9 สัญญาณที่บอกว่างานกำลังเปลี่ยน และ HR ต้องเตรียมตัว

บทความ · HR Management · Future of Work

⬛ HR Insight

9 สัญญาณที่บอกว่างานกำลังเปลี่ยน และ HR ต้องเตรียมตัว

“มีแค่ 1 ใน 50 ขององค์กรที่ลงทุนด้าน AI แล้วได้ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงธุรกิจจริงๆ”


ผู้บริหารหลายคนยังเชื่อมั่นว่า AI จะพาองค์กรไปถึงฝัน แต่ข้อมูลจาก Gartner บอกตรงๆ ว่า มีแค่ 1 ใน 50 ขององค์กรที่ลงทุนด้าน AI แล้วได้ผลลัพธ์ที่เปลี่ยนแปลงธุรกิจจริงๆ และมีแค่ 1 ใน 5 เท่านั้นที่ได้ผลตอบแทนพอวัดได้

ความคาดหวังกับความจริงยังห่างกันมาก และระหว่างที่รออยู่นี่แหละ HR ต้องรับมือกับ 9 เรื่องต่อไปนี้


1. ปลดคนออกเพราะ AI แต่ AI ยังมาไม่ถึง

ปี 2025 มีข่าวปลดพนักงานจำนวนมาก โดยหลายแห่งบอกว่าเป็นเพราะ AI แต่ข้อมูลบอกว่า ไม่ถึง 1% ของการปลดพนักงานในช่วงนั้นที่เกิดจาก AI ทำให้คนทำงานได้มากขึ้นจริงๆ

ผู้บริหารหลายคนตัดสินใจลดคนโดยหวังผลที่ยังมาไม่ถึง คิดว่าการมีทีมเล็กลงคือสัญญาณของความทันสมัย

ปัญหาคือ ถ้างานยังมีเท่าเดิม แต่คนหายไปแล้ว สุดท้ายก็ต้องจ้างคนเดิมกลับมา ในราคาที่แพงกว่าเดิม

🎯 สิ่งที่ HR ต้องทำ: วางแผนกำลังคนบนข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่บนความหวัง


2. พูดอย่างทำอย่าง พนักงานรู้ทันหมดแล้ว

หลายองค์กรกำลังคาดหวังให้พนักงานทำงานหนักขึ้น โดยไม่ได้ให้อะไรเพิ่มขึ้นเป็นการตอบแทน และพนักงานสังเกตเห็นสิ่งนี้ได้ดีมาก

เมื่อสิ่งที่องค์กรพูดไม่ตรงกับสิ่งที่พนักงานเจอในชีวิตจริงทุกวัน ผลที่ตามมาคือทำงานได้แย่ลง ใจหายไปจากงาน และชื่อเสียงขององค์กรในฐานะที่ทำงานดีก็พังตามไปด้วย

องค์กรที่จะผ่านช่วงนี้ได้คือองค์กรที่กล้าพูดตรงๆ กับพนักงานว่า เราคาดหวังอะไร แทนที่จะแกล้งทำเป็นว่าทุกอย่างยังดีเหมือนเดิม


3. AI ทำให้คนเครียดแบบที่ยังไม่มีใครพูดถึง

หลักฐานเริ่มสะสมมากขึ้นว่า การใช้ AI ต่อเนื่องยาวนานส่งผลเสียต่อความคิดและอารมณ์ของคน ตั้งแต่ความสามารถในการคิดเริ่มถดถอย ไปจนถึงปัญหาสุขภาพจิตที่มาจากการพึ่งพา AI มากเกินไป

แต่ผลสำรวจของ Gartner พบว่า 91% ของผู้นำด้านเทคโนโลยีบอกว่าองค์กรของตนแทบไม่ได้ใส่ใจดูแลเรื่องนี้เลย

ปีนี้ “สุขภาพจิตของพนักงานที่ใช้ AI” จะกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนที่มองข้ามไม่ได้อีกต่อไป


4. ทำงานเร็วขึ้นจริง แต่ได้ของห่วยออกมา

มีคำใหม่เกิดขึ้นคือ “งานห่วย” หมายถึงงานที่ผลิตเร็วด้วย AI แต่เต็มไปด้วยข้อผิดพลาดและแทบไม่มีประโยชน์ พนักงานบอกว่าใช้เวลาเฉลี่ยเกือบสองชั่วโมงในการแก้ปัญหาที่เกิดจากงานแบบนี้แต่ละชิ้น

❌ สั่งให้ใช้ AI

พนักงานใช้ AI มากขึ้นตามที่สั่ง แต่ผลลัพธ์กลับแย่ลง เพราะไม่ได้เตรียมคนให้พร้อม

✓ นำ AI แก้ปัญหาจริง

ได้งานที่มีคุณภาพและคุ้มค่ากว่า แม้จะมีคนใช้น้อยกว่า


5. กระบวนการรับสมัครงานกำลังสูญเสียความเป็นคน

ผู้สมัครใช้ AI ในการสมัครงาน → องค์กรใช้ AI คัดกรอง → ผู้สมัครใช้ AI มากขึ้นเพื่อให้โดดเด่น → องค์กรก็ใช้ AI มากขึ้นเพื่อกรองคนจริงออกมา → วนไปเรื่อยๆ

