ความแตกต่างระหว่างหัวหน้ายอดแย่ กับ หัวหน้ายอดเยี่ยม (ตอนที่ 1)

ช่วงสงกรานต์กำลังจะผ่านไปแล้ว เท่าที่คุยกับเพื่อนๆ ก็เหมือนกับว่าคนกรุงเทพไม่ค่อยจะไปไหนกันสักเท่าไหร่ อย่างไรก็ดี ก็น่าจะเป็นช่วงเวลาหยุดพักผ่อน เพื่อที่จะชาร์ตพลังในการทำงานให้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง ช่วงวันหยุดก็ได้พูดคุยกับรุ่นน้องคนหนึ่ง เขาเล่าให้ฟังว่า ที่บริษัทได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเข้ามาเพื่อศึกษาและวางแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำ โดยกลุ่มเป้าหมายก็คือ ต้องการพัฒนาทักษะของคนที่เป็นหัวหน้าในทุกระดับ

บริษัทที่ปรึกษาก็ได้เก็บรวบรวมข้อมูล และทำ Focus group กับกลุ่มพนักงานที่เป็นพนักงานแบบ Talent หน่อยของทางบริษัท เพื่อของความเห็น และให้ Feedback ในเรื่องของการเป็นหัวหน้างานของผู้บริหารทุกระดับของบริษัท ผมได้ฟังแล้วก็เลยนำเอามาสรุป และเขียนเป็นบทความให้อ่านกันครับ

ในการทำ workshop เขาแบ่งเป็นสองช่วงก็คือ หัวหน้ายอดเยี่ยม กับหัวหน้ายอดแย่ ว่าในแต่ละกลุ่มอะไรเขาแสดงพฤติกรรมอะไรออกมาบ้าง เราลองมาดูกันครับ เรามาดูหัวหน้ายอดแย่กันก่อนเลยครับว่าสรุปออกมาแล้วมีประเด็นอะไรบ้าง

  • ไม่เคยสนใจ ใส่ใจ เรื่องราวของพนักงาน เป็นหัวหน้างานที่ไม่เคยคิดที่จะสอบถามทุกข์สุขของพนักงาน พนักงานจะเจ็บจะป่วยอย่างไร ก็ไม่เคยสนใจสอบถามทุกข์สุข หัวหน้างานบางคนยังจำชื่อพนักงานไม่ได้ด้วยซ้ำไป ว่าชื่ออะไร บางคนก็จำชื่อพนักงานสลับกันไปมา เวลาเรียกก็เรียกผิดตลอด จนพนักงานรู้สึกถึงความไม่เอาใจใส่ของหัวหน้าเลย

 

  • เป็นคนพูดฝ่ายเดียว ไม่เคยฟังลูกน้อง เวลาที่มีการพูดคุยกัน หรือประชุมกัน ก็เป็นฝ่ายพูดอยู่ฝ่ายเดียว พนักงานจะขอพูด ก็ไม่ได้ หรือบางครั้งให้พนักงานพูด แต่ยังพูดไม่จบ ก็ตัดบท ยิ่งไปกว่านั้นยังไม่เคยฟังความคิดเห็นอะไรของพนักงานเลย หรือถ้าฟัง ก็ไม่เคยที่จะสนใจหรือใส่ใจจริงๆ มักจะทำท่าเหมือนฟัง แต่จริงๆ ไม่ได้ฟัง บางคนทำท่าเหมือนเบื่ออะไรบางอย่างในขณะที่ฟังพนักงานพูด หรือบางคนหนักหน่อย ก็คือ นอกจากไม่ฟังแล้ว ยังขัดพนักงานตลอดเวลา จนพนักงานไม่มีโอกาสได้พูด หรือแสดงความคิดเห็นอะไรเลย จากนั้นก็มาบ่น และตำหนิพนักงานว่า ไม่เคยแสดงความเห็นอะไร

 

