Reward and Recognition เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

เรื่องของการบริหารค่าตอบแทนนั้น เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งสำหรับการบริหารทรัพยากรบุคคลขององค์กร ถามว่า องค์กรที่มีการจ่ายค่าตอบแทนที่สูงมาก นั้น ถือเป็นองค์กรที่สามารถสร้างพลัง และสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานได้ดีกว่า องค์กรที่จ่ายต่ำกว่าใช่หรือไม่ คำตอบคือ อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้

ค่าตอบแทน หรือที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Reward นั้น เป็นสิ่งสำคัญก็จริงในการบริหารทรัพยากรบุคคล เพราะมันคือปัจจัยที่เราใช้ในการจ้างพนักงานเข้ามาทำงานกับเรา เราต้องจ่ายค่าตอบแทน พนักงานเองก็ต้องการค่าตอบแทนเพื่อแลกกับความรู้ทักษะ และการลงแรงในการมาทำงานให้กับองค์กร

ซึ่งค่าตอบแทน หรือ Reward นั้น ส่วนใหญ่ก็จะให้เป็นตัวเงิน หรือเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เป็นส่วนใหญ่ ก็มีตั้งแต่ เงินเดือน โบนัส ค่าตำแหน่ง ค่าทักษะ เบี้ยขยัน ฯลฯ ซึ่งถ้าเราต้องการที่จะสร้างแรงจูงใจด้วยเครื่องมือที่เรียกว่าค่าตอบแทนนั้น เราต้องมีการวางระบบการจ่ายค่าตอบแทนเหล่านี้ให้เป็นธรรม ภายในองค์กรเองจะจ่ายค่าตอบแทนที่แตกต่างกันได้อย่างไร อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้พนักงานแต่ละคนได้ค่าตอบแทนที่ไม่เท่ากัน ไม่ว่าจะเป็น ค่างาน ผลงาน ความรู้ความสามารถ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ เราต้องมีการกำหนดวิธีการจ่ายที่ชัดเจน เพื่อให้พนักงานสามารถปรับพฤติกรรมของตนเองในการทำงานให้สอดคล้องกับสิ่งที่องค์กรให้ได้

นอกจากนั้นก็ต้องมีการวิเคราะห์เปรียบเทียบอัตราการจ่ายขององค์กรเราเทียบกับตลาดที่เราแข่งขันด้วย ว่า เราแข่งขันได้หรือไม่ สูงไป หรือต่ำไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้ระบบค่าตอบแทนของเราสามารถที่จะดึงดูด เก็บรักษา และจูงใจพนักงานให้สร้างผลงานกับองค์กรเราได้อย่างดีที่สุด

หลายองค์กรมองแค่นี้ มองแค่เพียงว่า ถ้าองค์กรของเรามีระบบค่าตอบแทนที่ดี แข่งได้ จ่ายสูง ก็จะทำให้พนักงานอยากมาทำงานกับเรา อยากที่จะอยู่ทำงานกับเราไปนานๆ และอยากที่จะสร้างผลงานให้เรา ท่านผู้อ่านคิดว่า แค่เพียงค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงินอย่างเดียวมันจะทำได้ขนาดนั้นหรือไม่

ทำไมบางองค์กรเงินเดือนสูงมาก แต่พนักงานกลับอยู่ได้ไม่นาน หรือ อยู่แบบไม่ความสุขในการทำงาน หรืออยู่ทำงานไปก็เพื่อเงินอย่างเดียว ฯลฯ สาเหตุก็คือ องค์กรเหล่านั้นยังขาดระบบ Recognition นั่นเอง

อย่างที่บอกว่า ผู้บริหาร และผู้จัดการของหลายองค์กร มองแค่เพียงว่าจ่ายค่าตอบแทนให้สูงหน่อยก็จบ แต่เอาเข้าจริงๆ มันไม่จบ งานวิจัยทั้งจากในและต่างประเทศ ในเรื่องของการสร้างแรงจูงใจที่ดีนั้น ต่างก็ย้ำเสมอว่า องค์กรจะต้องมีทั้ง 2 เครื่องมือไปด้วยกันก็คือ Reward มีเพื่อตอบโจทย์เรื่องของค่าตอบแทนให้กับพนักงาน ซึ่ง Reward นั้น จะเป็นสร้างแรงจูงใจในระยะสั้นๆ เท่านั้น

แต่ถ้าองค์กรต้องการสร้างแรงจูงใจในระยะยาว และต้องการให้พนักงานเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในการทำงานของตนเอง รู้สึกถึงความสำคัญของตนเองต่อความสำเร็จขององค์กร มี Self Esteem ที่สูงขึ้น องค์กรจะต้องสร้างสิ่งที่เรียกว่า Recognition ให้มากขึ้น

การสร้าง ระบบ Recognition นั้นจะต้องอาศัยผู้บริหาร และผู้จัดการทุกคนในองค์กรที่จะต้องบริหารจัดการความรู้สึกของพนักงานให้เป็นไปในทางบวกเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการให้การชื่นชมพนักงาน การสร้างบรรยากาศในการทำงานเป็นทีม บรรยากาศที่กล้าแสดงความคิดเห็น บรรยากาศที่ดีเวลาที่พนักงานทำงานได้สำเร็จ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้จะช่วงสร้างแรงจูงใจในระยะยาวให้เกิดขึ้นในตัวพนักงานได้

ถ้าเราสามารถทำระบบได้ทั้งสองแบบก็คือ Reward ตอบแรงจูงใจในระยะสั้นๆ และ Recognition ตอบแรงจูงใจในระยะยาว ได้อย่างสมบูรณ์ ก็จะทำให้พนักงานของเราเกิดความรู้สึกผูกพันกับองค์กรได้อย่างลึกซึ้ง และมีแรงจูงใจในการทำงานกับองค์กรอย่างดี

เพียงแต่ความยากมักจะไปอยู่ที่เรื่องของระบบ Recognition เพราะมันไปอยู่ที่ผู้จัดการแต่ละคนว่าจะสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ดีแค่ไหน ผู้บริหารบางคนยังไม่เคยคิดที่จะชมพนักงานเลยด้วยซ้ำไป ผู้บริหารบางคนก็ยังบริหารแบบผู้นำสมัยโบราญที่ตนเองเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียวโดยไม่สนใจว่า พนักงานจะรู้สึกอย่างไรก็ยังมีอยู่เยอะ ถ้าองค์กรยังมีผู้บริหารและผู้จัดการแบบนี้อยู่เยอะ ระบบ Recognition ก็จะสร้างได้ยากมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ก็คงต้องเริ่มเปลี่ยนแปลงกันบ้าง มิฉะนั้น อนาคตขององค์กรเราอาจจะไม่มีพนักงานมือดีๆ มาให้บริหารจัดการกันก็เป็นได้ครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: