ทำไมคนเก่งถึงลาออก ความจริงที่ผู้บริหารควรกล้า ยอมรับ และรีบแก้ไข

เวลาที่เราพูดถึง “การลาออก” เรามักรีบโยนเหตุผลไปที่ตลาดแรงงาน—ค่าตอบแทนไม่พอ คู่แข่งมาดึงตัว ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ฯลฯ

แต่ความจริงที่ทำให้หลายองค์กร แก้ปัญหาไม่เคยถูกจุด คือ…คนไม่ได้ลาออกเพราะเงิน หรือคู่แข่งเก่งกว่า คนลาออกเพราะ งานที่ทำไม่พาเขา “ก้าวหน้า” ไม่ว่าจะเป็น ก้าวหน้าในชีวิต ก้าวหน้าในงาน หรือเพียงแค่ ก้าวออกจากความทุกข์ตรงหน้า

งานวิจัยที่ถูกทำซ้ำๆ ตลอด 15 ปี บอกชัดว่า“พนักงานลาออกเพราะรู้สึกว่าไม่สามารถทำให้ชีวิตดีขึ้นได้ ด้วยงานปัจจุบันนี้”

และเมื่อเราฟังเสียงคนที่เปลี่ยนงานมามากพอ เราจะพบ 4 ความจริงที่เหมือนกันแทบทุกเคส

4 สาเหตุหลักที่ทำให้คนตัดสินใจเปลี่ยนงาน

งานวิจัยเรียกว่า Four Quests for Progress แต่ผมอยากเขียนให้เข้าใจง่ายที่สุด

1) หนีออก (Get Out) — อยู่ต่อไม่ไหวแล้ว

เป็นเคสที่เจอเยอะที่สุดในองค์กรที่ วัฒนธรรมหรือหัวหน้ามีปัญหา ลักษณะคือ…

  • รู้สึกไม่ถูกเคารพ ไม่ถูกให้คุณค่า
  • งานผิดที่ผิดทาง ถูกใช้งานไม่ตรงความสามารถ
  • อยู่ในทีมที่เป็นพิษ ทำงานแล้วหมดพลัง
  • ถูก micromanage จนเหนื่อยล้า
  • สภาพแวดล้อมบั่นทอน ไม่ต้องการเติบโต แค่ต้องการ “ไม่ทุกข์แบบนี้อีก”

นี่คือการลาออกแบบ Fight or Flight — หนีเอาตัวรอด

สัญญาณเตือนผู้บริหาร: เมื่อคนเริ่มพูดว่า “ขอไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่” ให้รู้ว่า…การลาออกเป็นเพียงเรื่องเวลาเท่านั้น

2) ขอชีวิตคืน (Regain Control) — อยากคุมชีวิตตัวเองให้ได้อีกครั้ง

คนกลุ่มนี้ไม่ได้เกลียดงาน แต่เกลียดวิธีการทำงานที่ควบคุมไม่ได้

  • งานล้นจนชีวิตพัง
  • ความคาดหวังเปลี่ยนตลอด
  • เวลาทำงานไร้พื้นที่ส่วนตัว
  • ระบบไม่เอื้อ ทำงานอย่างไรก็ไม่เสร็จ
  • อยากได้ความชัดเจน คาดเดาได้ และมีอิสระมากขึ้น

คนกลุ่มนี้ไม่ได้จะหนีงาน แต่จะบอกตัวเองว่า… “ถึงเวลาจัดระเบียบชีวิตใหม่”

3) ต้องการการยอมรับ (Regain Alignment)

นี่คือกลุ่ม “คนเก่งเงียบ” ที่หายไปแบบไม่มีสัญญาณเตือน

  • ความสามารถไม่ถูกใช้
  • เสนอแนะอะไรไปก็ถูกมองข้าม
  • ไม่รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ากับองค์กร
  • ผิดหวังที่ไม่ได้รับโอกาส
  • เชื่อว่าตนเอง “ถูกประเมินต่ำกว่าความจริง”

กลุ่มนี้อันตรายที่สุด เพราะคนเก่งมัก ไม่บ่น เขา “สังเกตและเดินจากไป” เงียบๆ

4) อยากก้าวหน้า (Take the Next Step)

ไม่เกี่ยวกับงานแย่ แต่เป็นความต้องการเติบโตตามจังหวะชีวิต

  • เพิ่งจบปริญญา/ได้รับใบรับรองใหม่
  • ถึงจุดอยากเพิ่มรายได้
  • ต้องการบทบาทที่ใหญ่ขึ้น
  • ต้องการโอกาสที่ปัจจุบันไม่มีให้
  • อยากท้าทาย อยากลองบทบาทใหม่

