นิทานสอนใจ วันที่จน กับวันที่ติดดิน

บทความ · Mindfulness · นิทานสอนใจ

⬛ นิทานสอนใจ

วันที่จน กับวันที่ติดดิน

“ถ้าเจ้าฝากคุณค่าของตัวเองไว้กับสายตาคนอื่น ไม่ว่าคำชมหรือคำดูถูก เจ้าก็ยังอยู่ในมือของเขาเหมือนเดิม”


บางครั้ง คนเราไม่ได้เปลี่ยนไปเลยครับ

สิ่งที่เปลี่ยน คือ “สายตาของคนอื่น” ที่มองเรา

วันที่เรายังไม่มีอะไร การใช้ชีวิตธรรมดาอาจถูกมองว่าเป็นความลำบาก แต่วันที่เราประสบความสำเร็จ พฤติกรรมแบบเดียวกันกลับถูกเรียกว่าความเรียบง่ายและติดดิน

น่าแปลกตรงที่ สิ่งเดียวกันแท้ ๆ กลับมีความหมายไม่เหมือนกัน เพียงเพราะคนทำอยู่ในสถานะที่ต่างกัน


ในเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มีชายหนุ่มคนหนึ่งไปนั่งกินบะหมี่ที่ร้านริมถนนร้านเดิมแทบทุกเย็น

ช่วงนั้นเขาเพิ่งตกงาน

เงินเก็บที่มีค่อย ๆ ลดลงทุกวัน งานใหม่ก็ยังหาไม่ได้ เสื้อผ้าที่ใส่ก็เก่า ขาด ใส่ตัวเดิมมาหลายวัน

และบะหมี่ชามนั้นก็เป็นอาหารที่ถูกที่สุดที่เขาพอจะจ่ายไหว

คนที่เดินผ่านไปมา เห็นเขามานั่งกินทุกวัน ก็มักพูดกันเบา ๆ

“ชีวิตคงลำบากน่าดู”

บางคนมองด้วยความสงสาร บางคนมองด้วยความสมเพช

บางคนถึงกับพูดว่า

“อายุเท่านี้แล้ว ยังต้องมากินของแบบนี้ทุกวันอีก”

ชายหนุ่มได้ยินทุกอย่าง

แรก ๆ เขาอาย

บางวันทั้งที่หิว เขายังลังเลว่าจะเดินเข้าร้านดีไหม เพราะไม่อยากเจอสายตาแบบเดิมอีก

แต่สุดท้ายเขาก็ยังมา

นั่งที่เดิม สั่งเหมือนเดิม กินให้หมด

แล้วกลับไปทำสิ่งที่ต้องทำต่อ


หลายปีผ่านไป

ชายหนุ่มคนนั้นค่อย ๆ สร้างกิจการเล็ก ๆ ของตัวเองขึ้นมา

จากร้านเล็กกลายเป็นหลายสาขา
จากลูกจ้างไม่กี่คนกลายเป็นหลายร้อยคน
จากคนที่ไม่มีใครรู้จัก กลายเป็นคนที่คนในเมืองพอจะจำหน้าได้

แต่สิ่งหนึ่งที่เขาไม่เปลี่ยนคือ เขายังชอบกลับมายังร้านบะหมี่ร้านเดิม

เขานั่งลงที่โต๊ะตัวเก่า แล้วสั่งเหมือนเมื่อก่อน

“บะหมี่หนึ่งชามครับ”

คนในร้านจำเขาได้

คราวนี้เสียงที่ได้ยินกลับไม่เหมือนเดิม

“ทั้งที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ ยังใช้ชีวิตง่าย ๆ อยู่เลย”

อีกคนพยักหน้า

“คนมีเงินจริงเขาไม่ต้องอวดหรอก”

บางคนถึงกับพูดว่า

“นี่แหละ คนใหญ่คนโตที่ยังติดดิน”

เขานั่งฟังอยู่เงียบ ๆ

บะหมี่ก็ยังเป็นบะหมี่แบบเดิม ร้านก็ยังเป็นร้านเดิม

คนกินก็ยังเป็นคนเดิม

แต่ครั้งหนึ่ง การกินบะหมี่ของเขาเคยถูกเรียกว่า “จน”

วันนี้กลับถูกเรียกว่า “สมถะ”

เขากินจนหมดชาม จ่ายเงิน แล้วเดินออกจากร้าน

หน้าร้านมีพระชรารูปหนึ่งยืนอยู่

พระชราถามเขาว่า

“วันนี้บะหมี่อร่อยขึ้นหรือ”

