บทความ · HR Management · โครงสร้างเงินเดือน
⬛ HR Insight
เงินเดือนของพนักงานอยู่ตรงไหนในกระบอก — Compa-Ratio บอกอะไรเราได้บ้าง
“ทำไมเงินเดือนตัวเลขเดียวกัน ถึงมีความหมายต่างกันในพนักงานแต่ละคน”
พนักงานสองคนได้เงินเดือน 45,000 บาทเท่ากัน แต่ไม่ได้อยู่ระดับงานเดียวกัน คนแรกอยู่ระดับที่ต่ำกว่า หัวหน้าบอกว่าจ่ายเท่านี้คุ้มมาก ส่วนอีกคนเพิ่งเลื่อนขึ้นไประดับที่สูงกว่าหนึ่งขั้น หัวหน้ากลับบอกว่ายังต้องดูกันต่อ ทั้งที่ตัวเลขบนสลิปตรงกันเป๊ะ และหัวหน้าทั้งสองก็ไม่ได้พูดผิดสักคน
เงินเดือนก้อนเดียวกัน มีความหมายตรงข้ามกันในสองระดับงาน เพราะมันไปตกอยู่คนละที่ของกระบอก คนแรกเงินเดือนเกือบชนเพดานของระดับตัวเอง สั่งสมฝีมือมาจนเกือบสุดทางของระดับนั้นแล้ว ส่วนคนที่สองเพิ่งแตะพื้นของกระบอกระดับใหม่ ยังมีทางให้โตอีกไกล ตำแหน่งในกระบอกเงินเดือนที่ต่างกันนี้ เป็นตัวบอกความแตกต่างที่ทำให้ตัวเลขเงินเดือนเดียวกัน แต่กลับบอกเล่าความหมายกันไปคนละทางได้
รู้เงินเดือน ยังไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหนในกระบอก
เงินเดือนที่เป็นตัวเลขลอย ๆ บอกอะไรได้ไม่มาก จนกว่าจะรู้ว่ามันวางอยู่ตรงไหนของกระบอกเงินเดือนในระดับงานนั้น เหมือนหมุดสีแดงบนแผนที่ในห้างที่เขียนว่า “คุณอยู่ตรงนี้” ถ้าไม่มีแผนที่ทั้งผืนรองอยู่ หมุดนั้นก็ไม่มีความหมาย
ลองใส่ตัวเลขให้เห็นภาพ คนแรกอยู่ระดับงานที่กระบอกกว้างจาก 30,000 ถึง 50,000 บาท เงินเดือน 45,000 ของเขาขยับไปเกือบแตะเพดาน 50,000 ค่อนไปทางปลายกระบอกชัดเจน ส่วนคนที่สองอยู่ระดับที่สูงกว่า กระบอกกว้างจาก 45,000 ถึง 70,000 บาท เงินเดือน 45,000 เท่ากัน กลับไปนั่งอยู่ที่พื้น 45,000 พอดี คือต้นกระบอกของระดับใหม่
ตัวเลขบนสลิปเท่ากัน แต่พอวางลงในกระบอกของแต่ละระดับ จุดที่มันไปตกอยู่ห่างกันคนละมุม จะเรียกคร่าว ๆ ว่า “เกือบชนเพดานเงินเดือน” หรือ “เงินเดือนยังอยู่แถว minimum ของกระบอก” ก็พอได้ แต่ถ้าอยากรู้ตำแหน่งที่ชัดเจนว่าพนักงานแต่ละคนเงินเดือนอยู่ตรงไหนของกระบอกเงินเดือนที่เขาอยู่ เราก็ต้องมีตัวเลขที่สื่อถึงจุดนั้น ซึ่งตัวเลขนี้เราเรียกมันว่า Compa-Ratio นั่นเอง
Compa-Ratio คือการเทียบเงินเดือนกับค่ากลางของกระบอก
วิธีคิด Compa-Ratio ง่ายมาก เอาเงินเดือนจริงของพนักงาน หารด้วยค่ากลางของกระบอกเงินเดือน (Midpoint) ในระดับงานนั้น
ค่ากลางคือจุดที่องค์กรตั้งใจไว้ว่า พนักงานที่ทำงานในระดับนั้นได้เต็มมาตรฐาน ควรได้เงินเดือนประมาณเท่านี้ โดยตัวเลขค่ากลางนี้มาจากราคาตลาดที่ได้จากการเปรียบเทียบในผลสำรวจค่าจ้าง ไม่ใช่ตัวเลขที่องค์กรคิดขึ้นมาเอง เพราะงั้นการเทียบเงินเดือนจริงกับค่ากลาง จึงบอกได้ทันทีว่าพนักงานคนนั้นอยู่สูงหรือต่ำกว่าจุดที่ตั้งใจไว้แค่ไหน
ถ้า Compa-Ratio เท่ากับ 1.0 แปลว่าเงินเดือนอยู่ตรงค่ากลางพอดี ต่ำกว่า 1 คืออยู่ใต้ค่ากลาง สูงกว่า 1 คือเลยค่ากลางขึ้นไป
