บทความ · HR Management · Recruitment
⬛ HR Insight
ผมทำงานด้าน HR มานานพอสมควรครับ และเชื่อว่าคนที่ทำงานด้านนี้มาหลายปี น่าจะเคยเจอเหตุการณ์คล้าย ๆ กันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครที่นัดสัมภาษณ์ไว้เรียบร้อยแล้วไม่มา หรือหนักกว่านั้นคือ ตกลงรับข้อเสนอ ยืนยันวันเริ่มงานกันอย่างดี แต่พอถึงวันจริงกลับหายตัวไปเฉย ๆ
ผมสงสัยมาตลอดครับ ว่าคนที่ทำแบบนี้เขาคิดอะไรกันอยู่
ลองนึกภาพตามนะครับ
บริษัทแห่งหนึ่งประกาศรับสมัครงาน มีผู้สมัครส่งประวัติเข้ามา HR ก็คัดเลือก โทรพูดคุยเบื้องต้น แล้วนัดสัมภาษณ์กันเรียบร้อย ยืนยันวันเวลาอย่างดี ผู้สมัครก็ตอบรับว่าได้ครับ ไม่มีปัญหา
พอถึงวันนัด ผู้จัดการฝ่ายที่ต้องสัมภาษณ์ก็เคลียร์ตารางงานไว้ HR เตรียมห้อง เตรียมเอกสาร ทุกอย่างพร้อม
ถึงเวลานัด ผู้สมัครยังไม่มา
ผ่านไป 15 นาที HR โทรตาม ไม่มีคนรับ
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง โทรอีกครั้ง ก็ยังไม่มีคนรับ
ส่งข้อความไปถามว่าเดินทางสะดวกไหม ติดปัญหาอะไรหรือเปล่า ก็เงียบ
สุดท้ายหายไปเลยครับ ราวกับไม่เคยสมัครงานกับบริษัทนี้มาก่อน
บางคนหนักกว่านั้นอีก
ผ่านการสัมภาษณ์เรียบร้อย บริษัทเสนอเงินเดือนให้ตามที่ตกลง ผู้สมัครตอบรับข้อเสนอ ยืนยันวันเริ่มงาน HR ก็จัดเตรียมเอกสาร ประสานงานเรื่องอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โต๊ะทำงาน บางแห่งถึงกับประกาศให้ทีมงานทราบแล้วว่าจะมีเพื่อนร่วมงานคนใหม่เข้ามา
พอถึงวันเริ่มงาน ทุกคนรอต้อนรับพนักงานใหม่
แต่พนักงานใหม่ไม่มา
โทรไปก็ไม่รับ ส่งข้อความก็ไม่อ่าน สุดท้ายก็หายไปอีกคน
ผมไม่รู้ว่าคนที่ทำแบบนี้คิดอะไรกันอยู่
เข้าใจนะครับว่าคนสมัครงานมีสิทธิ์เปลี่ยนใจ อาจได้รับข้อเสนอจากบริษัทอื่นที่ดีกว่า อาจตัดสินใจอยู่ที่เดิม หรืออาจมีเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้ไม่อยากไปสัมภาษณ์หรือเริ่มงานแล้ว
ทั้งหมดนี้เป็นสิทธิ์ของคุณครับ ไม่มีใครว่าอะไร
แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจคือ ทำไมถึงบอกกันสักคำไม่ได้
โทรศัพท์ก็มี LINE ก็มี อีเมลก็มี ใช้เวลาไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำที่จะส่งข้อความไปว่า “ขอโทษครับ ผมขอยกเลิกการสัมภาษณ์” หรือ “ผมขอแจ้งว่าไม่สามารถเริ่มงานตามที่ตกลงไว้ได้แล้วครับ”
แค่นี้เองครับ
ไม่ต้องแต่งเรื่อง ไม่ต้องหาเหตุผลยืดยาว ไม่ต้องอธิบายชีวิตตัวเองให้ใครฟัง แค่บอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าไม่ต้องรอแล้ว
ผมเคยได้ยินบางคนให้เหตุผลว่า บริษัทเองก็ชอบเงียบหายหลังสัมภาษณ์เหมือนกัน สมัครไปแล้วไม่ตอบ สัมภาษณ์เสร็จก็ไม่แจ้งผล แล้วทำไมผู้สมัครจะทำบ้างไม่ได้