ชายคนนั้นยิ้ม

“เหมือนเดิมครับ”

พระชราถามต่อ

“แล้วทำไมเมื่อก่อนคนถึงสงสารเจ้า แต่วันนี้กลับชื่นชมเจ้า”

ชายคนนั้นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ

“เพราะวันนี้พวกเขารู้ว่าผมมีเงิน”

พระชราหัวเราะเบา ๆ

“ถ้าอย่างนั้น สิ่งที่เปลี่ยนคงไม่ใช่บะหมี่”

ชายคนนั้นพยักหน้า

“และคงไม่ใช่ผมด้วย”

พระชรามองเขาแล้วพูดว่า

“วันที่เจ้าจน คนอื่นเอาชามบะหมี่มาตัดสินเจ้า”

“วันที่เจ้ารวย คนอื่นก็ยังเอาชามบะหมี่มาตัดสินเจ้าเหมือนเดิม”

“ต่างกันเพียงคำที่เขาใช้เรียกเท่านั้น”

ชายคนนั้นนิ่งไป

พระชราจึงพูดต่อ

“ถ้าวันหนึ่งเจ้าดีใจ เพราะคนชมว่าเจ้าติดดิน ก็อย่าลืมว่า วันหนึ่งเจ้าอาจเคยเสียใจ เพราะคนกลุ่มเดียวกันบอกว่าเจ้าจน”

“ถ้าเจ้าฝากคุณค่าของตัวเองไว้กับสายตาคนอื่น ไม่ว่าคำชมหรือคำดูถูก เจ้าก็ยังอยู่ในมือของเขาเหมือนเดิม”

ชายคนนั้นหันกลับไปมองร้านอีกครั้ง

แล้วก็เข้าใจว่า หลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้เขาแข็งแรงขึ้น ไม่ใช่วันที่มีเงินมากพอจนไม่มีใครดูถูก

แต่คือวันที่เขาไม่จำเป็นต้องอธิบายอีกแล้วว่า

ทำไมเขาถึงเลือกกินบะหมี่ชามนี้

เพราะคนที่รู้ว่าตัวเองกำลังเดินไปไหน ไม่จำเป็นต้องหยุดทุกครั้ง เพื่ออธิบายให้คนข้างทางเข้าใจว่า ทำไมเขาถึงเดินช้ากว่าคนอื่น


ข้อคิดจากเรื่องนี้

หลายครั้ง สิ่งที่คนอื่นพูดถึงเราไม่ได้สะท้อนว่าเราเป็นใคร แต่มันสะท้อนเพียงว่า ในเวลานั้นเขามองเราอย่างไร

เรื่องเดียวกัน คนคนเดียวกัน พฤติกรรมแบบเดียวกัน เมื่อสถานะเปลี่ยน คำตัดสินก็เปลี่ยนตาม

วันนี้

วันนี้เขาอาจเรียกเราว่า “จน”

วันนี้เขาอาจมองว่าเรา “ไม่มีทางเลือก”

วันหนึ่ง

วันหนึ่งเขาอาจเรียกสิ่งเดียวกันว่า “ติดดิน”

วันหนึ่งเขาอาจชมว่าเรา “ใช้ชีวิตเรียบง่าย”

ถ้าเราวิ่งตามทุกคำตัดสิน ชีวิตก็คงเหนื่อยไม่รู้จบ

ความเข้มแข็งจึงไม่ใช่การไม่รู้สึกกับสิ่งที่คนอื่นพูด แต่คือการรู้ว่า อะไรคือเสียงที่ควรฟัง และอะไรเป็นเพียงเสียงของคนที่ยืนอยู่ข้างทาง

เราไม่จำเป็นต้องอธิบายตัวเองกับทุกคน

บางช่วงของชีวิต เราอาจต้องกินบะหมี่ เดินช้ากว่าคนอื่น เริ่มใหม่จากศูนย์ หรือใช้ชีวิตในแบบที่ไม่มีใครเข้าใจ

ถ้าเรารู้ว่ากำลังทำอะไร และรู้ว่ากำลังเดินไปทางไหน ก็ไม่จำเป็นต้องหยุดทุกครั้งเพื่อพิสูจน์ว่าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด

เพราะสุดท้าย คนที่ต้องอยู่กับชีวิตของเราไปจนถึงวันสุดท้าย

ไม่ใช่คนที่ยืนวิจารณ์อยู่ข้างทาง

แต่คือตัวเราเอง

โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