ทำงานกับคนที่ไม่ชอบ บททดสอบความเป็น มืออาชีพ ที่ดีที่สุด

เชื่อไหมครับว่า ในชีวิตการทำงานเราเลือกงานได้ เลือกบริษัทได้ แต่สิ่งหนึ่งที่เรามักจะเลือกไม่ได้เลยก็คือ “เพื่อนร่วมงาน” ผมมักจะได้รับคำถามบ่อย ๆ ว่า “อาจารย์ครับ ถ้าต้องทำงานกับคนที่ไม่ชอบหน้ากันจริงๆ หรือมองหน้ากันไม่ติด เราจะทำยังไงดีให้งานเดินต่อได้ โดยที่ใจเราไม่พังไปเสียก่อน?”

ในฐานะนักจิตวิทยาและคนทำงานบริหารทรัพยากรมนุษย์ ผมมองว่าสถานการณ์แบบนี้แหละครับ คือ “บททดสอบความเป็นมืออาชีพ” ที่ดีที่สุด ถ้าคุณก้าวข้ามไปได้ คุณจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้นมาก วันนี้ผมเลยสรุป 3 ข้อคิดที่จะช่วยรักษาทั้ง “งาน” และ “ใจ” มาฝากกันครับ

1. โฟกัสที่ “งาน” ไม่ใช่ “ตัวบุคคล”

เวลาเราไม่ชอบใคร เรามักจะเผลอเอาอารมณ์ไปจับที่ตัวเขา เช่น ท่าทางเขาไม่ดี คำพูดเขาไม่เข้าหู จนลืมวัตถุประสงค์หลักของการมาทำงาน

เทคนิคคือ ท่องไว้ในใจเสมอครับว่า “เรามาเพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกัน ไม่ได้มาเพื่อหาเพื่อนสนิท” ความต่างทางนิสัยเป็นเรื่องรอง แต่ความสำเร็จของงานคือเรื่องหลัก เมื่อเราแยกแยะระหว่าง ‘ตัวบุคคล’ กับ ‘บทบาทในงาน’ ออกจากกันได้ ความหงุดหงิดจะลดลง เพราะเราโฟกัสแค่ว่าเขาทำหน้าที่ของเขาครบถ้วนหรือไม่ เพื่อให้งานของเราเดินหน้าต่อได้ก็พอครับ

2. เป็น “สุภาพชน” ที่มี “ขอบเขต”

หลายคนพอไม่ชอบปุ๊บ ก็เลือกที่จะประชดประชันหรือเมินเฉยใส่ ซึ่งนั่นอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของเราเองครับ

ยิ่งคุณไม่ชอบเขามากเท่าไหร่ คุณยิ่งต้องสื่อสารอย่าง “มีหลักการและสุภาพที่สุด” ครับ การเป็นมืออาชีพคือการรักษามาตรฐานของตัวเราเอง ไม่ใช่การลดตัวไปทำพฤติกรรมเดียวกับคนที่เราไม่ชอบ การสื่อสารอย่างสุภาพและชัดเจนในขอบเขตงาน จะช่วยป้องกันไม่ให้เขาเข้ามามีอำนาจเหนืออารมณ์ของคุณ และที่สำคัญคือไม่มีใครสามารถตำหนิความเป็นมืออาชีพของคุณได้เลย

3. อย่ามอบ “รีโมทความสุข” ให้คนอื่น

ข้อนี้สำคัญมากครับ การที่เขาทำตัวไม่น่ารัก หรือมีนิสัยที่เราไม่ชอบ นั่นคือ “ปัญหาของเขา” ไม่ใช่ “ปัญหาของเรา” อย่าเก็บเอาพฤติกรรมแย่ๆ ของคนอื่นมาเป็นขยะทางใจจนเสียสมดุลชีวิตส่วนตัวไปอย่างเปล่าประโยชน์ การที่คุณโกรธหรือนิ่งไม่สงบ คือการที่คุณยื่น “รีโมทควบคุมความสุข” ไปให้เขาเป็นคนกดปุ่มเลือก ว่าวันนี้คุณจะยิ้มหรือจะเศร้า ดึงรีโมทนั้นกลับคืนมาครับ บอกตัวเองว่า “เรื่องของเขา เราไม่เกี่ยว” แล้วเอาเวลาไปใส่ใจกับคนที่เราชอบและงานที่เรารักดีกว่า

มุมมองเพิ่มเติมในเชิงจิตวิทยา

ลองมองคนเหล่านั้นเป็น “ครู” ดูครับ เขาคือครูที่เข้ามาฝึกทักษะการควบคุมอารมณ์ (Emotional Intelligence: EQ) ชั้นยอดให้กับเรา ถ้าคุณสามารถทำงานกับคนที่คุณเกลียดที่สุดได้สำเร็จ ต่อไปในโลกนี้คุณก็สามารถทำงานร่วมกับใครก็ได้ครับ

ความเป็นมืออาชีพไม่ได้วัดกันตอนที่เราทำงานกับคนที่ถูกใจ แต่วัดกันตอนที่เรายังทำผลงานได้ดีเยี่ยม แม้จะต้องร่วมงานกับคนที่ไม่ถูกใจต่างหากครับ

เป็นกำลังใจให้คนทำงานทุกคนนะครับ!

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