บทความ · HR Management · Salary Structure
⬛ HR Insight
กระบอกเงินเดือนกับความหมายที่ซ่อนอยู่ข้างใน
แต่ละจุดในกระบอกเงินเดือน ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลข มันซ่อนความหมายเอาไว้เสมอ
ลูกน้องคนเก่ง เพิ่งเข้ามาได้ปีเดียว เงินเดือนยังอยู่ต่ำกว่าค่ากลางของกระบอกเงินเดือน แบบนี้ต้องรีบขึ้นเงินเดือนให้เขาไหม
เป็นคำถามที่หัวหน้าหลายคนเจอ พอบริษัทวางโครงสร้างเงินเดือนเสร็จ แล้วเปิดดูกระบอกเงินเดือนของทีมตัวเอง เห็นลูกน้องหลายคนที่เพิ่งรับเข้ามาทำงาน ได้เงินเดือนต่ำกว่าค่ากลาง ก็เลยคิดว่าเราจ่ายต่ำไป ต้องรีบขึ้นเงินเดือนให้ ฟังดูเหมือนหัวหน้าใจดีที่ดูแลลูกน้อง แต่จริงๆ แล้วคือกำลังเข้าใจผิดเรื่องกระบอกเงินเดือนอยู่
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ลูกน้องได้น้อยไป แต่อยู่ที่ยังไม่มีใครอธิบายให้ชัดว่า แต่ละโซนของกระบอกเงินเดือนกำลังบอกอะไรเราบ้าง และค่ากลางมีไว้สำหรับใครกันแน่
Midpoint คือหัวใจของกระบอก มาจากตลาดกับจุดแข่งขัน
กระบอกเงินเดือนของแต่ละระดับงาน มีจุดที่เป็นหัวใจอยู่จุดหนึ่ง คือค่ากลาง หรือที่เรียกว่า Midpoint
Midpoint คือราคาตลาดของงานระดับนั้น สำหรับพนักงานที่ทำงานได้เต็มความสามารถของระดับนี้แล้ว คือทำได้ครบตามที่ตำแหน่งต้องการ ไม่ใช่พนักงานที่เพิ่งเข้ามาและยังทำได้ไม่เต็มที่ ตัวเลขนี้ตั้งมาจากข้อมูลตลาด ณ จุดแข่งขันที่บริษัทเลือกไว้ (P50 หรือ P75) ถ้าเลือกจ่ายเท่าตลาด ค่ากลางของกระบอกก็เกาะค่ากลางของตลาด ถ้าเลือกจ่ายนำ ก็ตั้งให้สูงกว่านั้น
ที่บอกว่า Midpoint เป็นหัวใจ เพราะมันคือจุดตั้งต้น เราหาค่ากลางของกระบอกเงินเดือนของแต่ละระดับงานก่อน แล้ว Min กับ Max ค่อยตามมาทีหลัง โดยวางล้อมรอบจุดนี้
Min กับ Max คือพื้นกับเพดานของกระบอก
ถ้า Midpoint คือค่ากลาง Min กับ Max ก็คือพื้นกับเพดาน
Min คือค่าต่ำสุดที่บริษัทยอมจ่ายในระดับงานนั้น มักเป็นจุดที่ใช้รับพนักงานที่เพิ่งเข้ามา ที่ยังทำงานระดับนี้ได้ไม่เต็มที่ ต้องใช้เวลาเรียนรู้อีกพัก ส่วน Max คือเพดานสูงสุดของระดับงานนั้น เป็นจุดสำหรับพนักงานที่ทำงานระดับนี้ได้สุดทางแล้ว เก่งและอยู่ตัวเต็มที่ในระดับนี้แล้ว
ระยะจากพื้นถึงเพดานนี้ เราเรียกว่า Range Spread คือความกว้างของกระบอกเงินเดือน มันคือพื้นที่ให้พนักงานขยับเงินเดือนขึ้นได้ ในขณะที่ยังอยู่ระดับงานเดิม พนักงานใหม่มักเข้ามาที่แถว Min ของกระบอก แล้วค่อยๆ ปรับเงินเดือนตามผลงานขึ้นไปสู่ค่ากลาง และไปสู่เพดานของกระบอกเงินเดือน พอชนเพดานแล้ว ก็แปลว่าถ้าจะโตต่อ ต้องขยับไปอีกระดับงานหนึ่ง ไม่ใช่ดันเงินเดือนในระดับเดิมต่อไปเรื่อยๆ
คนในระดับงานเดียวกัน อยู่คนละโซนของกระบอก
พอกระบอกมีพื้นที่ให้ขยับ พนักงานที่อยู่ระดับงานเดียวกัน ก็ไม่ได้อยู่จุดเดียวกันหมด
โดยทั่วไปเราแบ่งกระบอกออกเป็นสามโซน โซนแรกคือโซนเริ่มต้น (Beginner) สำหรับพนักงานที่เพิ่งเข้ามา ยังต้องฝึกฝนทักษะและเรียนรู้งานในช่วงแรก ทำงานได้ยังไม่ครบตามที่ JD กำหนด พนักงานกลุ่มนี้จะอยู่ช่วงต้นของกระบอก ค่อนไปทางพื้น โซนที่สองคือโซนกลาง (Performer) คือพนักงานที่ทำงานได้ครบถ้วนตามที่ JD กำหนดแล้ว จะอยู่แถวค่ากลาง ส่วนโซนที่สามคือโซนสูง (Expert) คือพนักงานที่มีความชำนาญเชี่ยวชาญในงานที่ทำอยู่ จากประสบการณ์ที่สั่งสมมา ทำได้เกินระดับจนพร้อมจะขยับไปสู่กระบอกถัดไป พนักงานกลุ่มนี้จะอยู่ช่วงปลาย ค่อนไปทางเพดาน
ตำแหน่งของพนักงานในกระบอก เลยบอกได้มากกว่าตัวเลขเงินเดือน มันบอกว่าพนักงานคนนั้นอยู่ตรงไหนของเส้นทางในระดับงานนี้ ยังมีที่ให้โตอีกไหม หรือใกล้สุดทางของระดับแล้ว พนักงานสองคนได้เงินเดือนไม่เท่ากันในระดับเดียวกัน จึงเป็นเรื่องปกติ ขอแค่อธิบายได้ว่าทำไมคนหนึ่งอยู่สูงกว่าอีกคน
อยู่ต่ำกว่าค่ากลาง ไม่ได้แปลว่าจ่ายน้อยไป
กลับมาที่เรื่องของหัวหน้าในตอนต้น ที่จะรีบดันลูกน้องขึ้นไปที่ค่ากลาง
การที่พนักงานอยู่ต่ำกว่าค่ากลาง ไม่ได้แปลว่าบริษัทจ่ายเขาน้อยไป เพราะค่ากลางมีไว้สำหรับพนักงานที่ทำงานได้เต็มระดับแล้ว ส่วนพนักงานที่เพิ่งเข้ามาและกำลังเรียนรู้ การอยู่ต่ำกว่าค่ากลางเป็นเรื่องที่ถูกต้อง มันเผื่อที่ไว้ให้เงินเดือนของเขาขยับขึ้นตามฝีมือที่โตขึ้น ถ้ารีบดันพนักงานทุกคนขึ้นไปที่ค่ากลางตั้งแต่แรก พอเขาเก่งขึ้นจริงๆ ก็จะไม่เหลือที่ให้ขยับ แถมงบก็บานปลายโดยไม่จำเป็น
อีกด้านหนึ่ง พนักงานที่เงินเดือนไปอยู่ที่เพดานหรือเลยเพดานของระดับงานแล้ว ก็บอกอะไรบางอย่างเหมือนกัน คือพนักงานคนนั้นไปได้สุดทางของระดับนี้แล้ว ถ้าจะขึ้นต่อ ต้องคิดเรื่องเลื่อนระดับ ไม่ใช่แค่เพิ่มเงินเดือนไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะเล่าละเอียดในบทต่อไป
อ่านกระบอกเป็น การกำหนดเงินเดือนพนักงานก็มีหลักให้ยึด
พออ่านกระบอกเงินเดือนเป็น เข้าใจว่าแต่ละจุดมีความหมายว่าอะไร การกำหนดเงินเดือนพนักงานก็มีหลักให้ยึด รับพนักงานใหม่ก็รู้ว่าควรเริ่มตรงไหน จะขึ้นเงินเดือนก็ดูได้ว่าพนักงานคนนี้อยู่ตรงไหนของกระบอก ยังมีที่ให้ขยับไหม หรือใกล้เพดานจนต้องคิดเรื่องเลื่อนระดับแล้ว
ตัวเลขแต่ละจุดในกระบอกเงินเดือน ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลข มันบอกอะไรบางอย่างเสมอ Min บอกจุดเริ่ม Midpoint บอกราคาตลาดของพนักงานที่ทำได้เต็มระดับ Max บอกสุดทางของระดับนั้น พอรู้ว่าแต่ละจุดหมายความว่าอะไร ก็ตอบได้ว่าทำไมพนักงานคนนี้ถึงอยู่ตรงนี้ และควรขยับหรือยัง
ความเป็นธรรมที่อธิบายได้ จึงไม่ได้จบแค่ตอนวางกระบอกเงินเดือนเสร็จ แต่อยู่ที่การอ่านกระบอกให้เป็น แล้วเอามาใช้ตอบคำถามเรื่องเงินเดือนของพนักงานได้จริง
แม้การกำหนดเงินเดือนโดยแบ่งเป็นโซนแบบนี้จะไม่มีสูตรตายตัว แต่อย่างน้อยก็ทำให้การบริหารเงินเดือนพนักงานไม่ลักลั่นกัน เมื่อเทียบกับความสามารถในการทำงานของพนักงานแต่ละคน
ลองกลับไปมองในองค์กรของท่านดูว่า ตอนนี้พนักงานแต่ละคนมีเงินเดือนที่วางอยู่ในจุดที่เหมาะสมกับการทำงานของเขาหรือไม่
โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting
ใส่ความเห็น