เคยไหมครับที่ตื่นเช้ามาแล้วรู้สึกไม่อยากไปทำงาน ไม่ใช่เพราะเบื่องานที่ทำ แต่เป็นเพราะคน ที่เราต้องเจอ โดยเฉพาะคนที่เป็นหัวหน้าของเราเอง
ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอประสบการณ์แย่ๆ ในที่ทำงานมาบ้าง แต่มันมีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างหัวหน้าที่แค่น่ารำคาญ กับหัวหน้าที่เป็นพิษ (Toxic Boss) วันนี้ผมเลยหยิบยกบทความจาก Harvard Business Review ที่เขียนโดยคุณ Colin D. Ellis มาสรุปให้ฟังแบบง่าย ๆ ว่า สัญญาณแบบไหนที่บอกว่าคุณกำลังเผชิญกับภาวะหัวหน้าเป็นพิษ และเราจะรับมือกับมันได้อย่างไรบ้างครับ
10 สัญญาณอันตรายของหัวหน้า Toxic
ลองเช็กดูนะครับว่าหัวหน้าของคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้บ้างหรือเปล่า
- ขาดความเข้าใจตัวเอง ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ คิดว่าตัวเองถูกเสมอ และไม่รับฟังคำวิจารณ์จากใคร
- ขาดความเห็นใจผู้อื่น ไม่สนใจว่าคำพูดหรือการกระทำของตนจะกระทบจิตใจลูกน้องอย่างไร ทำให้ขาดความเชื่อใจกัน
- เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ทุกอย่างต้องหมุนรอบตัวเขา ชอบเอาความดีความชอบของลูกน้องไปเป็นของตัวเอง
- ทำตัวไม่สม่ำเสมอ ผีเข้าผีออก คาดเดาอารมณ์ลำบาก และมักจะมีลูกรักลูกชังชัดเจน
- บ้าอำนาจ ใช้ตำแหน่งกดขี่ สั่งให้ลูกน้องทำตามโดยห้ามสงสัยหรือตั้งคำถาม
- จู้จี้จุกจิกเกินเหตุ (Micromanage) ไม่เคยไว้ใจให้ใครทำงานเอง ต้องคอยสอดส่องทุกขั้นตอนหรือขอมีชื่ออยู่ในอีเมลทุกฉบับ
- ตั้งเป้าหมายเกินจริง สั่งงานในระยะเวลาที่ทำไม่ได้จริง หรือให้โจทย์ที่คลุมเครือจนลูกน้องสับสน
- ชอบพูดจาดูถูก มักตลกบนความทุกข์ของคนอื่น หรือนินทาลับหลังเพื่อให้คนอื่นดูแย่
- โยนขี้เก่ง เวลาเกิดความผิดพลาด จะหาคนผิดยกเว้นตัวเอง พยายามหาเหตุผลมาพิสูจน์ว่าคนอื่นคือต้นเหตุ
- มั่นใจในตัวเองผิดๆ คิดว่าตัวเองเก่งไปหมดทุกเรื่องและหยุดพัฒนาตัวเอง
ผลกระทบที่น่ากลัวกว่าที่คิด
การทำงานกับคนแบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องกวนใจเราในแต่ละวัน แต่มันส่งผลกระทบต่อชีวิตเราอย่างรุนแรง ทั้งทำให้เกิดความวิตกกังวลในการทำงาน เครียด จนลามไปถึงชีวิตส่วนตัว บั่นทอนความมั่นใจจนเรารู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า และที่น่ากลัวที่สุดคือส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจ เช่น ความดันโลหิตสูง ซึมเศร้า หรือเกิดภาวะ Burnout ได้เลย
วิธีเอาตัวรอดและรับมือ
ถ้าคุณยังต้องทำงานที่นี่อยู่ ต่อไปนี้คือวิธีที่พอจะช่วยได้ครับ
- ดูแลใจตัวเองก่อน หาความสุขนอกงาน ทำงานอดิเรก หรือลองใช้วิธีจดบันทึกความรู้สึก (Journaling) เพื่อระบายความเครียด
- ฝึกสมาธิ ลองใช้เทคนิค 4-7-8 (หายใจเข้า 4 วินาที, กลั้นไว้ 7 วินาที, หายใจออก 8 วินาที) เพื่อให้ใจสงบลงเวลาเจอสถานการณ์บีบคั้น
- คุยด้วยข้อเท็จจริง หากพอคุยได้ ให้ลองคุยแบบมืออาชีพโดยใช้เหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ เช่น บอกว่าพฤติกรรมแบบไหนที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเรา
- เก็บหลักฐาน จดบันทึกคำสั่งหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมไว้เสมอ หากมีการสั่งงานปากเปล่า ให้ส่งอีเมลสรุปกลับไปเพื่อยืนยันความเข้าใจและใช้เป็นหลักฐานในอนาคต
- หาที่ปรึกษา คุยกับเพื่อนร่วมงานที่ไว้ใจได้หรือเมนเทอร์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองและไม่รู้สึกว่าเราต้องสู้คนเดียว
สุดท้ายนี้ หากลองพยายามทุกทางแล้วแต่พฤติกรรมของหัวหน้ายังบั่นทอนสุขภาพจิตจนรับไม่ไหว การมองหาโอกาสใหม่ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดครับ เพราะไม่มีใครควรต้องทนทำงานกับคนที่ทำลายคุณค่าในตัวเราตลอดเวลา จริงมั้ยครับ
ใส่ความเห็น