ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนรุ่นไหนผิด แต่อยู่ที่ไม่มีใครฟังใคร

บทความ · HR Management · คนทำงานต่างรุ่น

⬛ HR Insight

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนรุ่นไหนผิด แต่อยู่ที่ไม่มีใครฟังใคร


ช่วงที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้คุยกับคนทำงานสองกลุ่ม
ที่อยู่กันคนละปลายของเส้นทางชีวิตการทำงาน
กลุ่มหนึ่งคือพี่ ๆ ที่ใกล้เกษียณ
อีกกลุ่มคือเด็กจบใหม่ Gen Z ที่เพิ่งเข้ามาทำงาน
มีความน่าสนใจอย่างมากเลยเอามาเล่าสู่กันฟัง
เนื่องจากทั้งสองกลุ่มมีมุมมองอยู่กันคนละฝั่ง
และหลายครั้งก็เข้าใจกันผิดอยู่พอสมควร

พี่ที่ใกล้เกษียณหลายคนมองน้องรุ่นใหม่แล้วแอบถอนหายใจเบา ๆ (บางคนถอนใจหนักมาก)
“เด็กสมัยนี้ทำไมใจร้อนกันเหลือเกินนะ”
“เพิ่งเข้ามาได้ไม่กี่เดือนก็ถามเรื่องจะเป็นผู้จัดการ แล้ว”
“งานยังไม่ทันคล่อง ก็ถามเรื่องขึ้นเงินเดือน โบนัสกันแล้วว่าจะได้เท่าไหร่
“ทำงานยังไม่ทันเหนื่อย ก็ถามถึง work-life balance ซะแล้ว”
“ทำไมไม่ค่อยอดทนเหมือนคนรุ่นเรา” ฯลฯ

ในสายตาของพี่ ๆ บางคน โลกการทำงานควรเริ่มจากการอดทนก่อน
ทำไปก่อน เรียนรู้ไปก่อน อย่าเพิ่งถามเยอะ
อย่าเพิ่งอยากโตเร็ว อย่าเพิ่งต่อรองมาก ช่วงนี้อยู่ในช่วงสะสมประสบการณ์

เพราะพี่ ๆ หลายคนโตมากับยุคที่การทำงานหนักคือเครื่องพิสูจน์ความรับผิดชอบจริง ๆ
สมัยนั้น การอยู่ดึกคือความทุ่มเท การไม่บ่นคือความเป็นมืออาชีพ
หัวหน้าสั่งอะไรก็ทำก่อน อยากโตต้องอดทน
อยากได้โอกาสก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นอย่างต่อเนื่อง

บางคนทำงานกับองค์กรเดียวมา 25 ปี 30 ปี
ผ่านมาหมดแล้วทั้งหัวหน้าดุ ใจดี อ่อนแอ แข็งกร้าว
ระบบไม่พร้อม เงินเดือนไม่ขึ้น งานล้น คนขาด พลาดเป้า
มากับคำว่า “ช่วย ๆ กันหน่อยนะพวกเรา” ที่บางครั้งก็ช่วยแบบยาว ๆ ไปอีกหลายปี

เขาจึงรู้สึกว่า
“เราอดทนมาได้ ทำไมเด็กสมัยนี้จะอดทนไม่ได้”

แต่พอมองกลับไปที่น้อง Gen Z
น้องหลายคนก็มองพี่ ๆ ด้วยคำถามอีกแบบหนึ่ง
“ทำไมพวกพี่ถึง อึด ถึก ทน ได้ขนาดนั้น”
“ทำไมพี่ทำงานหนักจนไม่มีชีวิตส่วนตัว แล้วเรียกว่าน่าภูมิใจ”
“ทำไมพี่ปล่อยให้ระบบไม่ดี แล้วอยู่ต่อมาอีกตั้งหลายปี”
“ทำไมพี่บอกให้เรารอ ทั้งที่โลกข้างนอกเปลี่ยนเร็วขนาดนี้” ฯลฯ

งานสำคัญก็จริง แต่ชีวิตก็สำคัญเหมือนกัน
องค์กรต้องการผลงานก็จริง แต่พนักงานก็ต้องการความชัดเจนเหมือนกันนะ
อยากให้เราทุ่มเทก็ได้ แต่ช่วยตอบหน่อยว่าเราจะเติบโตไปทางไหน
อยากให้เราอดทนก็ได้ แต่ช่วยแยกให้ออกด้วยว่า
อะไรคือการอดทนเพื่อเรียนรู้
และอะไรคือการอดทนกับระบบที่ไม่ควรมีใครต้องทน

ตรงนี้แหละครับที่น่าสนใจ
คนรุ่นใกล้เกษียณไม่ได้ผิดที่ให้คุณค่ากับความอดทน
เพราะความอดทนทำให้เขาผ่านชีวิตการทำงานมายาวนานจริง ๆ
ส่วนน้องรุ่นใหม่ก็ไม่ได้ผิดที่ตั้งคำถามแบบนั้น
เพราะโลกวันนี้ไม่เหมือนโลกที่พี่ ๆ เคยเริ่มทำงานอีกต่อไปแล้ว

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คนรุ่นไหนผิด
แต่อยู่ที่คนทั้งสองรุ่นกำลังเอาประสบการณ์ของตัวเองไปตัดสินอีกฝ่ายเร็วเกินไปหรือเปล่า

พี่บางคนเห็นน้องถามเยอะ ก็ตีความว่าไม่อดทน
น้องบางคนเห็นพี่อยู่มานาน ก็ตีความว่าชินกับระบบเก่า เปลี่ยนไม่ได้แล้ว
พี่บางคนเห็นน้องอยากโตเร็ว ก็มองว่าใจร้อน
น้องบางคนเห็นพี่ทำงานหนัก ก็มองว่าไม่รู้จักวางขอบเขตระหว่างงานกับชีวิตเลย

ต่างคนต่างมองจากโลกที่ตัวเองโตมา
แล้วก็สรุปว่าอีกฝ่าย “ไม่เข้าใจชีวิตการทำงาน”

พูดแบบจิกกัดปนประชดนิดนึงก็คือ
พี่บางคนมีประสบการณ์มากพอจะรู้ว่าอะไรควรเปลี่ยน
แต่น่าเสียดายที่บางครั้งก็เหนื่อยเกินกว่าจะเปลี่ยนแล้ว
ส่วนน้องบางคนมีพลังมากพอจะอยากเปลี่ยนทุกอย่าง
แต่น่าเสียดายที่บางครั้งยังไม่รู้ว่า องค์กรไม่ใช่แอปพลิเคชันที่กด update แล้วจะเปลี่ยน version ได้ทันที

ถ้าสองรุ่นนี้เอาแต่มองกันด้วยอคติ องค์กรก็จะได้ภาพเดิม ๆ
พี่บอกว่าน้องไม่อดทน น้องบอกว่าพี่ล้าสมัย
พี่บอกว่าน้องไม่เข้าใจองค์กร น้องบอกว่าพี่ติดอยู่กับภาพจำในอดีต
สุดท้าย ความรู้ของพี่ก็ไม่ได้ถูกส่งต่อ พลังของน้องก็ไม่ได้ถูกใช้ให้เต็มที่

ผมว่าน่าเสียดายมากครับ
เพราะช่วงใกล้เกษียณของพี่ ๆ ไม่ควรเป็นแค่ช่วงนับถอยหลัง
แต่ควรเป็นช่วงส่งต่อสิ่งที่ตำราไม่มีวันสอนได้
ส่งต่อบทเรียน ส่งต่อประสบการณ์ที่ดี
ส่งต่อวิธีคิด ส่งต่อวิธีเอาตัวรอดอย่างมีศักดิ์ศรี

ส่วนช่วงเริ่มต้นของน้อง ๆ ก็ไม่ควรเป็นแค่ช่วงพิสูจน์ว่าตัวเองเก่งแค่ไหน
แต่ควรเป็นช่วงเรียนรู้ว่า ความเปลี่ยนแปลงที่ดี ต้องใช้ทั้งความกล้าและความเข้าใจ
ไม่ใช่กล้า ลุยด่ะ อย่างเดียว จนไม่เข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงบางอย่างมันต้องใช้กำลังภายใน

องค์กรที่ดีจึงไม่ควรปล่อยให้คนใกล้เกษียณค่อย ๆ หายไปพร้อมความรู้ในหัว
และไม่ควรปล่อยให้น้องรุ่นใหม่ค่อย ๆ หมดไฟ เพราะไม่มีใครฟังเสียงของเขา
ให้พี่ช่วยน้องเข้าใจโลกการทำงาน และให้น้องช่วยพี่เห็นโลกที่กำลังเปลี่ยน
ให้พี่ส่งต่อรากเหง้าในการทำงาน และให้น้องช่วยเปิดหน้าต่างสู่โลกใหม่

เพราะองค์กรไม่ได้เดินต่อได้ด้วยคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งเท่านั้น

บางทีความงามของการทำงานต่างรุ่น ไม่ได้อยู่ที่การทำให้ทุกคนคิดเหมือนกัน
แต่อยู่ที่การยอมรับว่า คนที่กำลังจะเดินออกไป ยังมีบางอย่างที่ควรถูกส่งต่อ
และคนที่เพิ่งเดินเข้ามา ก็มีบางอย่างที่องค์กรควรตั้งใจฟัง

อย่าให้พี่ใกล้เกษียณกลายเป็นแค่คนที่รอวันสุดท้าย
และอย่าให้น้องรุ่นใหม่กลายเป็นแค่คนที่องค์กรบอกว่า
“เดี๋ยวอยู่ไปนาน ๆ ก็เข้าใจเอง”


สุดท้ายแล้ว สิ่งที่น่ากังวลที่สุด
อาจไม่ใช่องค์กรที่มีคนต่างรุ่นที่คิดไม่เหมือนกัน
แต่เป็นองค์กรที่ไม่มีใครฟังใครอีกต่อไป

แล้วองค์กรของเรา วันนี้เป็นแบบไหนครับ

โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