Supermanager คืออะไร และองค์กรจะสร้างได้อย่างไร

บทความ · HR Management · Leadership

⬛ HR Insight

Supermanager คืออะไร และองค์กรจะสร้างได้อย่างไร

“AI ไม่ได้ขาดเครื่องมือ สิ่งที่ขาดคือผู้จัดการที่รู้ว่าจะเอา AI ไปทำอะไรกับทีม”


ลองนึกถึงผู้จัดการสองคนที่นั่งทำงานในอาคารเดียวกัน

คนแรกเริ่มวันใหม่ด้วยการประชุมติดตามงาน ตรวจ report รายสัปดาห์ และอนุมัติเอกสารที่ค้างอยู่ในกล่อง inbox เขาทำงานหนัก ไม่เคยขาดประชุม และรู้ทุกรายละเอียดของทีม

คนที่สองเริ่มวันด้วยการถามทีมว่า “สัปดาห์นี้เราจะทดลองอะไรได้บ้าง?” เขาไม่ได้รู้ทุกรายละเอียด แต่ทีมของเขาแก้ปัญหาได้เร็วกว่า กล้าเสนอไอเดียมากกว่า และรู้สึกว่างานมีความหมายกว่า

คนที่สองคือสิ่งที่ Gartner เรียกว่า “Supermanager”


ผู้จัดการแบบเดิมกับ Supermanager ต่างกันอย่างไร

ผู้จัดการแบบดั้งเดิมมีหน้าที่บริหารและควบคุมให้งานเดินตามแผน ซึ่งในโลกที่ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก วิธีนี้ทำงานได้ดี

แต่ในยุคที่ AI เปลี่ยนวิธีทำงานทุกสัปดาห์ รูปแบบนั้นเริ่มไม่พอ

ผู้จัดการแบบดั้งเดิม

บริหารและควบคุมการทำงานตามขั้นตอนที่กำหนด รอคำสั่งจากข้างบนแล้วส่งต่อลงมา

✓ Supermanager

เป็นตัวเร่งปฏิกิริยา สร้างเงื่อนไขให้ทีมคิด ทดลอง และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงจากข้างล่างขึ้นไปข้างบน


5 ลักษณะที่บอกว่าใครคือ Supermanager

ไม่ใช่เรื่องของบุคลิกหรือความสามารถพิเศษส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของพฤติกรรมที่ฝึกได้

01  ให้อำนาจทีมตัดสินใจ

ผู้จัดการทั่วไปมักรู้สึกว่าการตัดสินใจคือหน้าที่ของตัวเอง เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้รู้สึกว่า “กำลังทำงานอยู่” Supermanager มองต่างออกไป พวกเขาเชื่อว่าคนที่ทำงานอยู่กับปัญหาทุกวันรู้ดีกว่าคนที่นั่งอยู่ในห้องประชุม

ในทางปฏิบัติ พวกเขาตั้งคำถามก่อนให้คำตอบ บอกทิศทางแทนที่จะบอกวิธี และยอมรับว่าคำตอบของทีมอาจดีกว่าคำตอบของตัวเอง

02  สร้างวัฒนธรรมทดลอง

ในองค์กรส่วนใหญ่ ความล้มเหลวยังเป็นสิ่งที่ต้องซ่อน พนักงานรู้ดีว่าถ้าทดลองแล้วพลาด จะมีคำถามตามมา ผลที่ได้คือทุกคนทำแต่สิ่งที่ปลอดภัย Supermanager เปลี่ยนสมการนั้น พวกเขาพูดถึงความล้มเหลวของตัวเองก่อน เพื่อให้ทีมรู้ว่าการทดลองแล้วพลาดไม่ใช่เรื่องน่าอาย

นวัตกรรมที่มีคุณค่าที่สุดในองค์กรมักไม่ได้มาจากการประชุมเชิงกลยุทธ์ชั้นบน แต่มาจากพนักงานที่อยู่กับปัญหาจริงๆ ทุกวัน Supermanager รู้เรื่องนี้ จึงสร้างพื้นที่ให้ไอเดียเหล่านั้นได้ผุดขึ้นมาและถูกได้ยิน

03  ใช้ AI อย่างแท้จริง

มีผู้จัดการจำนวนมากที่รู้จักชื่อเครื่องมือ AI พูดถึงมันในที่ประชุม แต่ในชีวิตประจำวันยังทำงานแบบเดิมทุกอย่าง Supermanager ไม่ใช่แค่ “รู้จัก” AI แต่เอามันมาใช้จริงในงานของตัวเอง ตั้งแต่การสรุปข้อมูล การเตรียม feedback การติดตามผลงานทีม ไปจนถึงการวางแผน

