เรื่องราวของการประเมินผลงาน ยังคงเป็นเรื่องราวที่พูดกันบ่อยมาก โดยเฉพาะในช่วงปลายปีแบบนี้ พนักงานบางคนถึงกับพูดว่า ไม่เคยเชื่อผลการประเมินที่นายประเมินออกมาเลย ว่ามันจะสะท้อนผลงานจริงๆ ของพนักงานแต่ละคน จะว่าไป ถ้าด้วยความรู้สึกของคนที่ทำหน้าที่ประเมินผลงานลูกน้อง ลึกๆ แล้วก็ไม่อยากที่จะประเมินแบบไม่ดี ทุกคนอยากประเมินลูกน้องแบบตรงไปตรงมา ตามผลงานจริงๆ แล้วอะไรที่เป็นสาเหตุที่ทำให้หัวหน้าไม่กล้าประเมินผลงานลูกน้องแบบตรงไปตรงมาตามเนื้อผ้า
- ระบบประเมินผลงานของบริษัทไม่ชัดเจน สาเหตุแรกที่มักจะทำให้การประเมินผลงานของหัวหน้าทั้งหลายมีปัญหา ก็คือ ระบบการประเมินผลงานของบริษัทยังมีปัญหาอยู่ กล่าวคือ ใครอยากให้ใครผลงานดี หรือไม่ดีอย่างไรก็ไม่มีอะไรมาเป็นตัวกำหนด ไม่มีมาตรฐานในการประเมินผลงานไปในทางเดียวกัน และระบบการประเมินผลถูกมองว่า เป็นแค่เพียงระบบที่ถูกบังคับให้ทำในแต่ละปี มีเพื่อให้มี ไม่ใช่มีเพื่อที่จะให้เห็นผลงานของพนักงานจริงๆ เพื่อที่จะได้ปรับปรุงและแก้ไข
- หัวหน้ากลัวลูกน้องไม่ทำงานให้ ถ้าประเมินไม่ดี หัวหน้างานส่วนใหญ่ ทำงานได้ก็เพราะลูกน้องทำให้ และโดยปกติหัวหน้าก็ต้องมีการมอบหมายงานให้ลูกน้องเป็นปรกติอยู่แล้ว แต่เกิดอาการกลัวว่า ถ้าประเมินผลงานลูกน้องออกมาไม่ดีแล้ว ปีต่อไปลูกน้องจะไม่ยอมทำงานให้เราอีก แม้ว่าลูกน้องคนนั้นจะผลงานออกมาไม่ค่อยดีก็ตาม แต่ถ้าเราให้เขาไม่ดี เราก็จะแย่ถ้าเขาไม่ทำงานให้เราอีกต่อไป
- หัวหน้าอธิบายผลงานลูกน้องไม่ได้ สาเหตุถัดไปก็คือ หัวหน้าบางคนรู้ว่าลูกน้องของตนเองผลงานออกมาไม่ดี และต้องการประเมินผลงานให้แบบต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ แต่ก็ไม่กล้าประเมิน เพราะกลัวว่าจะตอบคำถามลูกน้องไม่ได้ ว่าทำไมถึงประเมินให้แบบนี้ เพราะอะไร หัวหน้างานบางคนขี้เกียจมานั่งตอบคำถามอะไรแบบนี้ ก็เลยเลี่ยงโดยการประเมินผลงานลูกน้องแบบดีหน่อย แม้ว่าผลงานจะไม่ค่อยดีก็ตาม
- มองผลงานลูกน้องไม่ออก หัวหน้าบางคน ไม่รู้ว่าลูกน้องของตนทำงานอะไรบ้าง มีรายละเอียดในการทำงานอะไรบ้าง บางทีสั่งงานไป ก็ไม่ได้ดูเลยว่า งานที่สั่งนั้นอยู่ในขอบเขตงานของตำแหน่งงานของลูกน้องตนเองหรือไม่ พอไม่รู้ว่า ลูกน้องตนเองทำงานอะไร ก็ไม่รู้แน่นอนว่า ผลงานที่ออกมานั้นดีหรือไม่ดีกันแน่ พอไม่รู้ วิธีที่จะเลี่ยงปัญหาในการประเมินผลงานได้ก็คือ ประเมินให้ดีเอาไว้ก่อน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมานั่งตอบคำถามลูกน้องอีกเช่นกัน
- อวยลูกน้องตนเองเต็มที่ หัวหน้าบางคนมองลูกน้องตนเองว่าทุกคนเป็นคนที่ทำงานได้ดีทุกคน ไม่ว่าจะมีหน่วยงานอื่นร้องเรียนมาก็ตาม คนเป็นหัวหน้าก็จะมองลูกน้องตนเองว่าดีหมดทุกคน ยิ่งไปกว่านั้น หัวหน้าแบบนี้ก็จะประเมินผลงานลูกน้องตนเองโดยให้ผลงานเท่ากันหมดทุกคนในระดับที่ดีมาก เวลาที่ถามว่า ทุกคนผลงานเท่ากันแบบนี้จริงๆ หรือ เขาก็จะตอบว่า เท่ากันทุกคนนี่แหละ เอาเข้าจริงๆ ก็คือ ต้องการที่จะทำให้ลูกน้องของตนเองได้รับรางวัลตอบแทนในการทำงานอย่างเต็มที่ โดยไม่สนใจว่าผลงานจริงๆ แล้วเป็นอย่างไร ถือว่าทุกคนทำงานได้เท่ากันหมด