  • ไม่อยากให้ลูกน้องประสบความสำเร็จ หัวหน้ายอดแย่อีกแบบที่พนักงานให้ความเห็นไว้ ก็คือ หัวหน้าที่ไม่ต้องการให้ลูกน้องได้ดีเกินหน้าเกินตาตนเอง เวลาที่ลูกน้องคิดอะไรดีๆ ออกมา หัวหน้าแบบนี้ก็มักจะปิดกั้นความคิดลูกน้อง โดยบอกว่าไม่ดีบ้าง หรือเคยทำมาแล้วบ้าง หรือเวลาที่ลูกน้องอยากจะขอไปอบรม และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มเติม ก็มักจะอ้างว่า งานเยอะมาก ทำไมต้องไป อยู่ทำงานแบบนี้ดีแล้ว อีกทั้งไม่เคยคิดที่จะวางแผนในการที่จะพัฒนาลูกน้อง ไม่คิดจะสอนงานลูกน้อง เรียกได้ว่า ถ้าลูกน้องยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ หัวหน้างานคนนี้จะมีความสุขมากขึ้น บางคนมีความสุขมากถ้าเห็นลูกน้องทำงานผิดพลาด

 

  • มัวแต่สนใจในงานที่ไม่มีความหมายอะไร หัวหน้ายอดแย่แบบถัดไปที่พนักงานให้ความเห็นก็คือ หัวหน้าที่มัวแต่สนใจในสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ต่อเป้าหมายความสำเร็จของงานเลย มัวแต่สนใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มากจนเกินไป บางครั้งก็เกินความพอดี เช่น สนใจเรื่อง font ของเอกสารมากกว่าเนื้อหาที่เขียนในเอกสาร หรือสนใจในสีสัน และลูกเล่นใน powerpoint มากกว่าเรื่องราวที่จะนำเสนอ พอถึงเวลาประชุมทีงาน ก็มักจะพูด หรือเล่าเรื่องไร้สาระให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นประวัติการทำงานอันโชกโชนของตนเอง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยไม่สนใจว่า เป้าหมายของการประชุมนั้นคืออะไร ปล่อยเวลาให้เสียไปโดยไม่ได้มูลค่าเพิ่มอะไรเลย พนักงานเองก็นั่งเบื่อ เพราะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการประชุมเลย

 

  • ไม่เคยรับผิด คอยรับแต่ชอบ พฤติกรรมของหัวหน้ายอดแย่อีกรูปแบบหนึ่งก็คือ เวลาที่มีลูกน้องทำผิด ก็มักจะไม่รับผิดทั้งๆ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเอง แต่กลับโยนความผิดนั้นให้ลูกน้องตนเอง จะเห็นได้ชัดเวลาประชุม แล้วลูกน้องต้องนำเสนองาน แต่งานที่เสนอถูกนายใหญ่ตำหนิ หัวหน้างานยอดแย่ก็จะพูดกับนายใหญ่ว่า “ผมไม่รู้เรื่องที่เขาเสนอมาเลย นี่ถ้าผมเห็นผมจะไม่ปล่อยให้มานำเสนอแบบนี้” แล้วก็ปัดความรับผิดชอบไปที่ลูกน้อง โดยที่พยายามทำให้ตนเองดูดีในสายตาของคนอื่น แต่ถ้าเวลาที่ลูกน้องทำงานได้ดี แล้วมีคนชื่นชม เขาก็มักจะแสดงออกว่า นั่นเป็นงานของเขาเอง เขาเป็นคนคิด และทำเองทั้งหมด ลูกน้องไม่เกี่ยว เพื่อให้ตนเองได้หน้า

 

