ปัญหาเงินเดือนพนักงานใหม่สูงกว่าพนักงานเก่า

ผมสังเกตเห็นปัญหาเรื่องการบริหารเงินเดือนของบริษัทต่างๆ เรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้อ่านหลายท่านได้สอบถามเข้ามาถึงวิธีการบริหารจัดการด้วยเช่นกัน เรื่องนั้นก็คือ ทำอย่างไรดี ถ้าเงินเดือนของพนักงานใหม่ที่รับเข้ามา สูงกว่าพนักงานเก่าที่ทำงานอยู่กับบริษัท ในตำแหน่งเดียวกัน

ตัวอย่างที่เห็นจริงๆ ที่ผมเจอมากในบริษัทต่างๆ ที่ผมเข้าไปให้คำปรึกษาเรื่องของการบริหารเงินเดือนมักจะเป็นตำแหน่งงานไม่สูงนัก ส่วนใหญ่ก็เป็นประเภทเพิ่งจบใหม่ หรือไม่ระดับพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ที่มีประสบการณ์ไม่เกิน 10 ปี โดยมาจะเป็นตำแหน่งช่างเทคนิค วิศวกร และอาจจะมีตำแหน่งอื่นๆ ที่นอกเหนือจากนี้ (ระดับหัวหน้า และระดับบริหารไม่ค่อยเจอปัญหานี้มากนัก) ประเด็นที่จะต้องสอบถามก็คือ แล้วบริษัททำให้เงินเดือนของพนักงานใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามา สูงกว่าพนักงานเก่าที่ทำงานมาสักพัก (ในตำแหน่งเดียวกัน) ได้อย่างไร อันนี้ต้องสืบลึกไปถึงประวัติศาสตร์ในการบริหารเงินเดือนของบริษัทด้วยว่า ที่เกิดขึ้นนี้เกิดเพราะเหตุใด

เท่าที่ผมได้ลองสืบมา ก็คือมาจากการที่บริษัทเห็นว่าว่าอัตราที่เราใช้จ้างพนักงานใหม่นั้นไม่สามารถจ้างได้แล้ว เช่น เดิมเคยจ้างช่างเทคนิคจบใหม่ที่ 7,500 บาท แต่พอวันดีคืนดี ตลาดขยับอัตราแรกจ้าง และอัตราเดิมที่ใช้อยู่นั้นไม่มีใครมาสมัครงานกับเราเลย สิ่งที่ฝ่ายบุคคลจะต้องนำเสนอก็คือ อัตราแรกจ้างใหม่ สมมติว่า ไปดูผลการสำรวจค่าจ้างมาแล้วพบว่า อัตราใหม่ที่แข่งขันได้นั้นคือ 8,500 บาท ก็เสนอผู้บริหารอนุมัติ พอได้รับการอนุมัติแล้ว ก็เริ่มใช้ ก็ดีใจที่มีอัตราใหม่ที่สามารถดึงดูดช่างใหม่ๆ เข้ามาทำงานกับบริษัทได้ แต่สิ่งที่ลืมมองก็คือ ช่างเก่าๆ ที่ทำงานกับเรามา โดยเริ่มจ้างเขาที่ 7,500 บาทนั้น ก็นั่งทำตาปริบๆ และยอมรับโดยดุษฎีว่าที่คือผลกรรมที่ตนทำไว้ บางคนก็ใจบุญมาก ให้เหตุผลกับตัวเองว่า ให้ทานแก่น้องๆ ใหม่ๆ ที่เข้ามาจะได้มีกินมีใช้ ฯลฯ

หนักไปกว่านั้น บางคนเขียนใบลาออก และเขียนใบสมัครเพื่อเข้ามาทำงานในตำแหน่งเดิม เพราะเห็นว่า ช่างใหม่ที่เข้ามานั้นได้รับเงินเดือนที่สูงกว่าตนเอง ก็คาดหวังว่าตนก็จะได้รับในอัตราใหม่ ถ้าลาออกและสมัครงานใหม่ (ฮา)

เหตุการณ์ที่เล่ามานั้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงมาแล้วในหลายบริษัท ประเด็นที่ควรจะดำเนินการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นก็คือ เมื่อมีการปรับเงินเดือนแรกจ้าง หรือ ฐานเงินเดือนใหม่แล้ว สิ่งที่ฝ่ายบุคคลจะต้องดำเนินการก็คือ พิจารณาถึงผลกระทบในการปรับครั้งนี้ว่า มีผลกับพนักงานเดิมที่ทำงานอยู่อย่างไรบ้าง หลักสำคัญก็คือ พนักงานเดิมจะต้องถูกปรับขึ้นมาก่อนที่จะใช้อัตราใหม่ หรือก่อนที่จะรับพนักงานใหม่เข้ามา