จะสังเกตได้ว่าการที่การประเมินผลงานมีปัญหานั้น สาเหตุจะหนีไม่พ้น 2 ประเด็นก็คือ
- ระบบการประเมินผลงานของบริษัท ที่ไม่ชัดเจน ไม่มีมาตรฐาน ไม่มีการกำหนดแนวทางในการประเมินที่ชัดเจน หรือบางทีมีระบบที่ดี แต่ก็ขาดการสื่อสารถึงมาตรฐานในการประเมินผลงาน ว่าอะไรที่เรียกว่าดีมาก ดี หรือได้มาตรฐาน ก็เลยทำให้คนใช้ระบบใช้ไปตามความคิดเห็นของตนเองมากกว่า
- คนประเมิน ปัญหาที่สองก็คือ ผู้ประเมิน ที่ไม่สามารถที่จะให้คะแนนผลงานพนักงานได้อย่างตรงไปตรงมา เพราะมีอาการกลัว กังวลไปต่างๆ นานา ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เกิดขึ้นมากที่สุดในการประเมินผลงานจริงของบริษัทต่างๆ
ถ้าจะแก้ไขเรื่องเหล่านี้ ก็ต้องเริ่มต้นกันที่ผู้บริหารระดับสูงสุดกันเลยครับ จะต้องฟันธง และให้ความสำคัญกับเรื่องของผลงานตามเนื้อผ้าเลย โดยมีการกำหนดให้ชัดเจนว่า ผลงานดีนั้น จะต้องดูจากอะไรบ้าง จากนั้นก็ต้องอบรมและฝึกคนประเมินให้ดูผลงานพนักงานให้ออก ว่าแบบนี้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ของบริษัทแล้วหรือยัง โดยอาจจะมีหัวหน้างานคนอื่นมาช่วยดูผลงานของลูกน้องเราอีกแรงหนึ่งได้เช่นกัน เพื่อทำให้เกิดความเป็นธรรมในการประเมินมากขึ้น
และที่สำคัญก็คือ จะต้องมีการกำหนดเกณฑ์ในการประเมินผลงานของหัวหน้าเองด้วย ว่า “ถ้าหัวหน้าคนไหนที่ไม่สามารถประเมินผลงานลูกน้องของตนเองได้อย่างตรงไปตรงมา หรือไม่สามารถมองผลงานของลูกน้องตนเองได้ ก็จะถูกประเมินผลงานในเกณฑ์ที่แย่มากด้วยเช่นกัน เพราะในฐานะที่เป็นผู้จัดการหรือหัวหน้า ถ้ามองผลงานลูกน้องของตนเองไม่ออก ก็ไม่ควรจะเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการที่ดีได้นั่นเอง”

บทความน่าสนใจมากครับ ผมเคยimplementระบบประเมินในฐานะที่ปรึกษาให้กับหลายบริษัทครับ
1. แน่นอนเราพยายามสร้างระบบประเมินที่ดี สะท้อนผลงาน แต่มักพบว่าไม่มีระบบไหนที่จะวัดผลงานได้ 100% โดยเฉพาะมีส่วนที่เรียกว่าวัฒนธรรมองค์กร เช่น การทำงานเป็นทีม ความสามารถในการเรียนรู้ เป็นต้น จึงอาจสรุปได้ว่าไม่มีระบบประเมินใดในโลกที่สามารถสะท้อนผลงานพนักงานทุกคนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
2. ผู้ประเมินที่ดี อันนี้ยิ่งเป็นปัญหาหนักกว่าส่วนแรก เนื่องจาก ส่วนใหญ่ทีมที่ทำงานด้วยกัน ทั้งหัวหน้าและลูกน้อง จะมีผลงานในทิศทางเดียวกัน จึงเกิดความลำเอียงในฐานะผู้ประเมิน ให้คะแนนลูกน้องดี เพื่อสะท้อนถึงผลงานของทีมและของหัวหน้าที่ดีเช่นกัน
ความท้าทายของระบบ จึงต้องสามารถทำให้ทุกคนเห็นถึงความสำคัญของการมีเป้าหมาย โดย
1. มีทิศทางจากผู้บริหารที่ชัดเจนว่าเราต้องการอะไรจากพนักงาน
2. เป้าหมายพนักงานที่ดี อาจบอกได้ว่าไม่ใช่เป้าหมายที่สะท้อนทุกอย่างที่เราทำ แต่ควรสะท้อนถึงสิ่งที่องค์กรให้ความสำคัญ (สอดคล้องกับข้อ1)
3. การประเมินที่ดี ต้องกระตุ้นให้เกิดการทำให้ได้เป้าหมายที่องค์กรให้ความสำคัญ หากประเมินแบบเอาใจจะส่งผลในทางตรงข้ามคือ พนักงานจะคิดว่าไม่ต้องทำตามเป้าหมายก็ได้
ส่วนตัวยังคงหาวิธีที่ดีที่สุดอยู่ครับ