ลองคิดกับพนักงานคนที่สองในตอนต้น กระบอก 45,000 ถึง 70,000 ค่ากลางอยู่ที่ 57,500 เงินเดือน 45,000 หารด้วย 57,500 ได้ Compa-Ratio ราว 0.78 บอกชัดว่าเขาอยู่ต่ำกว่าค่ากลางพอสมควร ส่วนคนแรก กระบอก 30,000 ถึง 50,000 ค่ากลาง 40,000 เงินเดือน 45,000 ได้ Compa-Ratio ราว 1.13 อยู่เหนือค่ากลางไปแล้ว ตัวเลขสองตัวนี้อธิบายในพริบตาว่าทำไมสองหัวหน้ามองต่างกัน
อ่าน Compa-Ratio รายคน ให้ผูกกับสามโซนในกระบอก
กระบอกเงินเดือนแบ่งได้เป็นสามโซน โซนเริ่มต้น โซนกลาง และโซนสูง Compa-Ratio อ่านคู่กับสามโซนนี้ได้พอดี ค่าราวต่ำกว่า 0.90 มักตกอยู่โซนเริ่มต้น ค่าราว 0.90 ถึง 1.10 อยู่โซนกลาง และค่าเกิน 1.10 ขึ้นไปอยู่โซนสูง
แต่ตัวเลขเปล่า ๆ ยังตัดสินอะไรไม่ได้ ต้องอ่านคู่กับว่าพนักงานอยู่ในระดับนั้นมานานแค่ไหน และทำงานได้ดีแค่ไหน พนักงานที่เพิ่งเข้าระดับใหม่แล้ว Compa-Ratio ต่ำ เป็นเรื่องปกติ เพราะเพิ่งเริ่มเรียนรู้งาน กลับกัน ถ้าพนักงานอยู่ในระดับเดิมมาสิบปี แต่ Compa-Ratio ยังต่ำติดพื้น อันนี้เป็นสัญญาณให้ต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น จ่ายตามตลาดไม่ทัน หรือผลงานมีปัญหา
Compa-Ratio สูงก็อ่านแบบเดียวกัน พนักงานเก่งที่อยู่ในระดับนั้นมานานจน Compa-Ratio สูง เป็นเรื่องสมเหตุผล แต่ถ้าพนักงานเพิ่งเลื่อนขึ้นมาไม่นานแล้ว Compa-Ratio สูงผิดจังหวะ ก็เป็นจุดที่ต้องกลับไปดูว่าตัวเลขไปโตเร็วเกินระดับได้ยังไง
เรียง Compa-Ratio ของทั้งกลุ่มในระดับงานเดียวกัน
Compa-Ratio รายคนบอกได้แค่ว่าพนักงานคนหนึ่งอยู่ตรงไหนของกระบอก แต่พอเอาพนักงานทุกคนที่อยู่ในระดับงานเดียวกัน มาคิด Compa-Ratio แล้วเรียงเทียบกันทั้งกลุ่ม ภาพที่ได้จะบอกอะไรมากกว่านั้นเยอะ
พอเรียงแล้ว การกระจายตัวจะเล่าเรื่องทันที ถ้าพนักงานส่วนใหญ่ในระดับนั้นกองอยู่โซนเริ่มต้นหมด อาจแปลว่าเพิ่งรับพนักงานใหม่เข้ามาเยอะ หรือเงินเดือนของระดับนั้นตามตลาดไม่ทัน ถ้ากองอยู่โซนสูงเบียดเพดานกันหมด แปลว่าพนักงานกลุ่มนี้ตันแล้ว ไม่มีที่ให้ขยับเงินเดือนต่อ ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันให้ต้องเลื่อนระดับหรือหาทางอื่นรองรับ
การเรียงแบบนี้ยังเห็นความเป็นธรรมภายในระดับด้วย ถ้าพนักงานสองคนอยู่ระดับเดียวกัน อายุงานพอกัน ผลงานพอกัน แต่ Compa-Ratio ห่างกันมาก อันนี้เป็นตัวเลขที่ต้องอธิบายให้ได้ว่าเพราะอะไร ถ้าอธิบายไม่ได้ ก็คือความไม่เป็นธรรมที่ซ่อนอยู่ในระดับนั้นเอง
ค่าเฉลี่ย Compa-Ratio ของทั้งกลุ่มยังบอกสุขภาพของกระบอกในระดับนั้นได้อีกชั้น ถ้าค่าเฉลี่ยวนอยู่ราว 1.0 แปลว่าโครงสร้างเงินเดือนกับวิธีจ่ายจริงไปด้วยกันดี ถ้าค่าเฉลี่ยต่ำกว่า 1 มาก อาจแปลว่าจ่ายต่ำกว่าค่ากลางของตัวเองเป็นส่วนใหญ่ หรือพนักงานในระดับยังใหม่อยู่ ถ้าค่าเฉลี่ยสูงเบียด 1 ขึ้นไป เป็นสัญญาณว่าโครงสร้างเริ่มตามตลาดไม่ทัน พนักงานกระจุกตัวค่อนไปทางเพดาน ถึงเวลาต้องทบทวนกระบอกของระดับนั้น
