Well-Being ที่แท้จริง ไม่ได้ขายอยู่ในแคตตาล็อกสินค้า

สวัสดีครับทุกท่าน

ผมอยากลองถามคำถามง่าย ๆ สักข้อครับ

ถ้าวันนี้คุณเดินเข้าออฟฟิศ แล้วรู้สึกในใจว่า “ที่นี่เห็นคุณค่าของเรา” คุณจะทำงานแบบไหนครับ?

เชื่อว่าคำตอบของทุกคนไม่ต่างกันมากนัก ทุ่มเทมากขึ้น ตั้งใจมากขึ้น และอยากอยู่ที่นี่ต่อไป

แต่ถ้าเดินเข้าออฟฟิศแล้วรู้สึกว่า “ไม่รู้ว่าตัวเองมีความหมายแค่ไหนในที่นี่” ก็คงเดาผลลัพธ์ได้ไม่ยากเช่นกันครับ

Well-Being ที่หลายองค์กรทำอยู่ คืออะไร?

ช่วงนี้ผมได้ยินคำว่า Well-Being บ่อยมากครับ ไม่ว่าจะในห้องประชุมผู้บริหาร ในเวที HR หรือในแผนกลยุทธ์องค์กร

และหลายองค์กรก็ลงมือทำจริงครับ ด้วยการจัด Event สนุก ๆ ซื้อ Program ดูแลสุขภาพจิต จัดมุมผ่อนคลายในออฟฟิศ หรือแม้แต่พาพนักงานไป Retreat ต่างจังหวัด

ผมไม่ได้บอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ดีนะครับ มันดีทั้งนั้น

แต่ถ้าพนักงานกลับมาออฟฟิศวันจันทร์แล้วยังรู้สึกเหมือนเดิม ว่าตัวเองไม่รู้จะได้รับความยุติธรรมไหม ไม่รู้ว่าความพยายามของตัวเองจะได้รับการมองเห็นหรือเปล่า สิ่งที่ทำไปทั้งหมดก็เหมือนเทน้ำลงทรายครับ

เพราะ Well-Being ที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากกิจกรรม

มันมาจากความรู้สึกของพนักงานทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาว่า “ที่นี่ปฏิบัติกับฉันอย่างมีเกียรติ ยุติธรรม และฉันมีคุณค่า”

แล้วอะไรคือสิ่งที่สร้างความรู้สึกนั้นได้?

เรื่องที่ 1 — ความชัดเจน

ระบบที่ดีต้องตอบคำถามพื้นฐานของพนักงานได้ว่า ตัวเองอยู่ตรงไหน ได้รับอะไร และเพราะอะไร

ลองนึกภาพว่าคุณเป็นพนักงานที่เพิ่งผ่านปีที่ทุ่มเทมากที่สุดในชีวิต แต่พอถึงเวลาขึ้นเงินเดือน ไม่รู้ว่าจะได้ไหม ได้เท่าไหร่ และหัวหน้าก็ไม่ได้บอกอะไรชัดเจน

ความรู้สึกในตอนนั้นไม่ใช่แค่ผิดหวังครับ แต่คือความรู้สึกว่า “ฉันไม่มีความหมายพอที่จะได้รับคำอธิบาย”

ระบบที่ชัดเจนไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบครับ แค่ให้พนักงานรู้ว่าเกมนี้มีกติกาอะไร และทุกคนเล่นด้วยกติกาเดียวกัน

เรื่องที่ 2 — ความยุติธรรมที่รู้สึกได้

พนักงานไม่ได้คาดหวังว่าทุกคนต้องได้เท่ากันครับ แต่เขาต้องการรู้ว่า ความแตกต่างนั้นมีเหตุผล

คนที่ทำงานหนักกว่า มีผลงานมากกว่า ควรได้รับมากกว่า เรื่องนี้ทุกคนเข้าใจและยอมรับได้

แต่ถ้าความแตกต่างนั้นมาจากความสนิทกับหัวหน้า หรือแล้วแต่อารมณ์ของผู้บริหาร แบบนั้นแหละครับที่ทำลาย Well-Being ได้เร็วที่สุด

เพราะไม่มีอะไรบั่นทอนความรู้สึกของคนได้มากเท่ากับการรู้สึกว่า “ฉันเล่นอยู่ในเกมที่ไม่ยุติธรรม”

เรื่องที่ 3 — ความสม่ำเสมอ

ระบบที่ดีไม่ใช่แค่มีอยู่บนกระดาษครับ แต่ต้องถูกนำไปใช้จริงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นปีที่บริษัทกำไรดีหรือปีที่ยาก

หลายองค์กรมีระบบที่ดูดีมากบนเอกสาร แต่พอถึงเวลาจริงก็บอกว่า “ปีนี้สถานการณ์พิเศษ ขอข้ามไปก่อนนะ” โดยไม่มีคำอธิบายที่เพียงพอ

พอทำแบบนี้บ่อย ๆ เข้า พนักงานก็จะเรียนรู้ว่าระบบที่มีอยู่นั้นไม่ใช่สิ่งที่เชื่อถือได้จริง และเมื่อไม่มีความเชื่อถือ ความรู้สึกมั่นคงก็หายไปด้วยครับ

แล้วถ้าระบบยังไม่พร้อม ต้องทำอย่างไร?

ผมไม่ได้คาดหวังให้ทุกองค์กรมีระบบที่สมบูรณ์แบบในทันทีครับ เพราะรู้ดีว่ามันใช้เวลา

แต่อยากให้เริ่มจากการถามตัวเองก่อนว่า วันนี้พนักงานของเรารู้ไหมว่าตัวเองได้รับความยุติธรรมอยู่หรือเปล่า? รู้ไหมว่าถ้าทำงานดีจะเกิดอะไรขึ้น? และรู้สึกว่าองค์กรมองเห็นเขาอยู่ไหม?

ถ้าตอบไม่ได้ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ต้องแก้ครับ ไม่ต้องรอให้ระบบสมบูรณ์ 100% ก่อน แค่เริ่มให้มีกติกาที่ชัด สื่อสารตรง ๆ และทำอย่างสม่ำเสมอ

เมื่อทำได้ ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร?

สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่พนักงาน “มีความสุขมากขึ้น” ครับ

แต่เขาจะเริ่มทำงานด้วย ความสบายใจ แทนที่จะทำงานด้วย ความกังวล

ความแตกต่างระหว่างสองอย่างนี้ใหญ่มากครับ เพราะคนที่ทำงานด้วยความสบายใจจะกล้าคิด กล้าเสนอ กล้าลองสิ่งใหม่ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ทุกองค์กรต้องการในยุคนี้

สรุปทิ้งท้าย

Well-Being ที่พนักงานอยากได้จริง ๆ ไม่ใช่แค่ความสุขชั่วคราวจากกิจกรรมพนักงาน หรือจาก Co working Space หน้าตาสวยงาม

แต่เกิดจากความมั่นใจลึก ๆ ว่า “องค์กรนี้เห็นฉันเป็นคน ไม่ใช่แค่ทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป”

และความมั่นใจนั้น ไม่มีขายในแคตตาล็อก well-being ที่เต็มไปด้วยสวัสดิการต่าง ๆ แต่มันเกิดจากระบบที่ชัดเจน ยุติธรรม และสม่ำเสมอ ที่องค์กรสร้างขึ้นอย่างจริงใจครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