ที่สำคัญกว่านั้นคือพวกเขาช่วยให้ทีมเห็นว่า AI ไม่ใช่ภัยคุกคาม แต่เป็นเครื่องมือที่ทำให้งานมีคุณค่ามากขึ้น เพราะเวลาที่ไม่ต้องทำงานซ้ำๆ ก็มีเวลาไปคิดเรื่องที่สำคัญกว่า

04  มีมุมมองเชิงนวัตกรรม

ผู้จัดการแบบเดิมมองบทบาทตัวเองว่าคือการส่งมอบผลลัพธ์ตามที่ได้รับมอบหมาย Supermanager มองบทบาทตัวเองว่าเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเทคโนโลยีที่มีอยู่กับผลลัพธ์ทางธุรกิจที่ควรจะเป็น

พวกเขาไม่รอให้มีคนข้างบนบอกว่าต้องเปลี่ยนอะไร แต่มองอยู่เสมอว่าวิธีทำงานปัจจุบันมีจุดไหนที่ทำได้ดีกว่านี้ กระบวนการไหนที่ทำซ้ำๆ โดยไม่มีใครตั้งคำถาม และเทคโนโลยีที่มีอยู่สามารถช่วยได้อย่างไร การคิดแบบนี้ไม่ต้องการงบประมาณพิเศษ แต่ต้องการความกล้าที่จะตั้งคำถามกับสิ่งที่ทำอยู่

05  ทำสองอย่างพร้อมกัน

นี่คือลักษณะที่ยากที่สุดและสำคัญที่สุด ผู้จัดการส่วนใหญ่ต้องเลือกระหว่างการส่งมอบผลลัพธ์วันนี้กับการพัฒนาทีมและวิธีทำงานสำหรับวันพรุ่งนี้ เพราะเวลามีจำกัด และงานเร่งด่วนมักชนะงานสำคัญเสมอ

Supermanager ไม่มองว่าสองสิ่งนี้ขัดแย้งกัน พวกเขาฝึกทีมผ่านงานจริง ทดลองวิธีใหม่ไปพร้อมกับการส่งมอบงานเดิม และสร้างกระบวนการที่ดีขึ้นทีละนิดในทุกรอบของงาน ผลที่ได้ไม่ใช่แค่ทีมที่ทำงานได้ดีขึ้น แต่เป็นทีมที่เรียนรู้วิธีทำงานที่ดีขึ้นด้วยตัวเอง

ทั้งห้าข้อนี้ไม่ใช่บุคลิกภาพที่ติดตัวมาแต่กำเนิด แต่เป็นพฤติกรรมที่ฝึกได้ถ้าองค์กรออกแบบระบบให้รองรับ ซึ่งนั่นคือโจทย์ที่แท้จริงสำหรับ HR และผู้บริหารในวันนี้


แล้วองค์กรจะสร้าง Supermanager ได้อย่างไร

ปัญหาคือองค์กรส่วนใหญ่ยังออกแบบระบบให้ผู้จัดการทำงานแบบเดิม แล้วค่อยบอกให้พวกเขา “เปลี่ยนวิธีคิด” มันไม่ได้ผล

สิ่งที่ต้องเปลี่ยนมีสามเรื่องหลัก

ระบบประเมินผล — ถ้ายังวัดผู้จัดการด้วย KPI เดิม การควบคุมงาน และความถี่ในการรายงาน ก็อย่าหวังว่าพวกเขาจะกล้าให้อิสระทีมหรือยอมรับความล้มเหลวจากการทดลอง

การพัฒนาทักษะ — ทักษะของ Supermanager ทั้ง coaching, AI literacy และการนำการเปลี่ยนแปลง ไม่ได้เกิดจากการส่งไปอบรมสองวันแล้วจบ แต่ต้องฝึกในงานจริงอย่างต่อเนื่อง

ตัวอย่างจากผู้บริหาร — ถ้าผู้บริหารระดับสูงยังบริหารแบบเดิม ผู้จัดการก็จะทำตาม ไม่ว่าจะประกาศนโยบายอะไรก็ตาม


องค์กรของคุณพร้อมสร้าง Supermanager แล้วหรือยัง?