เรื่องนี้ผมเห็นด้วยครึ่งหนึ่งครับ
บริษัทที่ปล่อยให้ผู้สมัครรอโดยไม่แจ้งผล ทั้งที่รับปากว่าจะติดต่อกลับ ก็มีมารยาทที่ต้องปรับปรุงเหมือนกัน HR เองก็ควรเคารพเวลาของผู้สมัคร ไม่ต่างจากที่คาดหวังให้ผู้สมัครเคารพเวลาของบริษัท
แต่การที่คนอื่นทำไม่ดี ไม่ได้แปลว่าเราต้องทำไม่ดีตามเขาไปด้วย
ยิ่งบางคนบอกว่าไม่อยากปฏิเสธตรง ๆ เพราะเกรงใจ กลัวอีกฝ่ายเสียความรู้สึก ผมกลับคิดว่าการปล่อยให้คนอื่นรอโดยไม่รู้เรื่องอะไรเลย น่าจะเสียมารยาท และเสียความรู้สึกมากกว่าการบอกปฏิเสธตรง ๆ เสียอีก
ที่น่าเป็นห่วงคือพฤติกรรมแบบนี้อาจสะท้อนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับวิธีคิดในการทำงานของคนคนนั้น
เพราะการทำงานร่วมกับคนอื่น เราไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบเฉพาะเรื่องที่ตัวเองอยากทำเท่านั้น บางครั้งเราต้องบอกข่าวที่คนอื่นไม่อยากได้ยิน ต้องปฏิเสธ ต้องยอมรับว่าตัวเองเปลี่ยนใจ หรือต้องเผชิญกับบทสนทนาที่ไม่ค่อยสบายใจนัก
ถ้าเรื่องง่าย ๆ อย่างการยกเลิกนัด เรายังเลือกใช้วิธีหายตัวไป แล้ววันหนึ่งเมื่อมีปัญหาในการทำงานที่ยากกว่านี้ เราจะจัดการอย่างไร
แน่นอนครับ การผิดนัดครั้งเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าคนคนนั้นจะเป็นพนักงานที่ไม่ดีเสมอไป บางคนอาจมีเหตุฉุกเฉินจริง ๆ ซึ่งเราก็ไม่ควรด่วนตัดสิน
แต่สำหรับคนที่ตั้งใจหายไปเพราะไม่อยากบอกปฏิเสธ ผมอยากให้ลองคิดถึงคนที่อยู่ปลายทางสักนิด
เวลาของคุณมีค่า เวลาของคนอื่นก็มีค่าเหมือนกัน
อีกเรื่องที่อยากเตือนไว้ก็คือ บางบริษัทมีการบันทึกประวัติผู้สมัครไว้ด้วยนะครับ หากคุณนัดสัมภาษณ์แล้วไม่มา หรือรับปากว่าจะเริ่มงานแล้วหายตัวไปเฉย ๆ พฤติกรรมเหล่านี้อาจถูกบันทึกไว้ และบางแห่งอาจถึงขั้นขึ้น Blacklist ไม่พิจารณารับสมัครอีกในอนาคตด้วยซ้ำ
และที่สำคัญคือ อย่าลืมว่า คนทำงาน HR ก็รู้จักกันไม่น้อยครับ มีการย้ายงาน เปลี่ยนบริษัท พบปะพูดคุยกันอยู่เสมอ เรื่องราวบางอย่างก็อาจถูกพูดถึงกันได้ แม้การนำข้อมูลผู้สมัครไปบอกต่อจะไม่ใช่สิ่งที่ HR มืออาชีพควรทำก็ตาม
ผมไม่ได้บอกว่าต้องรักษาความสัมพันธ์กับทุกบริษัทเผื่อจะได้ประโยชน์ในอนาคต
เพียงแต่อยากบอกว่า การรักษาคำพูด และการเคารพเวลาคนอื่น เป็นมารยาทพื้นฐานที่เราไม่ควรต้องรอให้ใครมาสอนเมื่อโตจนถึงวัยทำงานแล้ว
เปลี่ยนใจได้ครับ ปฏิเสธได้ครับ ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป
แต่ช่วยบอกกันหน่อย
คนอื่นเขาจะได้ไม่ต้องนั่งรอ
โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting
ใส่ความเห็น