บทความ · Mindfulness · นิทานสอนใจ
⬛ นิทานสอนใจ
คุกที่ใจสร้างขึ้น
“เรื่องจริงยังไม่เกิด แต่ในหัวเราไปถึงตอนจบเรียบร้อยแล้ว”
เคยไหมครับ เรื่องจริงยังไม่เกิด แต่ในหัวเราไปถึงตอนจบเรียบร้อยแล้ว
จากเรื่องหนึ่ง กลายเป็นอีกห้าเรื่อง จากแค่ “พรุ่งนี้หัวหน้าเรียกคุย” ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง ในหัวเราอาจตกงานไปแล้วด้วยซ้ำ
มีนิทานเรื่องหนึ่งที่ผมชอบมากครับ
ค่ำคืนหนึ่ง ชายหนุ่มคนหนึ่งรีบเดินขึ้นเขาไปหาพระอาจารย์ที่วัด เขามาถึงด้วยสีหน้าซีดเผือด เหงื่อเต็มหน้า ทั้งที่อากาศบนเขาค่อนข้างเย็น
“อาจารย์ ข้าคงหมดทางแล้ว”
พระอาจารย์กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้แสงตะเกียง จึงวางหนังสือลงแล้วถามว่า
“เกิดอะไรขึ้น”
ชายหนุ่มทำงานดูแลคลังสินค้าของเศรษฐีใหญ่ในเมือง เมื่อหลายเดือนก่อน ช่วงนั้นฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ระดับน้ำในแม่น้ำสูงขึ้นเรื่อย ๆ เขากลัวว่าน้ำจะเข้าคลัง จึงตัดสินใจย้ายสินค้าส่วนหนึ่งไปเก็บอีกแห่งโดยไม่ได้รอขออนุญาตเจ้าของ
เย็นวันนี้มีคนมาบอกว่าเศรษฐีรู้เรื่องแล้ว และโกรธมาก สั่งให้เขาไปพบที่เรือนใหญ่พรุ่งนี้เช้า
“ข้าต้องถูกไล่ออกแน่ ๆ” ชายหนุ่มพูดรวดเดียว “ถ้าเขาคิดว่าข้าแอบย้ายสินค้าไปเพื่อขโมย ข้าอาจถูกจับ ถ้าถูกจับก็ไม่มีใครหาเงิน ครอบครัวข้าจะอยู่อย่างไร ลูกก็ยังเล็ก บ้านก็ยังเป็นหนี้ ถ้าข้าติดคุกขึ้นมา ทุกอย่างจบแน่”
พระอาจารย์นั่งฟังเงียบ ๆ จนเขาพูดจบ
จากนั้นจึงหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งวางลงตรงหน้า
“เขียนลงไป”
ชายหนุ่มมองอย่างงุนงง
“เขียนอะไรหรือครับ”
“เขียนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วจริง ๆ”
ชายหนุ่มนิ่งคิด ก่อนค่อย ๆ เขียน
📜 กระดาษแผ่นที่หนึ่ง
เศรษฐีรู้ว่าข้าย้ายสินค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต
เศรษฐีโกรธ
พรุ่งนี้เช้าเขาเรียกข้าไปพบ
พระอาจารย์มองกระดาษ
“มีอีกไหม”
ชายหนุ่มคิดอยู่นาน ก่อนส่ายหน้า
“ไม่มีแล้วครับ”
พระอาจารย์หยิบกระดาษอีกแผ่นมาวางข้างกัน
“ทีนี้เขียนสิ่งที่เจ้ากลัวว่าจะเกิด”
คราวนี้ชายหนุ่มแทบไม่ต้องคิด
📜 กระดาษแผ่นที่สอง
ข้าจะถูกไล่ออก
ข้าจะถูกกล่าวหาว่าเป็นขโมย
ข้าจะถูกจับ
ข้าจะติดคุก
ครอบครัวจะไม่มีเงิน
บ้านจะถูกยึด
ลูกของข้าจะลำบาก
เขายังคิดจะเขียนต่อ แต่พระอาจารย์ยกมือห้าม
“พอก่อน”
แล้วเลื่อนกระดาษทั้งสองแผ่นมาไว้ข้างกัน
“แผ่นแรกคือเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วใช่ไหม”
“ครับ”
“ส่วนแผ่นที่สอง”
ชายหนุ่มมองอยู่ครู่หนึ่ง
“ยังไม่เกิดครับ”
พระอาจารย์ยิ้ม
“เรื่องจริงของเจ้ามีอยู่สามบรรทัด แต่ระหว่างทางขึ้นเขา เจ้าทุกข์กับเรื่องที่ยังไม่เกิดไปอีกตั้งเจ็ดเรื่อง”
ชายหนุ่มนิ่งไป
เมื่อครู่เรื่องทั้งหมดในหัวของเขาดูเหมือนเป็นเรื่องเดียวกัน ตั้งแต่เศรษฐีโกรธไปจนถึงบ้านถูกยึด ทุกอย่างดูต่อเนื่องเสียจนเขาไม่เคยคิดเลยว่า จริง ๆ แล้วส่วนใหญ่ยังไม่ได้เกิดขึ้น