  • ไม่เคยมีคำชม หัวหน้ายอดแย่ที่พนักงานโหวตไว้อีกพฤติกรรมหนึ่งก็คือ เป็นหัวหน้าที่ไม่เคยคิดจะชมลูกน้องเวลาที่ลูกน้องทำงานได้ดี แต่ถ้าเมื่อไหร่ลูกน้องทำงานแย่ หรือผิดพลาด หัวหน้าคนนี้ก็จะด่าแหลก บางคนด่าตรงๆ บางคนก็อ้อมไปมา เสียดสีไปเรื่อย จนกว่าจะรู้สึกพอใจจึงหยุด

 

  • เล่นพรรคเล่นพวก หัวหน้ายอดแย่อีกประเภทหนึ่งก็คือ หัวหน้าที่เล่นพรรคเล่นพวก เอาพวกตัวเองเข้าว่า อวยแต่คนกันเอง ถ้าใครไม่เข้าพวก ก็มักจะถูกกีดกันออกไป และถูกเขี่ยทิ้ง โดยที่ไม่ดูผลงานของใครเลย และถึงแม้ว่ารู้ทั้งรู้ว่าพวกเดียวกัน ก็ไม่มีผลงานอะไรโดดเด่น แต่ก็ยังไม่สนใจ ลูกน้องที่ไม่คิดเหมือนเขา หรือคิดแตกต่างออกไป ก็มักจะถูกหัวหน้าคนนี้มองว่าเป็นพวกนอกคอก และจะถูกประณามหยามเหยียด จนทนไม่ได้ต้องออกไปจากองค์กร

 

  • ประจบแต่ไม่มีผลงานกลับได้ดี หัวหน้ายอดแย่อีกประเภทหนึ่งก็คือ หัวหน้าที่ชอบลูกน้องแบบประจบประแจง ลูกน้องประเภทชอบเข้าหา และบอกหัวหน้าว่าทำถูกต้องทุกอย่าง ลูกน้องแบบนี้มักจะได้รับการประเมินผลงานแบบโดดเด่นมาก ทั้งๆ ที่ไม่ได้สร้างผลงานอะไรให้เห็นเด่นชัด แต่ลูกน้องที่เป็นคนที่ทำงาน สร้างผลงานที่ดี แต่พูดจาไม่เข้าหู หรือไม่ถูกใจ ไม่ถูกชะตา กลับได้ผลการประเมินแบบต่ำๆ สุดท้ายคนเก่งก็ไม่มีใครอยากอยู่กับนายแบบนี้

นี่คือคุณสมบัติหลักๆ ของหัวหน้างานยอดแย่ ที่พนักงานให้ความเห็นไว้ ท่านผู้อ่าน อ่านแล้วอาจจะสงสัยว่า รู้แล้วจะต้องทำอะไรต่อไป รู้แล้วมันได้ประโยชน์อะไร คำตอบก็คือ ได้ประโยชน์ตรงที่ว่า ที่ปรึกษารายนี้ก็นำเอาความเห็นของพนักงานเหล่านี้ไปนำเสนอให้กับผู้บริหาร และทีมผู้บังคับบัญชา เพื่อที่จะวางแผนพัฒนากลุ่มผู้บังคับบัญชาให้เป็นหัวหน้างานแบบยอดเยี่ยมให้ได้

ที่เขาต้องพัฒนาก็เพราะ การที่ส่วนใหญ่มีแต่หัวหน้างานยอดแย่นั้น ทำให้บริษัทไม่เกิดบรรยากาศในการทำงานที่ดี พนักงานลาออกแล้วลาออกอีก หาคนทำงานยาวๆ ไม่ได้เลย ภายนอกมีแต่คนคุยกันว่า บริษัทนี้ไม่ดีอย่างนั้นไม่ดีอย่างนี้ ทำงานแล้วไม่สบายใจ ห้วหน้างานใช้งานหนัก และไม่มีเหตุผล ฯลฯ

พรุ่งนี้จะมาต่อกันในเรื่องของหัวหน้างานยอดเยี่ยมว่า พนักงานมองและโหวตอย่างไรกันบ้าง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: