บทความ · มุมมองชีวิต
⬛ มุมมองชีวิต
“สำหรับผม มารยาทที่ดีดูได้จากเรื่องเล็ก ๆ นี่แหละครับ โดยเฉพาะเวลาที่เราไม่จำเป็นต้องทำดีกับใครเพื่อหวังผลอะไรตอบแทน”
ช่วงหลัง ๆ ผมสังเกตเห็นอะไรบางอย่างครับ
ไม่รู้ว่าผมอายุมากขึ้นจนเริ่มขี้บ่น หรือคนเราทุกวันนี้ใส่ใจคนรอบข้างกันน้อยลงจริง ๆ
หลายครั้งที่ไปเดินห้าง ไปทำงาน ไปกินข้าว หรือใช้ชีวิตอยู่ในที่สาธารณะ ผมมักเจอเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้ต้องกลับมาคิดว่า มารยาทพื้นฐานที่เราเคยถูกสอนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ มันหายไปไหนกันหมดแล้ว หรือ เดี๋ยวนี้เขาไม่สอนกันแล้วหรือ
อย่างเรื่องเปิดประตูให้คนอื่น
บางครั้งเราเห็นคนเดินตามหลังมา ก็ช่วยจับประตูค้างไว้ให้เขาเดินผ่าน แต่คนที่เดินผ่านกลับเดินไปเฉย ๆ ไม่มองหน้า ไม่ยิ้ม ไม่พูดขอบคุณสักคำ ราวกับว่าเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องเปิดประตูให้เขา
ไม่ได้ต้องการคำขอบคุณอะไรมากมายหรอกครับ แค่พยักหน้าหรือยิ้มให้กันสักนิดก็ยังดี
หรือบางคนเดินเข้าห้าง ผลักประตูเปิดแค่พอดีตัวเองผ่าน แล้วก็ปล่อยมือทันที ทั้งที่มีคนเดินตามมาติด ๆ จนประตูเกือบกระแทกหน้าคนข้างหลัง
เรื่องขึ้นลิฟต์ก็เหมือนกัน
บางคนพอเข้าไปในลิฟต์ได้ปุ๊บ ก็รีบกดปุ่มปิดประตูทันที ทั้งที่เห็นอยู่ว่ามีคนกำลังเดินรีบมาทางลิฟต์ บางครั้งถึงขนาดสบตากันแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็ยังรีบกดปิดแบบรัว ๆ
เรื่องบันไดเลื่อนก็เจอบ่อยครับ
บางคนพอขึ้นถึงปลายบันไดเลื่อน ก็หยุดยืนคิดว่าจะไปทางซ้ายหรือทางขวาดี ทั้งที่คนข้างหลังกำลังถูกบันไดเลื่อนพาขึ้นมาต่อกันเรื่อย ๆ พอคนข้างหลังเลื่อนขึ้นมาชน เพราะไม่มีทางหยุดหรือถอยได้ กลับหันมาต่อว่าเสียอีกว่า “เดินยังไง มาชนคนอื่น” ทั้งที่ตัวเองเป็นคนหยุดขวางอยู่ตรงปลายบันไดเลื่อนแท้ ๆ
เคยเจอแบบเดินกันมาเป็นกลุ่มหน้ากระดาน แล้วหยุดคุยกันกลางทางเดิน กินพื้นที่เกือบหมด และพวกนี้ก็ไม่รู้ตัวด้วยนะว่ากำลังทำให้คนอื่นเดือดร้อน แทนที่จะหลบ กลายเป็นคนอื่นต้องเดินหลบแทน
หรือเวลาไปกินข้าว พนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟ บางคนไม่เงยหน้ามองสักนิด พนักงานบอกว่าเมนูอะไร วางตรงไหน ก็เงียบ ไม่ตอบ ไม่ขอบคุณ เหมือนคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่มีตัวตน ทั้งที่เขาก็เป็นคนเหมือนกัน
บางคนเรียกพนักงานด้วยการตะโกนเสียงดัง หรือใช้น้ำเสียงห้วน ๆ ตะคอกใส่ ทั้งที่พูดกันดี ๆ ก็ได้
เรื่องโทรศัพท์มือถือก็ไม่แพ้กัน
นั่งอยู่ในร้านอาหารเงียบ ๆ จู่ ๆ โต๊ะข้าง ๆ ก็เปิดคลิปเสียงดังลั่น หรือคุยโทรศัพท์แบบเปิดลำโพงให้คนทั้งร้านได้ฟังเรื่องส่วนตัวไปด้วย
บางคนเดินไปก้มดูโทรศัพท์ไป ไม่มองทาง พอเกือบชนคนอื่น กลับทำหน้าหงุดหงิดเหมือนคนที่เดินมาตามปกติเป็นฝ่ายผิด
เวลาอยู่บนรถไฟฟ้า บางคนเห็นคนกำลังจะลง แต่ก็รีบเบียดตัวขึ้นไปก่อน ไม่ยอมเปิดทางให้คนออกมาเสียก่อน
หรือคนที่ยืนขวางประตู ทั้งที่ไม่ได้จะลงสถานีนี้ และไม่คิดจะขยับให้คนอื่นผ่าน
และอีกเรื่องที่ผมรู้สึกแปลกใจมากคือ คนที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนโดยไม่ตั้งใจ แต่กลับไม่มีคำว่า “ขอโทษ”
เดินชนคนอื่นก็เดินต่อ
เหยียบเท้าคนอื่นก็ทำเป็นไม่รู้
บางครั้งคนที่ถูกชนกลับต้องเป็นฝ่ายพูดขอโทษเสียเอง
ผมไม่ได้คิดว่าคนสมัยก่อนมีมารยาทดีกว่าคนสมัยนี้ทุกคนนะครับ คนไม่มีมารยาทมีอยู่ทุกยุคทุกสมัยนั่นแหละ เพียงแต่ทุกวันนี้ผมรู้สึกว่าเราเจอพฤติกรรมแบบนี้บ่อยขึ้น จนบางครั้งอดสงสัยไม่ได้ว่า เราเริ่มมองเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้วหรือเปล่า
การพูดขอบคุณ การกล่าวขอโทษ การจับประตูให้คนข้างหลัง การรอคนขึ้นลิฟต์ การหลีกทางให้คนอื่น หรือการพูดจาดี ๆ กับพนักงานบริการ
ไม่มีเรื่องไหนยากเกินความสามารถของคนเราเลย
แต่ดูเหมือนเราจะค่อย ๆ ลืมไปว่า ในพื้นที่ที่เราใช้ชีวิตอยู่ทุกวันนั้น ยังมีคนอื่นอยู่ร่วมกับเราด้วย
ผมว่ามารยาทที่ดีไม่ได้วัดกันที่การไหว้สวย พูดเพราะ หรือแต่งตัวเรียบร้อยเท่านั้นหรอกครับ
บางคนพูดจาสุภาพมากเวลาอยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่หรือผู้บริหาร แต่กลับพูดจาแย่ ๆ กับพนักงานบริการ หรือพี่แม่บ้านในบริษัท
สำหรับผม มารยาทที่ดีดูได้จากเรื่องเล็ก ๆ นี่แหละครับ โดยเฉพาะเวลาที่เราไม่จำเป็นต้องทำดีกับใครเพื่อหวังผลอะไรตอบแทน
ผมไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนต้องสุภาพเรียบร้อยตลอดเวลา เพราะคนเราก็มีวันที่เหนื่อย วันที่รีบ วันที่อารมณ์ไม่ดีเหมือนกัน
แต่ต่อให้เราเหนื่อยหรือรีบแค่ไหน ก็น่าจะยังพอเหลือความใส่ใจให้คนรอบข้างกันบ้าง
บางทีสังคมที่น่าอยู่ก็ไม่ได้ต้องเริ่มจากเรื่องใหญ่โตอะไรเลยครับ
แค่ก่อนจะปล่อยมือจากประตู ลองหันไปมองข้างหลังสักนิด
ก่อนจะกดปิดลิฟต์ ลองดูว่ามีใครกำลังตามมาหรือเปล่า
และเมื่อมีใครทำอะไรดี ๆ ให้เรา ก็อย่าลืมพูดคำง่าย ๆ ว่า “ขอบคุณ”
แค่นี้เองครับ
เอ…หรือว่าผมแก่แล้วจริง ๆ
โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting
ใส่ความเห็น