เมื่อมีข้อมูลตลาดจากผลการสำรวจค่าจ้างครบแล้ว ต้องทำอย่างไรต่อไป

บทความ · HR Management · Salary Survey

⬛ HR Insight

เมื่อมีข้อมูลตลาดจากผลการสำรวจค่าจ้างครบแล้ว ต้องทำอย่างไรต่อไป

ตลาดบอกราคา แต่การจะยืนตรงไหนของตลาด เป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่ข้อมูล


ภาพที่เจอบ่อยในการบริหารค่าตอบแทนขององค์กร คือทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว ค่างานประเมินเสร็จ จัดเกรดเรียบร้อย ผลสำรวจก็เลือกถูกกลุ่ม จับคู่ตำแหน่งตามค่างานแล้ว อ่านตัวเลขเป็นแล้ว ข้อมูลตลาดกองอยู่บนโต๊ะครบถ้วน แล้วก็มาติดตรงคำถามเดียว ว่าตกลงบริษัทจะยืนตรงไหนของตลาด

หลายองค์กรพอมาถึงจุดนี้ถึงเพิ่งรู้ตัวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยเลือกจุดยืนนี้เลย เงินเดือนที่จ่ายกันอยู่ทุกวันนี้ ไม่ได้มาจากการตัดสินใจว่าจะอยู่ตรงไหนของตลาด แต่มาจากการต่อรองทีละครั้ง ใครเข้ามาช่วงที่หาคนยากก็จ่ายแพงหน่อย ใครเข้ามาช่วงที่คนสมัครเยอะก็ได้น้อยลงมา รวมๆ กันนานเข้า ก็กลายเป็นโครงสร้างที่ไม่มีใครตั้งใจให้เป็นแบบนั้น

ข้อมูลตลาดที่อุตส่าห์หามาทั้งหมด มีไว้เพื่อตอบคำถามนี้ให้ได้อย่างมีหลัก ไม่ใช่ปล่อยให้ลอยไปตามการต่อรองเหมือนเดิม เพราะถ้าสุดท้ายยังจ่ายตามการต่อรองอยู่ดี ก็ไม่รู้จะลงทุนสำรวจค่าจ้างกันไปทำไมตั้งแต่แรก


ตลาดบอกราคา แต่ไม่ได้บอกว่าเราต้องจ่ายเท่าไหร่

ผลสำรวจบอกได้ว่าตลาดจ่ายงานระดับนี้กันที่เท่าไร ตั้งแต่จ่ายต่ำสุดจนถึงสูงสุดในตลาด แต่มันไม่ได้บอกว่าบริษัทเราควรจ่ายตรงจุดไหนของช่วงนั้น เพราะนั่นเป็นการตัดสินใจ ไม่ใช่ข้อมูล

สองบริษัทที่ถือข้อมูลตลาดชุดเดียวกันเป๊ะ ตัดสินใจคนละแบบได้ และถูกทั้งคู่ บริษัทหนึ่งอาจเลือกจ่ายสูงกว่าตลาดเพื่อกวาดคนเก่งมาให้เร็วที่สุด อีกบริษัทอาจเลือกจ่ายเท่าตลาดแล้วเอางบที่เหลือไปทุ่มกับเรื่องอื่น ทั้งสองทางมีเหตุผลของมัน ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทกำลังมีนโยบายแบบไหน

จ่ายนำ จ่ายเท่า จ่ายตาม ต่างกันยังไง

จุดยืนด้านค่าตอบแทนแบ่งคร่าวๆ ได้สามแบบ

จ่ายนำตลาด คือตั้งใจจ่ายสูงกว่าค่ากลาง เล็งไปทางช่วงบนของตลาด เหมาะกับตอนที่ต้องการดึงคนเก่งให้ได้แน่ๆ หรือตำแหน่งที่หายากจนต้องเสนอให้เหนือกว่าคนอื่น ข้อแลกคือต้นทุนค่าตอบแทนสูงขึ้น

จ่ายเท่าตลาด คือเกาะค่ากลางไว้ ไม่นำไม่ตาม เป็นจุดยืนที่หลายองค์กรเลือก เพราะแข่งขันได้โดยไม่ต้องจ่ายเกินตัว

จ่ายตามตลาด คือยอมอยู่ต่ำกว่าค่ากลางลงมา มักใช้ตอนงบจำกัด หรือตอนที่บริษัทมีของดีอย่างอื่นมาชดเชย เช่น ความมั่นคง ชื่อเสียง หรือโอกาสเติบโต ความเสี่ยงคือถ้าไม่มีอะไรมาชดเชยจริง การดึงและรักษาคนจะยากขึ้น

ไม่มีแบบไหนถูกที่สุดในตัวเอง มันขึ้นกับเป้าหมายและกำลังของบริษัท

ไม่จำเป็นต้องยืนจุดเดียวทั้งองค์กร

ไม่มีกฎว่าทั้งบริษัทต้องยืนจุดเดียวกันหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายองค์กรมองข้าม ตำแหน่งที่สำคัญต่อธุรกิจมากๆ หรือหายากในตลาด อาจเลือกจ่ายนำเพื่อไม่ให้หลุดมือ ส่วนตำแหน่งที่หาคนได้ไม่ยาก ก็จ่ายเท่าหรือตามตลาดได้ โดยไม่กระทบความสามารถในการแข่งขัน

การวางจุดยืนที่ดี เลยมักไม่ใช่จุดยืนเดียวที่ใช้เหมือนกันทั้งองค์กร แต่เป็นการเลือกให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มงาน ว่ากลุ่มไหนสำคัญและหายากแค่ไหน ซึ่งก็ย้อนกลับไปใช้เรื่องเกรดและกลุ่มงานที่วางไว้ตั้งแต่ต้นอีกครั้ง ยิ่งในปัจจุบันยิ่งต้องพิจารณาเป็นพิเศษ เพราะบางกลุ่มตำแหน่งงานในตลาดแข่งกันสูงจริงๆ

ค่าตอบแทนไม่ได้มีแค่เงินเดือน

จุดยืนด้านค่าตอบแทนไม่ได้วัดกันที่เงินเดือนอย่างเดียว บริษัทที่จ่ายเงินเดือนเท่าตลาดพอดี แต่มีสวัสดิการดี มีเส้นทางเติบโตชัด มีบรรยากาศงานที่คนอยากอยู่ ก็ยังแข่งได้กับบริษัทที่จ่ายเงินสดสูงกว่าแต่ไม่มีอะไรอย่างอื่นเพิ่มเติม เพราะพนักงานพิจารณาจากค่าตอบแทนรวม ไม่ได้ดูแค่ตัวเลขเงินเดือน เพราะงั้นเวลาเอาตัวเองไปเทียบกับตลาด ก็ไม่ควรเทียบแค่เงินเดือน ต้องดูค่าตอบแทนอื่นๆ ที่บริษัทให้ด้วย ถึงจะเห็นภาพว่าเราแข่งได้แค่ไหนจริงๆ

การกำหนดนโยบายค่าตอบแทนที่ดี จึงต้องมองทั้งผลตอบแทนรวม บางบริษัทเลือกจ่ายเงินสดแค่เท่าตลาด แล้วไปเอาชนะด้วยสวัสดิการ ความมั่นคง หรือโอกาสเติบโตแทน นั่นก็เป็นจุดยืนที่ตั้งใจเลือกเหมือนกัน


ปลายทางจริงของทั้งเส้นทางนี้ ตั้งแต่ประเมินค่างาน เลือกสำรวจ จับคู่ตำแหน่ง อ่านตัวเลข มาจบที่การเลือกจุดยืนที่ตอบได้ว่าทำไมถึงเลือกแบบนั้น

บริษัทที่กำหนดนโยบายการจ่ายอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจน จะตอบพนักงานได้ว่าตำแหน่งนี้จ่ายเท่านี้เพราะอะไร กลุ่มงานนี้บริษัทตั้งใจจ่ายนำตลาดเพราะมันสำคัญกับธุรกิจ กลุ่มงานนั้นจ่ายเท่าตลาดเพราะแข่งได้อยู่แล้ว ทุกอย่างมีเหตุผลรองรับ ส่วนบริษัทที่ปล่อยให้เงินเดือนลอยมาตามการต่อรอง พอพนักงานถามว่าทำไม ก็ตอบไม่ได้ เพราะไม่เคยเลือกอะไรตั้งแต่แรก

ข้อมูลค่าตอบแทนจากผลการสำรวจค่าจ้างนั้น มันเป็นแค่วัตถุดิบของการตัดสินใจที่บริษัทต้องเลือกเอง คำว่าจ่ายอย่างเป็นธรรมจะมีความหมายจริง ก็ต่อเมื่อจุดยืนที่เลือกนั้น อธิบายได้และตรวจสอบได้

โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting

อ่านตัวเลขสำรวจค่าจ้างให้เป็น ก่อนเอาไปตัดสินใจ

บทความ · HR Management · Salary Survey

⬛ HR Insight

อ่านตัวเลขสำรวจค่าจ้างให้เป็น ก่อนเอาไปตัดสินใจ

เปอร์เซ็นไทล์มันคือตำแหน่งในแถว ไม่ใช่คะแนน


พอเปิดรายงานสำรวจค่าจ้าง คนส่วนใหญ่จะมองหาตัวเลขเดียวก่อนเลย คือค่ากลางของตลาด แล้วเอาเงินเดือนตัวเองไปวางข้างๆ ถ้าต่ำกว่าค่ากลางก็สรุปว่าจ่ายน้อยกว่าตลาด ต้องรีบปรับ ถ้าสูงกว่าก็สบายใจว่าจ่ายดีอยู่แล้ว

อ่านเพิ่มเติม “อ่านตัวเลขสำรวจค่าจ้างให้เป็น ก่อนเอาไปตัดสินใจ”

การเปรียบเทียบงานในการสำรวจค่าจ้าง เทียบแค่ชื่อตำแหน่งก็พอ หรือต้องเทียบค่างานด้วย

บทความ · HR Management · Salary Survey

⬛ HR Insight

การเปรียบเทียบงานในการสำรวจค่าจ้าง เทียบแค่ชื่อตำแหน่งก็พอ หรือต้องเทียบค่างานด้วย

จับคู่งานด้วยชื่อตำแหน่ง ตัวเลขสำรวจที่ได้ก็เชื่อไม่ได้


บริษัทหนึ่งทำทุกอย่างถูกต้องตามตำรา เลือกผลสำรวจที่ตรงกับตลาดที่ตัวเองแย่งคนด้วย กลุ่มเทียบก็ใช่ ข้อมูลก็ใหม่ แต่พอเอาเงินเดือนของตัวเองไปวางเทียบกับตลาด ผลที่ออกมากลับชวนงง บางตำแหน่งดูเหมือนจ่ายสูงกว่าตลาดลิ่ว บางตำแหน่งดูเหมือนจ่ายต่ำจนน่าตกใจ ทั้งที่คนในบริษัทเองก็รู้สึกว่าค่าตอบแทนของตัวเองไม่ได้สุดโต่งขนาดนั้น

สาเหตุที่เกิดปัญหานี้ อยู่ที่ขั้นตอนเดียว คือตอนเอาตำแหน่งของบริษัทไปจับคู่กับตำแหน่งในผลสำรวจ บริษัทจับด้วยชื่อตำแหน่ง ชื่อไหนเหมือนกันก็จับเข้าคู่กัน ฟังดูตรงไปตรงมา แต่นี่แหละคือต้นตอที่ทำให้ตัวเลขทั้งหมดเพี้ยน


ขั้นตอนที่ตัดสินว่าตัวเลขทั้งหมดเชื่อได้หรือไม่

การจับคู่ตำแหน่งของเรากับตำแหน่งในตลาด ภาษาทางเทคนิคเรียกว่า job matching มันเป็นขั้นตอนที่ดูเหมือนเล็กน้อย แต่จริงๆ คือขั้นตอนที่ตัดสินว่าตัวเลขทั้งเล่มจะเชื่อได้หรือเชื่อไม่ได้

เพราะตัวเลขในผลสำรวจไม่ได้ลอยมาเฉย ๆ มันผูกอยู่กับตำแหน่งเสมอ เงินเดือนค่ากลางของผู้จัดการฝ่ายบัญชีในเล่ม มันคือค่ากลางของผู้จัดการฝ่ายบัญชีแบบที่นิยามไว้ในสำรวจนั้น ถ้าผู้จัดการฝ่ายบัญชีของเราทำงานคนละน้ำหนักกับที่เขานิยาม ตัวเลขที่เอามาเทียบก็ผิดฝาผิดตัวตั้งแต่ต้น

ชื่อตำแหน่งเดียวกัน ไม่ได้แปลว่างานเดียวกัน

ปัญหาใหญ่ที่สุดของการทำ Job Matching คือ การเทียบแค่เพียงชื่อตำแหน่ง ซึ่งชื่อตำแหน่งเดียวกันในคนละบริษัท มันคนละงานกันได้เลย

ลองนึกถึงตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลในบริษัทเล็กที่มีพนักงานไม่กี่สิบคน คนคนนี้มักทำเองแทบทุกอย่าง ตั้งแต่สรรหา ทำเงินเดือน งานสวัสดิการ ไปจนถึงงานธุรการ ขอบเขตงานกว้างมาก ส่วนผู้จัดการฝ่ายบุคคลในองค์กรใหญ่ อาจรับผิดชอบลึกแค่ด้านเดียว ภายใต้สายงาน HR ที่แบ่งงานกันละเอียด ชื่อตำแหน่งเหมือนกันเป๊ะ แต่เนื้องานและความรับผิดชอบคนละแบบ

พอเนื้องานต่างกันขนาดนี้ การเอาเงินเดือนสองตำแหน่งนี้มาเทียบกันเพราะชื่อเหมือนกัน ก็เหมือนเอาของคนละอย่างมาชั่งบนตาชั่งเดียวกัน แล้วสรุปว่าอันไหนควรหนักกว่า

Job Matching ที่เชื่อได้ ต้องดูที่ค่างาน

การทำ Job Matching ที่เชื่อถือได้ ต้องจับตามค่างาน ไม่ใช่ตามชื่อตำแหน่งแค่นั้น คือเราต้องดูว่าตำแหน่งของเรามีค่างานแค่ไหนน้ำหนักเท่าไร อยู่เกรดไหน แล้วไปหาตำแหน่งในตลาดที่ค่างานพอกันมาเทียบ ต่อให้ชื่อตำแหน่งจะต่างกันก็ตาม

ซึ่งแปลว่าเราต้องรู้ค่างานในบ้านตัวเองก่อน ต้องประเมินค่างานและจัดเกรดให้เสร็จ ถึงจะจับคู่กับตลาดได้แม่น ถ้ายังไม่รู้ว่าตำแหน่งของเราหนักแค่ไหน เราก็ไม่มีอะไรให้ยึดนอกจากชื่อ แล้วก็วนกลับไปที่ปัญหาเดิม

เรื่องสำรวจค่าจ้างกับเรื่องประเมินค่างานมาบรรจบกันตรงนี้เอง ค่างานภายในที่เราอุตส่าห์ทำไว้ ไม่ได้มีประโยชน์แค่จัดความเป็นธรรมในบ้าน แต่มันคือกุญแจที่ทำให้เราอ่านตลาดได้ถูกตัวด้วย

