บทความ · HR Management · Salary Survey
⬛ HR Insight
การเปรียบเทียบงานในการสำรวจค่าจ้าง เทียบแค่ชื่อตำแหน่งก็พอ หรือต้องเทียบค่างานด้วย
จับคู่งานด้วยชื่อตำแหน่ง ตัวเลขสำรวจที่ได้ก็เชื่อไม่ได้
บริษัทหนึ่งทำทุกอย่างถูกต้องตามตำรา เลือกผลสำรวจที่ตรงกับตลาดที่ตัวเองแย่งคนด้วย กลุ่มเทียบก็ใช่ ข้อมูลก็ใหม่ แต่พอเอาเงินเดือนของตัวเองไปวางเทียบกับตลาด ผลที่ออกมากลับชวนงง บางตำแหน่งดูเหมือนจ่ายสูงกว่าตลาดลิ่ว บางตำแหน่งดูเหมือนจ่ายต่ำจนน่าตกใจ ทั้งที่คนในบริษัทเองก็รู้สึกว่าค่าตอบแทนของตัวเองไม่ได้สุดโต่งขนาดนั้น
สาเหตุที่เกิดปัญหานี้ อยู่ที่ขั้นตอนเดียว คือตอนเอาตำแหน่งของบริษัทไปจับคู่กับตำแหน่งในผลสำรวจ บริษัทจับด้วยชื่อตำแหน่ง ชื่อไหนเหมือนกันก็จับเข้าคู่กัน ฟังดูตรงไปตรงมา แต่นี่แหละคือต้นตอที่ทำให้ตัวเลขทั้งหมดเพี้ยน
ขั้นตอนที่ตัดสินว่าตัวเลขทั้งหมดเชื่อได้หรือไม่
การจับคู่ตำแหน่งของเรากับตำแหน่งในตลาด ภาษาทางเทคนิคเรียกว่า job matching มันเป็นขั้นตอนที่ดูเหมือนเล็กน้อย แต่จริงๆ คือขั้นตอนที่ตัดสินว่าตัวเลขทั้งเล่มจะเชื่อได้หรือเชื่อไม่ได้
เพราะตัวเลขในผลสำรวจไม่ได้ลอยมาเฉย ๆ มันผูกอยู่กับตำแหน่งเสมอ เงินเดือนค่ากลางของผู้จัดการฝ่ายบัญชีในเล่ม มันคือค่ากลางของผู้จัดการฝ่ายบัญชีแบบที่นิยามไว้ในสำรวจนั้น ถ้าผู้จัดการฝ่ายบัญชีของเราทำงานคนละน้ำหนักกับที่เขานิยาม ตัวเลขที่เอามาเทียบก็ผิดฝาผิดตัวตั้งแต่ต้น
ชื่อตำแหน่งเดียวกัน ไม่ได้แปลว่างานเดียวกัน
ปัญหาใหญ่ที่สุดของการทำ Job Matching คือ การเทียบแค่เพียงชื่อตำแหน่ง ซึ่งชื่อตำแหน่งเดียวกันในคนละบริษัท มันคนละงานกันได้เลย
ลองนึกถึงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลในบริษัทเล็กที่มีพนักงานไม่กี่สิบคน คนคนนี้มักทำเองแทบทุกอย่าง ตั้งแต่สรรหา ทำเงินเดือน งานสวัสดิการ ไปจนถึงงานธุรการ ขอบเขตงานกว้างมาก ส่วนผู้จัดการฝ่ายบุคคลในองค์กรใหญ่ อาจรับผิดชอบลึกแค่ด้านเดียว ภายใต้สายงาน HR ที่แบ่งงานกันละเอียด ชื่อตำแหน่งเหมือนกันเป๊ะ แต่เนื้องานและความรับผิดชอบคนละแบบ
