บทความ · HR Management · Compensation Strategy
⬛ HR Insight
ค่าตอบแทนไม่ใช่ต้นทุน แต่คือตัวเร่งผลงานองค์กร
“ถ้าองค์กรจ่ายเพื่อรักษาคนไว้เฉย ๆ ก็จะได้คนที่อยู่ต่อ แต่ไม่ได้แปลว่าจะได้คนที่สร้างผลงานมากขึ้น”
มีงานวิจัยจาก McKinsey ที่ผมชอบอ้างถึงบ่อยมากครับ
พบว่าองค์กรที่ออกแบบระบบค่าตอบแทนเพื่อเร่งผลงาน มีผลิตภาพสูงกว่าองค์กรที่ออกแบบระบบเพื่อ “รักษาคนไว้” ถึง 2 เท่า
สองเท่าครับ จากระบบค่าตอบแทนอย่างเดียว
แต่ถ้าถามว่าองค์กรส่วนใหญ่ออกแบบระบบค่าตอบแทนเพื่ออะไร คำตอบที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือ “เพื่อดึงดูดและรักษาคน” หรือ “เพื่อให้แข่งขันได้กับตลาด”
ไม่ผิดครับ แต่มันยังไม่พอ
ผมสังเกตว่าหลายองค์กรมองค่าตอบแทนเป็นต้นทุนที่ต้องควบคุมให้อยู่ในงบ ทุกปีก็วนซ้ำเรื่องเดิม ตลาดขึ้นเท่าไหร่ เราขึ้นเท่าไหร่ โบนัสปีนี้กี่เดือน แต่มีคำถามที่แทบไม่เคยถามเลยครับ
“ระบบค่าตอบแทนที่มีอยู่ มันกำลังเร่งผลงานขององค์กรอยู่ไหม”
ค่าตอบแทนที่เร่งผลงานได้จริง ต้องตอบ 3 คำถามให้ชัดก่อน
01 เราอยากให้คนสร้างผลงานแบบไหน?
ไม่ใช่แค่ “ผลงานดี” แต่ดีแบบไหน วัดจากอะไร ในกรอบเวลาเท่าไหร่ และแต่ละตำแหน่งควรสร้างผลลัพธ์อะไร ถ้าตอบไม่ได้ ระบบค่าตอบแทนก็จะให้รางวัลกับสิ่งที่วัดได้ง่าย ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญจริง
02 เราอยากเร่งพฤติกรรมอะไร?
พฤติกรรมกับผลงานต่างกันครับ ผลงานคือสิ่งที่เกิดขึ้น พฤติกรรมคือสิ่งที่ทำให้มันเกิด องค์กรที่อยากโตเร็วอาจต้องการเร่งพฤติกรรมอย่าง การตัดสินใจเร็ว การทดลองสิ่งใหม่ หรือการข้ามฝ่ายไปช่วยกันโดยไม่รอให้ใครสั่ง แต่ถ้าระบบค่าตอบแทนไม่ได้ให้รางวัลกับพฤติกรรมเหล่านั้น ก็ไม่ได้เร่งอะไรทั้งนั้น
03 เราพร้อมจ่ายมากขึ้นให้กับผลงานที่มากขึ้นไหม?
