เก่งต่อไปนะครับ แต่เก่งที่นี่ต่อไป อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องอีกแล้ว

บทความ · HR Insight · Talent Management

⬛ HR Insight

เก่งต่อไปนะครับ แต่เก่งที่นี่ต่อไป อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องอีกแล้ว

“บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราไม่เก่งพอ แต่อยู่ที่เราเอาความเก่งไปวางไว้ผิดที่”


สัปดาห์ที่แล้ว ผมไปนั่งฟังงานสัมมนา มีน้องคนหนึ่งเดินเข้ามาทัก

“อาจารย์จำหนูได้ไหมคะ”

ผมจำได้ทันที วันนี้เธอเป็นผู้บริหาร HR ระดับสูงขององค์กรแห่งหนึ่งแล้ว แต่กว่าจะมาถึงตรงนี้ เธอเคยผ่านช่วงที่เกือบทำให้เธอไม่เชื่อในความเก่งของตัวเองมาแล้ว


เรื่องราวมีอยู่ว่า เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว มีพนักงานคนหนึ่งมาขอคำปรึกษา

เธอเป็นคนเก่งครับ ทำงานดี รับผิดชอบสูง เรียนรู้เร็ว แก้ปัญหาเก่ง เป็นคนที่องค์กรเลือกเข้า Talent Pool

ฝั่งผู้บริหารเอง ก็พูดถึงน้องเขาดีมาก

“คนนี้มีแวว” “คนนี้ต้องดูแลดีๆ” “คนนี้น่าจะโตได้อีกเยอะ” “อนาคตน่าจะไปได้ไกล”

ฟังแล้วก็น่าดีใจนะครับ เพราะใครๆ ก็คงอยากอยู่ในองค์กรที่มองเห็นศักยภาพของเรา

แต่พอน้องเล่าในมุมที่พบเจอมาให้ฟังจริงๆ เรื่องมันไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิดไว้


งานด่วนมา หัวหน้าบอกว่า

“ให้หนูช่วยหน่อยนะ หนูเอาอยู่”

งานที่คนอื่นทำพลาดมา ก็มีคนบอกว่า

“ให้หนูช่วยแก้หน่อย หนูแก้ปัญหาเก่งนะ”

งานข้ามฝ่ายที่ไม่มีเจ้าของชัดเจน ก็มีคนบอกว่า

“หนูประสานให้หน่อยนะ หนูคุยกับคนอื่นได้ดี”

และงานที่ไม่มีใครอยากรับ สุดท้ายก็มักจะลอยมาที่น้องเขา พร้อมประโยคเดิมๆ ว่า

“อยากให้หนูได้ลองงานนี้นะ หนูเป็น Talent นี่”

ฟังดูเหมือนคำชมครับ แต่ถ้าเจอแบบนี้บ่อยๆ มันเริ่มมีอะไรแปลกๆ แล้ว มันเริ่มเหมือนเสียงแจ้งเตือนว่า กำลังจะมีงานอะไรบางอย่างตกลงมาบนโต๊ะเขาอีกแล้ว


แรกๆ น้องเขาก็ภูมิใจครับ เพราะคนเก่งจำนวนมากไม่ได้กลัวงานยากเลย เขาไม่ได้กลัวความท้าทาย ไม่ได้กลัวการเรียนรู้ ไม่ได้กลัวการรับผิดชอบ ไม่ได้กลัวงานที่มีปัญหา บางครั้งเขายังรู้สึกดีด้วยซ้ำ ที่มีคนไว้ใจ ที่มีคนมองว่าเขาทำได้ ที่มีคนให้โอกาสเขาพิสูจน์ตัวเอง

แต่ปัญหาคือ บางองค์กรแยกไม่ออกระหว่าง

“ให้โอกาสคนเก่งเติบโตจริงๆ”

กับ “เอาคนเก่งไปอุดรูรั่วต่างๆ ที่คนอื่นสร้างไว้”

สองเรื่องนี้ดูคล้ายกันมาก เพราะเวลาพูด มันใช้คำสวยๆ ได้เหมือนกัน

“เป็นโอกาสดีนะ” “จะได้เรียนรู้งานมากขึ้น” “ผู้บริหารไว้ใจเรา” “นี่แหละงานท้าทาย”

ฟังดูดีทุกคำ


น้องเขาพูดประโยคหนึ่งที่ผมจำได้ดี

“หนูไม่ได้เหนื่อยเพราะงานยากนะคะ

แต่เหนื่อยเพราะหลายงานไม่ควรเป็นงานของหนูตั้งแต่แรก

แล้วแบบนี้คนอื่นที่เป็นเจ้าของงาน เขาทำอะไรอยู่คะ”

