เมื่อวานนี้ได้เขียนในภาพรวมของบทบาทและหน้าที่ของหัวหน้างานที่ดี ซึ่งผมได้ใส่ model ของหัวหน้างานที่ดีไว้ให้ ซึ่งถ้าท่านไหนยังไม่ได้เห็น model ก็สามารถไปดูได้ตามนี้ครับ http://wp.me/pBmlU-bC
ซึ่งจาก model ที่ให้ไว้นั้น บทบาทหน้าที่ของหัวหน้างานจะถูกแบ่งออกเป็นดังนี้
- หัวหน้างานกับการบริหารคน
- การจูงใจพนักงาน
- การสื่อความ
- การสร้างทีมงาน
- การสอนงาน
- หัวหน้างานกับการบริหารงาน
- การวางแผนงาน
- การควบคุมงาน
- การปรับปรุงงาน
วันนี้จะมาคุยกันต่อในเรื่องของบทบาทของหัวหน้างานที่ดีในครึ่งวงกลมด้านบนของ model ซึ่งว่าด้วยเรื่องของการบริหารคน ในการบริหารคนของหัวหน้างานนั้นจะมีอยู่ 4 เรื่องที่จะต้องทำให้สำเร็จ และทำให้ดีด้วย ก็คือ
- การจูงใจพนักงาน
- การสื่อความ
- การสร้างทีมงาน
- การสอนงาน
เรื่องแรกซึ่งเป็นบทบาทของหัวหน้างาน และส่วนใหญ่มักจะขาดความรู้และทักษะในด้านนี้กันค่อนข้างเยอะ ก็คือเรื่องของการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน เขาว่ากันว่า พนักงานที่มีแรงจูงใจในการทำงานนั้น จะทำงานให้เราอย่างเต็มใจและพอใจ โดยที่หัวหน้าไม่ต้องไปจ้ำจี้จ้ำไช หรือเข้าไปควบคุมดูแลมากนัก (อันนี้อยู่ที่ระดับของพนักงานด้วยเหมือนกัน)
หัวหน้างานส่วนใหญ่ พอได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้า ก็มักจะใช้บทบาทของหัวหน้าที่องค์กรให้มานั้น มาทำการสั่งการ ควบคุม และคอยตรวจสอบการทำงาน โดยที่ลืมไปว่า ลูกน้องของเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งซึ่งมีความต้องการ มีอารมณ์ความรู้สึก ไม่แตกต่างไปจากเราเองในฐานะหัวหน้าเลย
สิ่งที่ผมมักจะถามหัวหน้างานมือใหม่ก็คือ คุณคิดว่าหัวหน้าของคุณเป็นอย่างไร และคิดว่าหัวหน้างานที่ดีนั้นมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง เชื่อมั้ยครับว่าทุกคนสามารถตอบออกมาได้อย่างชัดเจนมาก ต่างคนต่างวิจารณ์หัวหน้างานของตนได้อย่างออกรสทีเดียว
แต่พอผมถามกลับไปว่า แล้วเราคิดว่า ตัวเราเองตอนนี้เป็นหัวหน้างานที่ดีอย่างที่เรานิยามไว้แล้วหรือยัง ผลก็คือทั้งห้องเงียบกริบ มีน้อยคนมากที่จะตอบว่า “ทำได้” หรือ “เป็นแล้ว”
นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในการทำงาน เรามักจะมองการทำงานของคนอื่น แต่ไม่มองว่าการทำงานของเราเองนั้นเป็นอย่างไรบ้าง มักจะมองตัวเองว่าทำงานได้ดีแล้ว เป็นหัวหน้างานที่ดีแล้ว ถ้าอยากพิสูจน์ว่าเราเป็นหัวหน้างานที่ดีแล้วหรือยัง ต้องไปถามลูกน้องของเราเลยครับ ว่าเราเป็นอย่างไร (เอาแบบตรงไปตรงมาเลยนะครับ) แล้วท่านจะได้รับมุมมองที่ท่านเองอาจจะคิดไม่ถึงเลยว่า นี่หรือคือตัวเราในสายตาของลูกน้อง
ในเรื่องของการจูงใจนั้น หัวหน้างานส่วนใหญ่มักจะบอกว่า “ที่ลูกน้องของตนเองไม่ค่อยขยันทำงาน ไม่อยากทำงาน ก็เพราะบริษัทจ่ายเงินเดือนให้เขาน้อยเกินไป” ผมถามว่า ถ้าคิดแบบนี้แล้ว จะสามารถเพิ่มเงินเดือนให้ลูกน้องของเราได้เลยหรือไม่ คำตอบก็คือ “ยากมากครับ” เพราะเรื่องเงินเดือนมันเป็นเรื่องของนโยบายบริษัท ไม่ใช่ใครอยากให้เท่าไรก็ให้ไป
แต่ลูกน้องเราคนนี้มาทำงานกับเราแล้ว ทำไมเราถึงไม่คิดว่า จะทำอย่างไรให้เขารู้สึกดี และมีแรงจูงใจในการทำงานกับเรา ผมบอกได้เลยว่า เงินเดือนเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยหลายตัวที่พิสูจน์แล้วว่า มีผลต่อแรงจูงใจในการทำงานน้อยมาก เมื่อเทียบกับความสัมพันธ์ที่ดี บรรยากาศที่ดีในการทำงาน และการยกย่องชมเชย และการให้ความสำคัญต่อพนักงาน ของหัวหน้างานเอง
จากผลการทำ workshop ในหลักสูตรที่ผมบรรยายนั้น แรงจูงใจที่หัวหน้างานสามารถสร้างได้ทันที ให้เกิดขึ้นกับลูกน้องของตนก็คือ การชมเชยเมื่อลูกน้องทำงานดี การพูดจากทักทาย การสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี มีความอบอุ่นเป็นกันเอง ไม่มีความลำเอียงและเลือกปฏิบัติ ให้การยกย่องและมองเห็นความสำคัญของลูกน้องของตนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน สอนงานและพัฒนาลูกน้อง ฯลฯ
จะสังเกตว่าสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นเรื่องของการปฏิบัติตัวต่อลูกน้องในฐานะที่เขาเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ใช่เอะอะก็ใช้วาจาหยาบคาย ด่าทอต่อหน้าคนอื่น รักใครก็ทำดีต่อคนนั้น ไม่ชอบใครก็ไม่สนใจเลย ลูกน้องทำงานดี ก็เฉยๆ หรือไม่สนใจ แต่เมื่อไรที่ลูกน้องทำงานพลาดก็ด่ายกชุด
ลองนึกถึงตัวเราเองก็ได้ว่า เราอยากให้หัวหน้างานของเราเป็นแบบนี้หรือไม่ ถ้าตอบว่าไม่อยาก ลูกน้องของท่านก็ไม่อยากให้ท่านเป็นแบบนี้เช่นกันครับ
เป็น blog ที่น่าสนใจและเป็นแนวทางให้คิดตามนำไปประยุกต์ใช้ที่ดีมากครับ ผมก็เพิ่งได้ัรับตำแหน่งหัวหน้างานในโรงงาน มาประมาณ 5 วัน ก็ยังไม่รู้จะเริ่มยังไงดี เพราะไม่เคยทำมาก่อนก็อาศัยมาเปิดหาข้อมูลนำไปประยุกต์ใช้ ผมก็ติดตามอ่านมาประมาณ 3 วันแล้ว ก็พอจะเข้าใจขึ้นเยอะเลยครับ ขอบคุณมากครับ
ความรู้นี้ดีมากเลยค่ะ พอดีกำลังทำรายงาน เป็นการบ้านอยู่พอดีเลย อยากได้คำปรึกษาอีกจะเป็นอะไรไหมค่ะ
ด้วยความยินดีครับ อยากปรึกษาประเด็นไหนก็เขียนมาได้ครับ
ขอถามเกี่ยวกับพฤติกรรมลูกน้องค่ะคือเขาเป็นคนเก่ง ฉลาด ผลการเรียนได้เกียรตินิยม การ Present ต่างๆดีมาก แต่การปฏิบัติงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานไม่มีใครชอบเขาเลย ไม่มีใครอยากทำงานร่วมด้วย จะมีเรื่องคำพูดำจา และไม่ทำงานช่วยเพื่อน แต่เวลาเขาพูดในที่ประชุมเขาก็จะพูดว่าการทำงานเป็นทีมต้องช่วยกันอย่างงั้นอย่างนี้ดีมากแต่เวลาทำงานอยู่หน้างานเขาจะหลีกเลี่ยงการทำงานช่วยเพื่อนตลอดเวลา เขาเป็นคนมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูงมากๆ คนที่มีพฤติกรรมแบบนี้เราควรจะมีวิธีการบริหารจัดการอย่างไร
จริงๆ ตอบยากเหมือนกันนะครับ เพราะต้องดูบริบทของคนนี้ว่าเป็นอย่างไร ขออนุญาตตอบแบบกลางๆ นะครับ คนแบบนี้เก่ง แต่อาจจะมี EQ ที่น้อยไปนิด และทำงานกับคนอื่นได้ยาก เพราะเขาคิดว่าตนเองเหนือกว่าคนอื่น ก็เลยไม่ค่อยฟัง และอาจจะมีคำพูดที่ดูถูกคนอื่นออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว ซึ่งอาจจะต้องคุยกับเขาตรงๆ บางที่ใช้วิธีให้ทุกคนประเมินกันเอง ว่าใครเป็นอย่างไร เพื่อที่จะพัฒนา competency ให้ได้ดีขึ้น ก็จะเห็นผลการประเมินที่คนอื่นประเมินมา ก็จะทำให้ยอมรับได้ดีขึนว่าเขาเป็นแบบนี้จริงๆ ประเด็นก็คือ ต้องทำให้เขายอมรับว่าคนอื่นมองเขาเป็นแบบนี้ เพื่อที่จะได้ลงมือ Coach เพื่อให้เขาดีขึ้น เพราะคนนี้มีความเก่งแล้ว ต้องเสริมเรื่องของการทำงานกับผู้อื่น ซึ่งในฐานะหัวหน้าก็ต้องบอกเขาตรงๆ ว่าอยากให้เขาเก่งจริงๆ ซึ่งถ้าจะเก่งและเป็นผู้นำได้ ก็ต้องเพิ่มเรื่องของการทำงานกับผู้อื่นให้ได้ ก็คงต้องลองดูในแนวนี้น่ะครับ
ขอบคุณครับ ผมกำลังสมัครงานเป็นหัวหน้าครับ แตังไม่รู้เรื่องรัยเลย ยังไงก็ขอบคุณอีกทีน่ะครับ ได้อ่านไปก็ได้ไรขึ้เยอะเลยครับ
ดีคับผมจะไปบอกหัวหน้าผมให้มาอ่านบ้าง
ดีมากครับ ผมจะเอาไปใช้