ดังนั้นคำถามที่หลายคนถามว่า ทำไมพนักงานเข้าใหม่ในตำแหน่งเดียวกันกับพนักงานเก่าที่มีอยู่จึงได้รับเงินเดือนสูงกว่านั้นก็จะหมดไปครับ แต่ถ้ามีอดีตมายาวนานมากแล้ว สิ่งที่จะต้องทำก็คือ ดำเนินการปรับฐานเงินเดือนกันใหม่อีกครั้งเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในตำแหน่งงานที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งวิธีในการปรับฐานนี้สามารถทำได้ครับ เพียงแต่มันจะเป็นกรณี Case by Case ครับ แต่ละบริษัทจะมีวิธีการที่ไม่เหมือนกันเลย เพียงแต่หลักการในการดำเนินการนั้นก็คือหลักเดียวกันที่ว่า พนักงานในตำแหน่งเดียวกัน ค่างานเท่ากัน และผลงานใกล้เคียงกัน ทำงานกับบริษัทมาก่อนแล้ว ต้องได้รับการปรับฐานขึ้นไปก่อนที่จะใช้ฐานเงินเดือนใหม่ในการรับคนใหม่เข้ามาทำงานครับ

ในบางบริษัทที่ยังไม่เคยเกิดกรณีแบบนี้ ก็อย่าให้เกิดขึ้นเลยนะครับ คนที่ทำหน้าที่ในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนพนักงานจะต้องพิจารณาถึงผลกระทบรอบด้านให้ชัดเจนด้วยนะครับ เพราะบางครั้งมัวแต่ดีใจว่าเงินเดือนเริ่มจ้างของเราปรับสูงขึ้นแล้ว ก็เลยคิดว่าจะได้พนักงานใหม่สมใจแล้ว ก็เลยลืมเหลียวหลังไปมองพนักงานเก่าในตำแหน่งเดียวกัน ปัญหาของความเหลื่อมล้ำในการจ่ายเงินเดือนก็จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนครับ

ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร

4 ความคิดเกี่ยวกับ "ปัญหาเงินเดือนพนักงานใหม่สูงกว่าพนักงานเก่า"

Add yours

  1. ดีครับได้ประโยชน์นำไปพิจารณาต่อยอดได้ แต่อยากขอเพิ่มข้อคิดเห็น ถ้าหากว่าบริษัทมีพนักงานจำนวนมาก และงบประมาณที่จำกัด การที่จะปรับเพิ่มให้พนักงานเดิมบวกกับรับพนักงานใหม่ที่อัตราเงินเดือนใหม่ด้วย ไม่น่าจะเป็นผลดีต่อต้นทุนของบริษัทที่เพิ่มขึ้นหรือครับ ขอบคุณครับ

    1. ใช่ครับ ถ้าพนักงานมาก ก็จะมีผลต่อการปรับ แต่ในกรณีที่มีผลมากก็ต่อเมื่อบริษัทไม่ได้ปรับพนักงานมานานแล้วครับ ถ้าบริษัทมีการปรับฐานเงินเดือนพนักงานเก่า ก่อนที่จะปรับใช้อัตราเริ่มจ้างใหม่ ทุกครั้งที่มีการปรับเปลี่ยนแล้ว จำนวนพนักงานที่มีผลกระทบจะมีไม่มากครับผม ก็จะมีเฉพาะพนักงานที่เพิ่งรับเข้ามาเมื่อสัก 2 ปีที่ผ่านมาครับ เพราะนอกนั้นเราปรับให้แล้วทุกครั้งครับ แต่ถ้าเราไม่เคยปรับเลย และจะเริ่มทำการปรับใหม่นั้น แน่นอนครับว่าจะต้องทำให้เกิดต้นทุนที่สูงขึ้นครับผม แต่ก็เพื่อให้แข่งขันได้ และเกิดความเป็นธรรมในการบริหารภายใน บางครั้งองค์กรก็ต้องยอมเสี่ยงเหมือนกันครับ อันนี้ผู้บริหารก็ต้องชั่งใจให้ดี แต่จริงๆ แล้ว มันมีวิธีการปรับแบบค่อยเป็นค่อยไปก็มีนะครับ ก็คือไม่จำเป็นต้องปรับทีเดียว แต่ให้ทยอยปรับก็ได้ครับ สำหรับบริษัทที่มีงบประมาณน้อย ก็ใช้วิธีนี้ได้ เพียงแต่ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องการรับพนักงานใหม่อยู่บ้างครับ แต่ก็ต้องยอมรับสภาพครับ พอผ่านไปสัก 2-3 ปี ก็จะเริ่มเข้าทีมากขึ้นครับผม ก็ได้อย่างเสียอย่างครับ

      1. ขอบคุณอีกครั้งครับ ขอร่วมแสดงความคิดเห็นในโอกาสต่อไปเผื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านท่านอื่นๆ และขอเชิญเข้ามาร่วมแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายด้วยนะครับ

ส่งความเห็นที่ prakal ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