พระอาจารย์หยิบกระดาษแผ่นที่สามออกมา
“คราวนี้เขียนว่า พรุ่งนี้เจ้าทำอะไรได้บ้าง”
ชายหนุ่มเริ่มคิด
📜 กระดาษแผ่นที่สาม
หนีไปคืนนี้
โกหกว่าไม่รู้เรื่อง
โยนความผิดให้คนในคลัง
ไปพบเศรษฐีแล้วอธิบายความจริง
พระอาจารย์ถามว่า
“เจ้าจะเลือกข้อไหน”
ชายหนุ่มมองอยู่พักหนึ่ง
“ไปพบเขาแล้วพูดความจริงครับ”
“ตอนย้ายสินค้า เจ้าทำเพราะอะไร”
“ตอนนั้นฝนตกหนัก ข้ากลัวน้ำเข้าคลัง”
“มีหลักฐานไหม”
“มีครับ ข้าให้คนจดระดับน้ำไว้ทุกวัน คนงานในคลังก็รู้เรื่อง”
“สินค้าหายไหม”
“ไม่หายครับ อยู่ครบทุกชิ้น”
พระอาจารย์พยักหน้า แล้วถามอีกครั้ง
“ถ้าอย่างนั้น คืนนี้เจ้าทำอะไรได้อีก”
ชายหนุ่มอ้าปากเหมือนจะตอบ แต่กลับเงียบไป
เขามองกระดาษสามแผ่นตรงหน้าอยู่นาน ก่อนจะส่ายหน้า
“ไม่มีแล้วครับ”
พระอาจารย์หยิบหนังสือขึ้นมาเปิดต่อ
“ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปนอนเสีย”
ชายหนุ่มหลุดหัวเราะออกมา ทั้งที่เมื่อครู่ยังคิดว่าชีวิตตัวเองกำลังจะพัง
เช้าวันรุ่งขึ้น เขาไปถึงเรือนของเศรษฐีตามเวลา
เศรษฐีโกรธจริงอย่างที่ได้ยินมา เขาถูกตำหนิอย่างหนักที่ตัดสินใจเรื่องใหญ่โดยไม่ขออนุญาต แต่ชายหนุ่มไม่ได้แก้ตัว เขาเล่าเหตุการณ์ตามที่เกิดขึ้น เอาบันทึกระดับน้ำให้ดู และบอกว่าสินค้าทั้งหมดยังอยู่ครบ
เศรษฐีฟังจนจบ ก่อนเงียบไปพักหนึ่ง
สุดท้ายเขาพูดเพียงว่า
“ครั้งหน้า ต่อให้เป็นเรื่องเร่งด่วน เจ้าต้องหาทางรายงานข้าก่อน เข้าใจไหม”
“ครับ”
“ไปทำงานได้”
ชายหนุ่มเดินออกจากเรือนใหญ่ในเช้าวันนั้น
เขายังมีงานเดิม บ้านหลังเดิม ครอบครัวเดิม และชีวิตก็ยังดำเนินต่อไปเหมือนเมื่อวาน
ไม่มีใครจับเขา
ไม่มีคุก
ไม่มีบ้านที่ถูกยึด
ทั้งที่เมื่อคืนเขาเคยผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาแล้วทุกอย่าง
ในหัวของตัวเอง
ข้อคิดจากนิทาน
หลายครั้งความกังวลไม่ได้มาจากปัญหาที่อยู่ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการที่เราเอา สิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว กับ สิ่งที่กลัวว่าจะเกิด มารวมกันจนแยกไม่ออก
หัวหน้าเรียกคุย กลายเป็นผลงานไม่ดี
ผลงานไม่ดี กลายเป็นจะถูกไล่ออก
ถูกไล่ออก กลายเป็นหางานไม่ได้
หางานไม่ได้ กลายเป็นชีวิตพัง
ทั้งที่เรื่องจริงอาจเดินมาถึงแค่ “หัวหน้าเรียกคุย”
ครั้งหน้าถ้ามีเรื่องที่ทำให้กังวล ลองหากระดาษสักสามแผ่นก็ได้ครับ
01 แผ่นแรก เขียนว่า เกิดอะไรขึ้นแล้วจริง ๆ
02 แผ่นที่สอง เขียนว่า เรากำลังกลัวว่าอะไรจะเกิดขึ้น
03 และแผ่นสุดท้าย เขียนว่า จากสิ่งที่รู้ตอนนี้ เราทำอะไรได้บ้าง
บางครั้งปัญหาอาจไม่ได้เล็กลงเลย แต่พอแยกสามเรื่องนี้ออกจากกัน เราจะเห็นว่าหลายสิ่งที่กำลังทำให้เราทุกข์ ยังไม่ได้เกิดขึ้นด้วยซ้ำ
และถ้ามีสิ่งที่ทำได้ ก็ทำมันเสีย
ส่วนเรื่องที่ยังไม่เกิด ก็ไม่จำเป็นต้องรีบไปทุกข์แทนตัวเราในอนาคต
เพราะบางครั้งคุกที่ขังเราอยู่ทั้งคืน ไม่ได้มีลูกกรงแม้แต่ซี่เดียวครับ
โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting
ใส่ความเห็น