ประโยคนี้ฟังแล้วรู้สึกจี๊ด เพราะมันคือความรู้สึกของคนเก่งจำนวนมาก เขาไม่ได้หมดไฟเพราะงานยาก แต่หมดไฟเพราะงานมั่วมากกว่า

งานแก้ งานฝาก งานด่วน งานไม่มีเจ้าของ งานที่คนอื่นทำพลาด งานที่คนอื่นไม่รับผิดชอบ งานที่ระบบควรจัดการ แต่สุดท้ายโยนมาให้คนที่ “น่าจะเอาอยู่”

และที่น่าเหนื่อยที่สุดคือ น้องเขาจะถูกเรียกว่า “คนเก่ง” ทุกครั้งที่องค์กรอยากให้แบกอะไรเพิ่ม


แล้ววันหนึ่งน้องเขาเริ่มเงียบ เริ่มประสบกับภาวะความเครียดสะสม มีสภาพร่างกายที่แย่ลงเนื่องจากต้องรับงานอย่างต่อเนื่อง ผมร่วง ผมจากดำเริ่มกลายเป็นขาว กรดไหลย้อน นอนไม่หลับ จากนั้นก็เริ่มไปสู่ภาวะทางจิตใจ ภาวะหมดไฟ สุดท้ายดำดิ่งสู่ภาวะซึมเศร้า จนต้องไปพบจิตแพทย์

พอเห็นแบบนี้ แทนที่ผู้บริหารจะให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้น้องเขากลับมาเป็นคนเก่งที่ดีต่อไป สิ่งที่ผู้บริหารทำก็คือ ปลดน้องออกจาก Talent Pool โดยให้เหตุผลว่า ไม่ผ่านการประเมิน Talent ในครั้งล่าสุด

พอปลายปีน้องได้รับผลประเมินแย่สุด และไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนและโบนัสใดๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า “ผลงานปีนี้ไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด” ทั้งๆ ที่ช่วงครึ่งปีแรก น้องเขาทำงานได้สำเร็จมากมาย

จากนั้นน้องคนนี้ก็ถูกสังคมในองค์กรตราหน้าว่า เคยเป็นคนเก่งที่ไม่มีความอดทนเลย น้องเขาเล่าให้ฟังว่า เคยได้ยินกระทั่งคำพูดที่ว่า

“งานเยอะแค่นี้ทำสำออยว่าซึมเศร้า ไหนว่าเป็นคนเก่งไง”

วันนั้นนั่งคุยกันพร้อมกับน้ำตาของน้องเขาที่พร่างพรู ผมบอกน้องไปตรงๆ ว่า

“เก่งต่อไปนะครับ ไม่มีใครอยากให้หนูหยุดเก่ง แต่เก่งที่นี่ต่อไป อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องอีกแล้ว”

เพราะบางองค์กรไม่ได้ต้องการ “คนเก่งที่เติบโตจริงๆ” เขาต้องการแค่ “คนเก่งที่มาแบกรับภาระของคนอื่นได้”

เมื่อถึงวันที่คนเก่งแบกไม่ไหว องค์กรแบบนี้ไม่เคยถามตัวเองว่า “องค์กรทำอะไรผิด” มีแต่ถามว่า “ทำไมพนักงานถึงอ่อนแอ”


ผมเลยบอกน้องไปว่า ให้เก็บความเก่งของตัวเองไว้ให้ดี แล้วเอาไปวางไว้ในที่ที่เขาจะดูแลมันอย่างมีคุณค่าจริงๆ

แล้วเวลาผ่านไปไม่นาน น้องเปลี่ยนงานใหม่ และยังรักษาคุณค่าและความเก่งของตนเองไว้ จนสุดท้ายปัจจุบันนี้ น้องคนนี้อยู่ในตำแหน่งระดับสูงขององค์กรเป็นที่เรียบร้อย

น้องกล่าวขอบคุณผมที่ทำให้เขามีวันนี้ แต่ผมบอกว่า มันไม่ใช่ผมเลย

“เป็นที่หนูต่างหาก ที่ยังคงรักษาคุณค่า รักษาความเก่งในตัวเองไว้ พอมาเจอกับองค์กรที่ดี ความเก่งนั้นมันก็ฉายแสงให้คนที่เห็นคุณค่านั้น”

วันนั้นเราร่ำลากันด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับพลังใจในการก้าวเดินต่อไป

รักษาความเก่งของตัวเองไว้ให้ดี

บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่เราไม่เก่งพอ แต่อยู่ที่เราเอาความเก่งไปวางไว้ผิดที่

อย่าลดคุณค่าในตัวเอง เพียงเพราะเคยอยู่กับคนที่ไม่เห็นคุณค่าของเรา

“รักษาความเก่งของตัวเองไว้ให้ดี วันหนึ่ง เมื่อเราอยู่ถูกที่ ความเก่งนั้นจะได้ฉายแสงจริงๆ”

โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