พอเนื้องานต่างกันขนาดนี้ การเอาเงินเดือนสองตำแหน่งนี้มาเทียบกันเพราะชื่อเหมือนกัน ก็เหมือนเอาของคนละอย่างมาชั่งบนตาชั่งเดียวกัน แล้วสรุปว่าอันไหนควรหนักกว่า
Job Matching ที่เชื่อได้ ต้องดูที่ค่างาน
การทำ Job Matching ที่เชื่อถือได้ ต้องจับตามค่างาน ไม่ใช่ตามชื่อตำแหน่งแค่นั้น คือเราต้องดูว่าตำแหน่งของเรามีค่างานแค่ไหนน้ำหนักเท่าไร อยู่เกรดไหน แล้วไปหาตำแหน่งในตลาดที่ค่างานพอกันมาเทียบ ต่อให้ชื่อตำแหน่งจะต่างกันก็ตาม
ซึ่งแปลว่าเราต้องรู้ค่างานในบ้านตัวเองก่อน ต้องประเมินค่างานและจัดเกรดให้เสร็จ ถึงจะจับคู่กับตลาดได้แม่น ถ้ายังไม่รู้ว่าตำแหน่งของเราหนักแค่ไหน เราก็ไม่มีอะไรให้ยึดนอกจากชื่อ แล้วก็วนกลับไปที่ปัญหาเดิม
เรื่องสำรวจค่าจ้างกับเรื่องประเมินค่างานมาบรรจบกันตรงนี้เอง ค่างานภายในที่เราอุตส่าห์ทำไว้ ไม่ได้มีประโยชน์แค่จัดความเป็นธรรมในบ้าน แต่มันคือกุญแจที่ทำให้เราอ่านตลาดได้ถูกตัวด้วย
ทำไมขั้นตอนนี้ถึงสำคัญกว่าที่คิด
เวลาคนนึกถึงงานสำรวจค่าจ้าง มักไปนึกถึงตัวเลขสวยๆ กราฟ เปอร์เซ็นไทล์ แต่งานที่ตัดสินคุณภาพจริงๆ คือขั้นจับคู่งานที่อยู่เบื้องหลัง ที่ปรึกษาที่ทำงานเป็น จะลงแรงกับขั้นนี้มากที่สุด เพราะรู้ว่าถ้าจับคู่ไม่ตรง ตัวเลขจะสวยแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย
ใส่ตำแหน่งที่จับคู่ไม่ตรงเข้าไป ก็ได้ผลเทียบที่ไม่ตรงออกมา ตัวเลขในเล่มไม่ได้โกหกเรา มันแค่ตอบตามคู่ที่เราป้อนให้ ถ้าเราป้อนคู่ที่ไม่ตรงกัน คำตอบที่ได้ก็ไม่ตรงกับความจริงของเรา
กลับมาที่บริษัทที่เล่าตอนต้น พอกลับไปจับคู่ใหม่ตามค่างานแทนชื่อตำแหน่ง ตัวเลขที่เคยชวนงงก็เข้าที่ ตำแหน่งที่ดูเหมือนจ่ายสูงลิ่ว จริงๆ ไปจับคู่กับงานที่เบากว่าในตลาด ส่วนตำแหน่งที่ดูเหมือนจ่ายต่ำ ก็ไปจับกับงานที่หนักกว่า พอแก้คู่ให้ตรง ภาพก็กลับมาตรงกับความจริงที่คนในบริษัทรู้สึกอยู่แล้ว
ตัวเลขสำรวจจะดีหรือแย่ ไม่ได้อยู่ที่เล่มไหนแพงกว่ากัน แต่อยู่ที่เราจับคู่งานแม่นแค่ไหน และจะจับให้แม่นได้ ก็ต้องรู้ค่างานในบ้านตัวเองก่อนเสมอ ตลาดจะตอบเราตรงก็ต่อเมื่อเราเอาคู่ที่ถูกไปถามมัน
โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting
ใส่ความเห็น