Gartner พบว่าองค์กรที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารควบคู่ไปกับการลงทุนด้าน AI ได้ผลตอบแทนสูงกว่าองค์กรที่ลงทุนด้าน AI แต่ไม่เปลี่ยนแปลงการบริหารอย่างชัดเจน เพราะ AI ไม่ได้ขาดเครื่องมือ สิ่งที่ขาดคือผู้จัดการที่รู้ว่าจะเอา AI ไปทำอะไรกับทีม

“ระบบที่ดีสร้างผู้จัดการที่ดี ระบบที่ไม่ดีทำลายผู้จัดการที่ดีได้เช่นกัน”

โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting

ไล่บี้เอาผลงานจากลูกน้อง โดยที่ลูกน้องยังรัก ทำได้อย่างไร

สวัสดีครับเพื่อนผู้อ่านทุกท่าน

หลายคนมักจะมีความเชื่อว่า การเป็นหัวหน้าที่เน้นผลงานแบบ “สายบี้” (Results-driven) กับการเป็นหัวหน้าที่ลูกน้องรักและทำงานด้วยอย่างมีความสุข (Employee Engagement) เป็นสองสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกัน จนบางครั้งเราเผลอคิดไปว่าถ้าจะเอา “งาน” ก็ต้องยอมเสีย “คน” หรือถ้าจะเอา “ใจคน” งานก็อาจจะหย่อนยานไปบ้าง

อ่านเพิ่มเติม “ไล่บี้เอาผลงานจากลูกน้อง โดยที่ลูกน้องยังรัก ทำได้อย่างไร”

เมื่อลูกน้องมือดี ทางตัน แต่ยังอยาก ไปต่อ คนเป็นหัวหน้าจะช่วยเขาอย่างไรดี

เชื่อว่าคนเป็นหัวหน้าหลายท่านคงเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ครับ

เรามีลูกน้องระดับ Star อยู่คนหนึ่ง ผลงานดีมาก เก่ง มีความรับผิดชอบ และเขาก็พร้อมสุดๆ ที่จะก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น แต่ติดปัญหาใหญ่เพียงอย่างเดียวคือ ข้างบนไม่มีที่ว่าง ตำแหน่งบริหารระดับสูงยังเต็มทุกที่นั่ง หรือโครงสร้างองค์กรไม่ได้ขยายตัวพอที่จะเปิดตำแหน่งใหม่ได้ ในขณะที่ลูกน้องคนเก่งของเราเริ่มรู้สึกว่าตัวเอง ตัน และเริ่มมองหาลู่ทางใหม่ ๆ

อ่านเพิ่มเติม “เมื่อลูกน้องมือดี ทางตัน แต่ยังอยาก ไปต่อ คนเป็นหัวหน้าจะช่วยเขาอย่างไรดี”

หยุดคิดว่าตัวเองฉลาดที่สุด เคล็ดลับพัฒนาภาวะผู้นำสู่การเติบโตแบบไร้ขีดจำกัด

คุณเคยรู้สึกไหมว่า… ยิ่งตำแหน่งสูงขึ้นเท่าไหร่ โอกาส “เรียนรู้” ใหม่ๆ ยิ่งลดลงเท่านั้น?

เมื่อคุณเริ่มต้นอาชีพ (ไม่ว่าจะฐานะลูกน้อง นักเรียน หรือลูกศิษย์) แหล่งความรู้ของคุณคือคนที่มีประสบการณ์มากกว่าและ “ฉลาดกว่า” อย่างเห็นได้ชัด ทั้งพ่อแม่ ครูอาจารย์ หรือเจ้านาย

อ่านเพิ่มเติม “หยุดคิดว่าตัวเองฉลาดที่สุด เคล็ดลับพัฒนาภาวะผู้นำสู่การเติบโตแบบไร้ขีดจำกัด”

ไขรหัส Leadership Pipeline 3 สิ่งที่ “ต้องเปลี่ยน” เมื่อมีการเลื่อนตำแหน่ง

ปัญหาคลาสสิกตลอดกาลของหลายองค์กร ที่ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านน่าจะเคยพบเจอ (หรืออาจจะกำลังเจออยู่กับตัว) คือการที่เราโปรโมท “คนเก่ง” ขึ้นมาเป็นหัวหน้า แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นว่า เราเสียคนทำงานมือดีไปหนึ่งคน และได้หัวหน้างานที่ยังไม่พร้อมมาแทน

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น? ทำไมคนที่เก่งเนื้องานมากๆ พอเลื่อนตำแหน่งแล้วกลับ “ไปไม่รอด”?

อ่านเพิ่มเติม “ไขรหัส Leadership Pipeline 3 สิ่งที่ “ต้องเปลี่ยน” เมื่อมีการเลื่อนตำแหน่ง”

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