นี่คือคำถามที่ทำให้หลายองค์กรนิ่งครับ เพราะพูดว่า “อยากได้คนเก่ง อยากได้ผลงานสูง” นั้นง่าย แต่การยอมให้ความแตกต่างของผลงานสะท้อนออกมาในรายได้อย่างเห็นได้ชัด อันนั้นต้องใช้ความกล้า ถ้าคนที่ทำได้มากกับคนที่ทำได้ปานกลางได้รับรางวัลต่างกันแค่นิดเดียว ระบบนั้นก็แค่จ่ายไปวัน ๆ ครับ ไม่ได้เร่งอะไร
แล้วถ้าเร่ง จะทำให้คนแข่งกันจนไม่ยอมทำงานด้วยกันไหม
นี่คือคำถามที่ผมเจอในห้องประชุมบ่อยมากครับ และเป็นคำถามที่สมเหตุสมผล
ความกังวลนั้นเกิดขึ้นเมื่อระบบให้รางวัลกับผลงานของตัวเองอย่างเดียว โดยไม่นับการมีส่วนร่วมต่อทีมและองค์กรเลย ถ้าวัดแค่ยอดขายของแต่ละคน แต่ไม่มีส่วนไหนของรางวัลที่เกี่ยวกับการช่วยเพื่อนในทีม ก็ไม่ต้องแปลกใจที่คนจะวิ่งหาผลงานของตัวเองและปล่อยให้คนอื่นสู้ไปคนเดียว
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของการสร้างความแตกต่างครับ นั่นคือปัญหาของการออกแบบที่วัดผลไม่ครบ
องค์กรที่ทำเรื่องนี้ได้ดีจะออกแบบให้รางวัลครอบคลุมสองด้านพร้อมกัน ด้านแรกคือผลงานของตัวเอง ด้านที่สองคือการมีส่วนร่วมต่อความสำเร็จของทีมและองค์กร ทั้งสองต้องมีน้ำหนักในระบบ ไม่ใช่แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง
เมื่อออกแบบแบบนี้ การที่ทุกคนอยากทำได้ดีขึ้นจะกลายเป็นพลังงานที่ดีครับ ไม่ใช่การแก่งแย่ง เพราะระบบบอกชัดเจนว่าการช่วยคนอื่นก็มีคุณค่าต่อตัวเองด้วย ไม่ใช่แค่ช่วยเพราะใจดี
ความแตกต่างที่หลายองค์กรมองข้าม
ผมเจอสถานการณ์แบบนี้บ่อยมากในงานที่ปรึกษาครับ
องค์กรขึ้นเงินเดือนให้พนักงานทุกปี แต่ขึ้นในอัตราที่ใกล้เคียงกันเกือบทุกคน บางปีต่างกันแค่ 1-2% ระหว่างคนที่ทำได้ดีมากกับคนที่ทำได้พอใช้ แล้วก็สงสัยว่าทำไมคนเก่งถึงลาออก
คำตอบไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียวครับ แต่เป็นเรื่องสัญญาณ ความต่าง 1-2% บอกพนักงานเก่งว่า “องค์กรนี้ไม่ได้เห็นความแตกต่างของผมจริง ๆ” และเมื่อได้รับสัญญาณนั้นซ้ำ ๆ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะอยู่ต่อ
“ระบบค่าตอบแทนที่เร่งผลงานได้จริง ต้องส่งสัญญาณที่ชัดพอที่คนจะรู้สึกได้ ไม่ใช่แค่ความต่างบนกระดาษ”
จ่ายเพื่อรักษา กับ จ่ายเพื่อเร่ง ต่างกันอย่างไร
ถ้าองค์กรจ่ายเพื่อรักษาคนไว้เฉย ๆ ก็จะได้คนที่อยู่ต่อครับ แต่ไม่ได้แปลว่าจะได้คนที่สร้างผลงานมากขึ้น
คนที่อยู่ต่อเพราะรู้สึกว่าออกไปก็ไม่ได้อะไรดีกว่า กับคนที่อยู่ต่อเพราะรู้สึกว่าที่นี่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองทำได้จริง ๆ — สองคนนี้อยู่ในองค์กรเดียวกัน แต่สร้างผลลัพธ์ต่างกันมากครับ
การออกแบบค่าตอบแทนให้เร่งผลงานได้จึงไม่ใช่เรื่องของการจ่ายมากขึ้น แต่คือการจ่ายให้ฉลาดขึ้น รู้ว่าจะใช้เงินเป็นตัวเร่งตรงไหน เพื่อสร้างผลงานแบบไหน และสำหรับคนกลุ่มไหน
และที่ขาดไม่ได้ คือออกแบบให้รางวัลครอบคลุมทั้งผลงานส่วนตัวและการทำงานร่วมกัน เพราะองค์กรที่โตได้จริงในระยะยาว ไม่ได้โตเพราะคนเก่งคนเดียว แต่โตเพราะคนเก่งทำงานร่วมกันได้ครับ
จ่ายให้ฉลาดขึ้น ไม่ใช่แค่จ่ายมากขึ้น
ค่าตอบแทนที่เร่งผลงานได้จริงต้องรู้ว่าจะใช้เงินเป็นตัวเร่งตรงไหน เพื่อสร้างผลงานแบบไหน และสำหรับคนกลุ่มไหน ออกแบบให้รางวัลครอบคลุมทั้งผลงานส่วนตัวและการทำงานร่วมกัน เพราะองค์กรที่โตได้จริงไม่ได้โตเพราะคนเก่งคนเดียว
“ระบบที่ดีไม่ได้แค่ทำให้คนทำงานเยอะขึ้น แต่ทำให้คนทำงานในสิ่งที่สำคัญจริง ๆ”
โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting
ใส่ความเห็น