ผลลัพธ์คือ ตอนนี้มีเพียงครึ่งเดียวของผู้สมัครที่เชื่อว่างานที่สมัครนั้นมีอยู่จริง และ Gartner คาดว่าภายในปี 2028 ผู้สมัคร 1 ใน 4 จะเป็นคนปลอม

ทางออกไม่ใช่การเพิ่ม AI อีก แต่คือการผสมการพบปะแบบตัวต่อตัว และการประเมินทักษะจากสถานการณ์จริงเข้าไปด้วย


6. HR ต้องกลายเป็นด่านแรกของความปลอดภัยองค์กร

มีการพบว่าบุคคลจากเกาหลีเหนือกว่า 320 กรณีในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 220% จากปีก่อน แฝงตัวเป็นพนักงานทางไกลในบริษัทตะวันตก โดยใช้รูปโปรไฟล์ที่สร้างด้วย AI ปลอมหน้าในการสัมภาษณ์ออนไลน์ และข้อมูลส่วนตัวของคนอื่นที่ได้มาโดยมิชอบ

HR ไม่เคยถูกมองว่าเป็นด่านหน้าด้านความปลอดภัย แต่ตอนนี้ต้องเป็น ผู้บริหารด้าน HR ต้องช่วยสร้างความพร้อมให้พนักงานรู้จักสังเกตและรายงานพฤติกรรมน่าสงสัย


7. คนทำงานสายเทคโนโลยีเริ่มหันมาเรียนงานช่าง

ปี 2026 จะเริ่มเห็นโปรแกรมฝึกอบรมที่ช่วยให้คนทำงานสายดิจิทัลเปลี่ยนไปทำงานในสายงานที่ใช้ทักษะมือ เพราะพนักงานที่กังวลว่า AI จะแย่งงาน เริ่มมองหาอาชีพที่ AI เข้ามาแทนได้ยากกว่า

สิ่งที่องค์กรต้องทำคือ พูดคุยกับพนักงานอย่างเปิดเผยว่า AI จะเปลี่ยนงานของพวกเขาอย่างไร และวางแผนพัฒนาทักษะเพื่อให้พวกเขายังมีที่ยืนในองค์กร


8. คนที่เข้าใจกระบวนการทำงาน มีค่ากว่าคนที่ใช้ AI เก่ง

81% ของผู้นำด้านเทคโนโลยีบอกว่า การที่คนในองค์กรขาดทักษะด้าน AI เป็นอุปสรรคสำคัญ

แต่การไล่หา “อัจฉริยะ AI” คือการเสียเวลา เพราะทักษะการใช้เครื่องมือ AI ตัวหนึ่งไม่ได้ช่วยให้ใช้เครื่องมืออีกตัวได้ดีโดยอัตโนมัติ และ AI เปลี่ยนเร็วมากจนแทบหาคนที่มีประสบการณ์กับของใหม่ๆ ได้ยาก

คนที่องค์กรต้องการจริงๆ คือคนที่เข้าใจกระบวนการทำงานลึกพอที่จะคิดใหม่ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เอา AI มาแปะทีละจุด Gartner พบว่าหน่วยธุรกิจที่ออกแบบวิธีทำงานใหม่โดยใช้ AI มีโอกาสทำรายได้เกินเป้ามากกว่าถึงสองเท่า


9. พนักงานจะเริ่มขอค่าตอบแทนสำหรับ “ตัวตนดิจิทัล” ของตัวเอง

บางองค์กรเริ่มสำรวจการสร้างตัวแทนดิจิทัลของพนักงานที่ทำงานเก่ง เพื่อนำความสามารถของพวกเขาไปใช้ต่อ แนวโน้มนี้กำลังขยายจากสายบันเทิงไปสู่พนักงานทั่วไป

เราจะเริ่มเห็นพนักงานเรียกร้องค่าตอบแทนไม่ใช่แค่สำหรับการช่วยฝึก AI แต่สำหรับการที่องค์กรนำลักษณะและข้อมูลของพวกเขาไปใช้ต่อในระยะยาว แม้จะลาออกไปแล้ว

องค์กรต้องเตรียมนโยบายที่ชัดเจนเรื่องสิทธิ์ของพนักงานในส่วนนี้ก่อนที่จะมีปัญหา


เลือก 3 ข้อที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กรของคุณ

9 แนวโน้มนี้ไม่ได้สำคัญเท่ากันทุกข้อ ลองถามตัวเองว่า อะไรที่จะกระทบองค์กรของเรามากที่สุด? อะไรที่เป็นภัยต่อคนเก่งในทีม? และอะไรที่เป็นโอกาสที่จะทำให้เราต่างจากคนอื่น?

“การเลือกให้ถูกจุดคือก้าวแรกของการเปลี่ยนความตั้งใจให้กลายเป็นการลงมือทำจริง”

โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