ทำไมขั้นตอนนี้ถึงสำคัญกว่าที่คิด

เวลาคนนึกถึงงานสำรวจค่าจ้าง มักไปนึกถึงตัวเลขสวยๆ กราฟ เปอร์เซ็นไทล์ แต่งานที่ตัดสินคุณภาพจริงๆ คือขั้นจับคู่งานที่อยู่เบื้องหลัง ที่ปรึกษาที่ทำงานเป็น จะลงแรงกับขั้นนี้มากที่สุด เพราะรู้ว่าถ้าจับคู่ไม่ตรง ตัวเลขจะสวยแค่ไหนก็ไม่มีความหมาย

ใส่ตำแหน่งที่จับคู่ไม่ตรงเข้าไป ก็ได้ผลเทียบที่ไม่ตรงออกมา ตัวเลขในเล่มไม่ได้โกหกเรา มันแค่ตอบตามคู่ที่เราป้อนให้ ถ้าเราป้อนคู่ที่ไม่ตรงกัน คำตอบที่ได้ก็ไม่ตรงกับความจริงของเรา


กลับมาที่บริษัทที่เล่าตอนต้น พอกลับไปจับคู่ใหม่ตามค่างานแทนชื่อตำแหน่ง ตัวเลขที่เคยชวนงงก็เข้าที่ ตำแหน่งที่ดูเหมือนจ่ายสูงลิ่ว จริงๆ ไปจับคู่กับงานที่เบากว่าในตลาด ส่วนตำแหน่งที่ดูเหมือนจ่ายต่ำ ก็ไปจับกับงานที่หนักกว่า พอแก้คู่ให้ตรง ภาพก็กลับมาตรงกับความจริงที่คนในบริษัทรู้สึกอยู่แล้ว

ตัวเลขสำรวจจะดีหรือแย่ ไม่ได้อยู่ที่เล่มไหนแพงกว่ากัน แต่อยู่ที่เราจับคู่งานแม่นแค่ไหน และจะจับให้แม่นได้ ก็ต้องรู้ค่างานในบ้านตัวเองก่อนเสมอ ตลาดจะตอบเราตรงก็ต่อเมื่อเราเอาคู่ที่ถูกไปถามมัน

โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting

ซื้อผลสำรวจค่าจ้างมาทั้งเล่ม แต่ยังตอบไม่ได้ว่าบริษัทจ่ายสู้ตลาดไหม

บทความ · HR Management · Salary Survey

⬛ HR Insight

ซื้อผลสำรวจค่าจ้างมาทั้งเล่ม แต่ยังตอบไม่ได้ว่าบริษัทจ่ายสู้ตลาดไหม

ตัวเลขตลาดมีไว้ให้เราตัดสินใจอย่างมีข้อมูล ไม่ใช่มีไว้ให้เราทำตามทันที


มีความเชื่อหนึ่งที่ผมเจอบ่อยมากเวลาคุยกับผู้บริหารเรื่องเงินเดือน นั่นคือ พอบริษัทเข้าร่วมหรือซื้อผลสำรวจค่าจ้างมาแล้ว ก็เท่ากับรู้แล้วว่าตัวเองจ่ายสู้ตลาดได้หรือเปล่า

เมื่อไม่นานมานี้มีผู้บริหารคนหนึ่งโทรมาหาผมด้วยน้ำเสียงมั่นใจ บอกว่าปีนี้บริษัทเขายอมจ่ายหลายแสนซื้อผลสำรวจของเจ้าใหญ่มา ได้รายงานเป็นเล่มหนา แล้วถามผมว่า ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมว่าบริษัทเขาจ่ายสู้ตลาดได้หรือเปล่า

ผมถามกลับไปคำเดียว ว่าตำแหน่งในบริษัทเขา ตำแหน่งไหนเทียบเท่ากับตำแหน่งไหนในเล่มนั้น ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง

อ่านเพิ่มเติม “ซื้อผลสำรวจค่าจ้างมาทั้งเล่ม แต่ยังตอบไม่ได้ว่าบริษัทจ่ายสู้ตลาดไหม”

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