องค์กรไม่ได้มีปัญหาแต่ งานปัจจุบันไม่ใช่คำตอบของอนาคตที่เขาต้องการอีกต่อไป

สรุปให้ชัด: คนลาออกเพราะ ความคืบหน้าในชีวิต ไม่ได้เกิดขึ้น

จริงๆ แล้วความต้องการของคนเราง่ายมาก คือ อยากรู้สึกว่าตัวเองกำลังก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่ยิ่งทำยิ่งถอยหลัง

แต่ที่หลายองค์กรแก้ปัญหาผิดจุด เพราะไปแก้ด้วยสิ่งเหล่านี้

  • ปรับเงินเพิ่มเล็กน้อย
  • แจกสวัสดิการใหม่
  • ทำกิจกรรมสนุกๆ
  • จัด Wellness program
  • จัดคอร์สเรียนแบบหว่าน

ซึ่งมัน “ดี” แต่ไม่ได้แก้ สาเหตุจริง ของการลาออก

แล้วองค์กรควรทำอย่างไร?

ผมขอแนะนำแบบบ้านๆ แต่ตรงจุดที่สุด 4 ข้อ

1) ฟังเสียงให้ถูกแบบ ฟังเรื่อง ความก้าวหน้า ไม่ใช่ฟังเรื่อง ความสุข

อย่าถามพนักงานว่า “ชอบงานไหม?” ให้ถามว่า “งานนี้พาคุณไปในทิศทางที่คุณอยากไปหรือไม่?”

คำถามนี้จะส่องไฟไปที่เหตุผลการลาออกที่แท้จริง

2) ทำให้หัวหน้ามี EQ มากพอที่จะเห็นสิ่งที่พนักงานไม่พูด

งานวิจัยชัดมากว่า “หัวหน้า” คือปัจจัยที่ผลักหรือดึงคนแรงที่สุด

หัวหน้าที่ดีต้องมองให้ออกว่าใครกำลัง…

  • หมดพลัง
  • ไม่ถูกใช้ศักยภาพ
  • ต้องการความท้าทาย
  • ต้องการความยืดหยุ่น
  • ต้องการการยอมรับ
  • ต้องการเส้นทางเติบโตที่ชัดขึ้น

ความสามารถนี้ไม่ได้เกิดจาก KPI แต่เกิดจาก EQ + Awareness

3) ออกแบบ Employee Experience ตาม “4 Quests”

ไม่ใช่ออกแบบเหมือนกันทั้งบริษัท

ในปี 2025–2026 องค์กรที่ retain คนได้ คือองค์กรที่ Personalize Experience

  • คนที่ “หนีออก” ต้องการความปลอดภัยและหัวหน้าคนใหม่
  • คนที่ “ต้องการควบคุมชีวิต” ต้องการความยืดหยุ่นและความชัดเจน
  • คนที่ “ต้องการการยอมรับ” ต้องการงานที่ใช้ความสามารถจริง
  • คนที่ “อยากก้าวหน้า” ต้องการบทบาทใหม่ + Skill ใหม่

การบริหารคนยุคนี้ ต้องเลิกคิดแบบ “One Size Fits All”

4) ทำให้บทบาทงานมี “ความหมาย” จริงๆ ไม่ใช่ในโปสเตอร์บนผนัง

งานจะดึงคนไว้ได้ ถ้ามี 3 สิ่ง

  1. Meaning – สิ่งที่ฉันทำมีคุณค่าจริง
  2. Mastery – ฉันได้พัฒนาความสามารถ
  3. Momentum – ฉันรู้สึกว่ากำลังก้าวหน้า

ถ้าขาดตัวใดตัวหนึ่ง การลาออกจะเริ่มคืบเข้ามาเงียบๆ

คำถามที่ผู้บริหารควรถามตัวเองวันนี้

ลองถามตัวเองตรงๆ:

  • ในองค์กรของเรา คนกำลัง “ก้าวหน้า” หรือ “ฝืนอยู่”?
  • หัวหน้ารู้จริงไหมว่าทีมต้องการอะไรในช่วงชีวิตตอนนี้?
  • เราออกแบบประสบการณ์การทำงาน หรือปล่อยให้มันเกิดขึ้นเอง?
  • คนเก่งกำลังถูกใช้ หรือกำลังถูกทิ้งไว้เฉยๆ?
  • เราตอบโจทย์ ‘ชีวิต’ ของพนักงาน หรือแค่ตอบโจทย์ ‘องค์กร’?

เพราะสุดท้ายแล้ว…

คนไม่ต้องการงานที่ดีที่สุด เขาต้องการงานที่ “ทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น”

และนั่นคือหน้าที่ของผู้บริหาร และ HR ที่เข้าใจความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง

อ้างอิงจาก บทความเรื่อง Why Employees Quit by Ethan Bernstein, Michael B. Horn, and Bob Moesta Harvard Business Review

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