมาก บ่นว่าตัวเองไม่มีอำนาจควบคุมงาน ทั้งที่แทบไม่เคยพยายามแก้ปัญหาอะไรเลย ผลที่เกิดขึ้นคือคนรอบข้างเริ่มระแวง ไม่กล้าทำงานร่วม เพราะรู้ว่าถ้าพลาดขึ้นมา ตัวเองจะเป็นคนโดนโทษ
03 นินทา สร้างดราม่า แบ่งพรรคแบ่งพวก
พนักงานกลุ่มนี้มักมีเสน่ห์ในการดึงคนเข้ากลุ่ม สร้างบรรยากาศ “พวกเรา vs พวกเขา” และใช้ความสัมพันธ์นั้นเพื่อแบ่งแยกมากกว่าสร้างความสามัคคี ข้อมูลที่ควรเป็นความลับก็หลุดออกไป ความขัดแย้งเล็กๆ ถูกขยายจนใหญ่โต และทีมที่เคยทำงานร่วมกันได้ก็เริ่มแตกแยกโดยไม่รู้ตัว
04 ทำลายเพื่อนร่วมงานเพื่อยกตัวเอง
พวกเขาสร้างตัวเองขึ้นมาโดยการกดคนอื่นลงไป ดูถูกความสำเร็จของคนอื่น พยายามทำให้ผลงานของเพื่อนร่วมงานดูด้อยค่า และบางครั้งฉกเอาหน้าคนอื่นไปเป็นของตัวเอง อาจเป็นการพูดแทรกในประชุมว่าไอเดียของเพื่อนไม่ดีพอ หรือพูดกับหัวหน้าเบื้องหลัง ผลคือบรรยากาศในทีมไม่ปลอดภัย ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดหรือความเห็นอย่างแท้จริง
05 รับ Feedback ไม่ได้ ต่อต้านทุกอย่าง
เมื่อถูกให้ Feedback เชิงสร้างสรรค์ จะปิดตัว โต้เถียง หรือหาทางเบี่ยงเบนประเด็น ไม่ว่าจะพูดดีแค่ไหนก็จะถูกมองว่าโจมตีส่วนตัว นอกจากนี้ยังต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบใหม่ กระบวนการใหม่ หรือนโยบายใหม่ ซึ่งในยุคที่องค์กรต้องปรับตัวตลอดเวลา คนแบบนี้กลายเป็นหินก้อนใหญ่ที่ขวางกระแสน้ำ
แล้วผู้จัดการและ HR ควรทำอย่างไร
สิ่งแรกที่ต้องทำคือยอมรับว่าปัญหานี้มีอยู่จริง เพราะหลายองค์กรเลือกที่จะมองข้ามหรือบอกตัวเองว่า “มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น”
แต่ถ้าคนดีในทีมเริ่มเงียบลง เริ่มขอย้าย หรือเริ่มลาออก นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจนว่าต้นทุนของการปล่อยให้สิ่งนี้ดำเนินต่อไปนั้นสูงกว่าที่คิดแล้ว
การจัดการพนักงาน toxic ไม่ใช่เรื่องของการลงโทษหรือการไล่ออกเสมอไป แต่คือการพูดคุยตรงๆ ให้ Feedback อย่างชัดเจน กำหนดความคาดหวังที่ชัดเจน และถ้าพฤติกรรมไม่เปลี่ยน ก็ต้องตัดสินใจด้วยความรับผิดชอบต่อคนอื่นในทีม
คนดีในทีมของคุณกำลังเงียบลงหรือเปล่า?
พนักงาน toxic อาจไม่ได้ทำผิดกฎ แต่กำลังทำลายสิ่งที่มีค่ากว่า นั่นคือบรรยากาศที่ทำให้คนดีอยากทุ่มเท ถ้าปล่อยไว้นานพอ วัฒนธรรมของทีมทั้งทีมจะเปลี่ยนไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็น
“การปกป้องคนที่ทำงานดีจากคนที่ทำลายบรรยากาศ คือหน้าที่ที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของผู้นำในองค์กร”
โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting
ใส่ความเห็น