สวัสดีครับเพื่อนผู้อ่านทุกท่าน
ช่วงนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสของ Generative AI อย่าง ChatGPT หรือ Claude เข้ามามีบทบาทกับการทำงานของเรามากขึ้นทุกที โดยเฉพาะกลุ่ม “คนรุ่นใหม่” หรือ Gen Z ที่กำลังกลายเป็นกำลังหลักในตลาดแรงงานปัจจุบัน
ล่าสุดผมได้อ่านบทความที่น่าสนใจมากจาก Harvard Business Review เรื่อง How Gen Z Uses Gen AI—and Why It Worries Them ซึ่งเป็นผลสำรวจจาก Gallup ที่ไปสอบถามคนกลุ่มอายุ 18-28 ปี จำนวนเกือบ 2,500 คนในสหรัฐฯ ข้อมูลชุดนี้ทำให้เราเห็นภาพที่ต่างออกไปจากที่หลายคนเคยเข้าใจ และที่สำคัญคือ “ความกังวล” ของพวกเขาที่มีต่อเทคโนโลยีนี้ครับ
วันนี้เลยอยากสรุปประเด็นสำคัญมาฝาก เพื่อให้หัวหน้างานและฝ่ายบุคคล (HR) ได้เตรียมรับมือและปรับวิธีการบริหารจัดการให้ดียิ่งขึ้นครับ
Gen Z ใช้ AI ทำอะไร? (ไม่ใช่แค่หาเพื่อนคุยอย่างที่คิด)
หลายคนอาจจะเคยได้ยินข่าวว่าวัยรุ่นใช้ AI เป็นที่ปรึกษาชีวิต หรือกระทั่งเป็นแฟนเสมือนจริง แต่ผลสำรวจนี้บอกว่า Gen Z ใช้ AI เพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Productivity) เป็นหลักครับ
- 74% ของ Gen Z ใช้ AI อย่างน้อยเดือนละครั้ง
- 65% ใช้ AI แทนการค้นหาข้อมูลใน Google
- 52% ใช้เพื่อช่วยทำงานโดยตรง
- 46% ใช้ช่วยในการเขียนงาน
สิ่งที่น่าตกใจสำหรับคนเป็นเจ้านายคือ 16% ยอมรับว่าใช้ AI แม้หัวหน้าจะสั่งห้ามก็ตาม นั่นแปลว่าการออกกฎสั่ง แบน AI ในที่ทำงานอาจจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ เพราะสุดท้ายพวกเขาก็จะแอบใช้และไม่บอกเราอยู่ดีครับ
ใช้เยอะ… แต่ทำไมถึง “กังวล”
ประเด็นนี้น่าสนใจมากครับ แม้ Gen Z จะใช้ AI เก่ง แต่ลึกๆ แล้วพวกเขากลับมี “ความย้อนแย้ง” ในใจ เพราะกลัวว่าผลกระทบในระยะยาวจะทำให้พวกเขาลดขีดความสามารถลง
- 79% กลัวว่า AI จะทำให้คนขี้เกียจมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำอะไรไม่เป็น
- 62% กลัวว่า AI จะทำให้คนฉลาดน้อยลงไป จนคิดอะไรเองไม่ออก
พวกเขาบอกว่าความกังวลหลักๆ คือ AI เข้ามา แย่งกระบวนการเรียนรู้ (Learning by Doing) เพราะพอ AI ทำให้หมด สมองก็ไม่ได้ฝึกคิดวิเคราะห์ ไม่ได้ฝึกแก้ปัญหาที่ซับซ้อน หรือแม้แต่การเรียนรู้ผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น (Social Learning) ก็ลดน้อยลงไป เพราะมัวแต่นั่งคุยกับหน้าจอคนเดียว
มุมมองในเชิงบวก AI ในฐานะ ครูฝึก
แต่ในความกังวลก็ยังมีมุมที่น่าสนใจครับ มีผู้ตอบแบบสอบถามบางส่วนมองเห็นโอกาสว่า AI สามารถช่วยพัฒนาศักยภาพได้ ถ้าใช้อย่างถูกวิธี เช่น:
- มองในมุมที่ต่างออกไป ช่วยให้เห็นไอเดียที่เราอาจจะนึกไม่ถึง
- ย่อยเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ช่วยอธิบายเรื่องซับซ้อนให้เข้าใจง่ายขึ้นแบบทีละขั้นตอน
- ประหยัดเวลาทำเรื่องซ้ำ ๆ เพื่อเอาเวลาไปทำงานวิเคราะห์ที่สำคัญกว่า
- เรียนรู้ผ่านตัวอย่าง การดูสิ่งที่ AI สร้างขึ้นมา แล้วเรามา แกะรอย (Reverse Engineer) ว่ามันทำได้อย่างไร ก็เป็นวิธีเรียนรู้ที่เร็วมาก
คำแนะนำสำหรับ “หัวหน้างาน” และ “HR”
จากข้อมูลทั้งหมดนี้ บทความได้ให้คำแนะนำที่ผมคิดว่ามีประโยชน์มากสำหรับผู้บริหารไทยครับ
- ยอมรับความจริงว่าพนักงานกังวล อย่ามองว่าเด็กสมัยนี้จะชอบเทคโนโลยีไปหมดเสียทุกอย่าง เราควรเปิดพื้นที่ให้พูดคุยถึงความกังวลเรื่องทักษะที่จะหายไป
- อย่าสั่งแบน AI อย่างที่บอกครับ ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ และทำให้การใช้ไปอยู่ใต้ดิน ซึ่งเสี่ยงต่อความลับบริษัทรั่วไหลมากกว่าเดิม
- ลดความกลัวด้วยการให้ใช้จริง ผลสำรวจพบว่า คนที่ใช้ AI บ่อยๆ จะกังวลน้อยกว่าคนที่ไม่ค่อยใช้ เพราะเขาจะเริ่มเห็นว่าตรงไหน AI ทำได้ และตรงไหนที่ มนุษย์ ยังเก่งกว่า
- เน้นการใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพ สนับสนุนให้พนักงานใช้ AI ในงานที่น่าเบื่อหรืองานแอดมิน เพื่อให้พวกเขามีเวลาไป คุยกับคน หรือทำงานสร้างสรรค์ที่ AI แทนที่ไม่ได้
สรุปสั้นๆ อนาคตเป็นของคนรุ่นใหม่ครับ การที่ผู้นำรับฟังและเข้าใจความรู้สึกของ Gen Z ที่มีต่อเทคโนโลยี ไม่ใช่แค่เรื่องของการใช้งานเครื่องมือ แต่เป็นเรื่องของการรักษาศักยภาพของมนุษย์ ในยุคที่ AI เก่งขึ้นทุกวันครับ
แล้วเพื่อนผู้อ่านล่ะครับ ในที่ทำงานมีการใช้ AI อย่างไรบ้าง และมีความกังวลแบบที่ Gen Z กังวลกันไหม มาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ
พบกันใหม่บทความหน้าครับ
ใส่ความเห็น