เมื่อ Compa-Ratio หลุดกรอบ กลายเป็น Green Circle กับ Red Circle
Compa-Ratio ที่อ่านมาทั้งหมด อยู่บนสมมติฐานว่าเงินเดือนยังอยู่ในกระบอก แต่ในความจริงมีพนักงานที่เงินเดือนหลุดออกนอกกระบอกไปเลย สองกรณีนี้มีชื่อเรียกเฉพาะ
กรณีแรก เงินเดือนต่ำกว่า Min ของกระบอก เรียกว่า Green Circle เกิดได้จากหลายทาง เช่น เพิ่งวางโครงสร้างเงินเดือนใหม่แล้วยกพื้นขึ้น รับพนักงานเข้ามาต่ำกว่ากรอบ หรือตลาดขยับขึ้นจนพื้นเดิมตามไม่ทัน หลักการจัดการคือต้องรีบขยับเงินเดือนให้เข้ากรอบ จะทันทีหรือทยอยก็ได้ เพราะตอนนี้จ่ายต่ำกว่าที่โครงสร้างเงินเดือนบอกว่าควรจ่ายขั้นต่ำด้วยซ้ำ
กรณีที่สอง เงินเดือนสูงเกิน Max ของกระบอก เรียกว่า Red Circle มักเกิดกับพนักงานเก่งที่อยู่มานาน เงินเดือนไต่ขึ้นเรื่อย ๆ จนเลยเพดาน หรือเกิดตอนประเมินค่างานใหม่แล้วระดับของตำแหน่งลดลง หลักการคือห้ามลดเงินเดือนของพนักงานลง แต่ให้หยุดการขึ้นเงินเดือนเข้าฐานไว้ก่อน หรือเปลี่ยนไปให้เป็นเงินก้อนแทน จนกว่าโครงสร้างเงินเดือนจะขยับขึ้นไปรับ
จะเห็นว่า Green Circle กับ Red Circle คือ Compa-Ratio ที่ต่ำหรือสูงจนหลุดกระบอกไปเลย มองด้วยหลักเดียวกันทั้งหมด ต่างกันแค่หลุดพื้นหรือทะลุเพดาน ส่วนการนำเงินเดือนของพนักงานทั้งองค์กรเข้าโครงสร้างใหม่ตอนวางครั้งแรก ที่มักเจอทั้ง Green และ Red พร้อมกันเป็นจำนวนมาก เป็นเรื่องใหญ่กว่านั้น ขอยกไปเล่าในบทถัดไป
อ่านให้เป็น ก่อนตัดสิน
Compa-Ratio ไม่ได้เป็นตัวชี้ขาดว่าใครควรได้เงินเดือนเท่าไหร่ หน้าที่จริงของมันคือช่วยตั้งคำถามให้ถูกจุด ทั้งรายคนว่าเงินเดือนของพนักงานคนนี้อยู่ตรงไหนของกระบอก สมเหตุผลกับอายุงานและฝีมือไหม และรายกลุ่มว่าพนักงานในระดับเดียวกันกระจายตัวยังไง กระบอกของระดับนั้นยังสุขภาพดีอยู่หรือเปล่า
ตัวเลขตัวเดียวนี้ทำให้เงินเดือนของทุกคนอธิบายได้ ว่าทำไมถึงอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่แค่รู้ว่าใครได้เท่าไหร่
พอรู้ว่าพนักงานอยู่ตรงไหนของกระบอก เรายังเอาไปต่อกับแผนพัฒนาของเขาได้อีก พนักงานที่ยังอยู่โซนเริ่มต้น แปลว่าต้องการการพัฒนาเพื่อให้ทำงานในระดับนั้นได้เต็มที่ ส่วนพนักงานที่ขึ้นไปอยู่โซนสูงจนเกือบสุดกระบอก การพัฒนาก็ควรเล็งไปที่การเตรียมพร้อมสำหรับระดับถัดไป พอมองแบบนี้ เงินเดือน ผลงาน และแผนพัฒนาพนักงาน ก็เดินไปด้วยกันอย่างสมดุล เชื่อมเป็นระบบเดียวที่อธิบายได้ทั้งหมด
“ลองเอาเงินเดือนของพนักงานในระดับงานเดียวกันขององค์กรท่าน มาหารด้วยค่ากลางของกระบอกทีละคน แล้วเรียงต่อกันดู ภาพที่ออกมาบอกอะไรบ้าง ใครกองอยู่ตรงไหน พนักงานเก่งที่อยู่มานานได้อยู่ในตำแหน่งที่ควรไหม หรือมีตัวเลขที่อธิบายไม่ได้ปนอยู่ในนั้น โดยที่ผ่านมาไม่มีใครสังเกตเห็น”
โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting
ใส่ความเห็น