ผมได้รับทราบความต้องการของหลายๆ บริษัทในเรื่องของการหาที่ปรึกษาเพื่อเข้ามาวางโครงสร้างเงินเดือน เพื่อใช้ในการบริหารค่าจ้างเงินเดือนของพนักงาน สิ่งที่ผมจะต้องตรวจสอบก่อนก็คือ บริษัทนั้นๆ มีปัญหาทางด้านนี้จริงๆ หรือไม่ กล่าวคือ เงินเดือนและค่าจ้างมีผลต่อการบริหารงานบุคคลอย่างแท้จริง ทั้งในด้านของการดึงดูด และรักษาพนักงาน มีบางบริษัทหลังจากที่ผมได้พูดคุยกับ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล และผู้บริหารระดับสูงแล้วก็พบว่า จริงๆ แล้วบริษัทไม่มีปัญหาเรื่องของการจ่ายค่าจ้างเงินเดือนเลย แต่เป็นปัญหาทางด้านอื่นๆมากกว่าที่ทำให้พนักงานขาดแรงจูงใจในการทำงาน
สำหรับบริษัทที่ต้องการจะวางโครงสร้างเงินเดือนนั้น จะต้องถามตัวเองให้ชัดเจนก่อนว่า สาเหตุของปัญหาในการบริหารงานบุคคลนั้นเป็นผลมาจากการบริหารค่าจ้างเงินเดือนใช่หรือไม่ เพราะเงินเดือนนั้นเป็นเพียงสาเหตุเดียวในอีกหลายสาเหตุที่ทำให้การบริหารทรัพยากรบุคคลไม่ได้ผลอย่างที่ตั้งใจไว้
คำถามที่ควรถามตนเองก่อนที่จะใช้วิธีการวางระบบบริหารเงินเดือนใหม่ หรือวางโครงสร้างเงินเดือนนั้น ก็มีดังนี้ครับ
- เรารับสมัครพนักงานใหม่ไม่ได้ เนื่องจากอัตราแรกจ้างที่ต่ำกว่าตลาดทั่วไปใช่หรือไม่
- เราเสียพนักงานมือดี ให้กับองค์กรอื่น โดยที่เกินกว่า 70% ของพนักงานมือดีที่ลาออกไปนั้นมาจาก สาเหตุที่ว่า เราจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าบริษัทอื่น ใช่หรือไม่
- มีเสียงบ่นจากพนักงานว่า การบริหารจัดการเรื่องของค่าจ้างเงินเดือนนั้นไม่เป็นธรรม เช่น คนใหม่มาได้รับเงินเดือนมากกว่าคนเก่า ที่ทำผลงานได้ในเกณฑ์ดี หรือการขึ้นเงินเดือนไม่ตอบเรื่องของผลงานพนักงานจริงๆ ใครที่ขยัน ทำงานได้ดี แต่กลับได้รับการขึ้นเงินเดือนที่น้อยกว่า หรือใกล้เคียงกับพนักงานที่ผลงานไม่ดี ใช่หรือไม่
- พนักงานที่อายุงานเยอะๆ มีแนวโน้มจะได้รับค่าจ้างเงินเดือนสูงกว่าพนักงานที่อายุน้อยๆ โดยไม่พิจารณาจากความยากง่ายของงาน และผลงาน โดยเฉพาะพนักงานในตำแหน่งล่างๆ เช่น พนักงานพิมพ์ดีด พนักงานขับรถ พนักงานธุรการ พนักงานรับโทรศัพท์ ฯลฯ ที่อยู่กับบริษัทมานานมาก มีอายุงานนานๆ จนเงินเดือนสูงเกินกว่าตำแหน่งงานที่มีคุณค่าต่อบริษัท ใช่หรือไม่
- พนักงานเริ่มหาอาชีพเสริมนอกเวลางานมากขึ้น จนบางครั้งอาชีพเสริมนั้นมาบดบังเวลาในการทำงานหลักของบริษัท ใช่หรือไม่
ถ้าตอบคำถาม 5 ข้อนี้ว่า “ใช่” เกินกว่า 3 ข้อ นั่นแสดงว่า บริษัทของเรามีแนวโน้มว่าระบบค่าจ้างเงินเดือนมีปัญหาต่อแรงจูงใจและต่อการทำงานของพนักงาน ดังนั้น การวางระบบบริหารเงินเดือนใหม่ ก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้
แต่บางบริษัทพอเห็นว่าอัตราการลาออกของพนักงานมีมากเข้า ก็สรุปกันเองเลยว่า เป็นสาเหตุมาจากค่าจ้างเงินเดือนของบริษัทน้อยเกินไปต้องปรับให้สูงขึ้น หรือเป็นระบบมากขึ้น แต่พอได้เข้าไปศึกษาจริงๆ จังๆ แล้วก็พบว่า อัตราค่าจ้างเงินเดือนของบริษัทนั้น เมื่อเทียบกับตลาดแล้วอยู่ในเกณฑ์ที่แข่งขันได้ และแทบจะไม่มีปัญหาเรื่องของค่าจ้างเงินเดือนเลยด้วยซ้ำ แต่สาเหตุที่ทำให้พนักงานอยู่ไม่ได้ และต้องพากันลาออกไปก็เป็นเรื่องของการบริหารงานภายในมากกว่า เช่น ปัญหาจากหัวหน้างาน ปัญหาจากความขัดแย้งกันเองภายในบริษัท ปัญหาผู้บริหารขาดวิสัยทัศน์ และการขาดสื่อสารที่ดี ฯลฯ
ถ้าสาเหตุมาจากปัญหาดังกล่าวแล้วล่ะก็ การวางระบบบริหารเงินเดือน และวางโครงสร้างเงินเดือนใหม่นั้น จะไม่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้เลย เพราะแก้ไม่ตรงจุดครับ
มีระบบดีกว่าไม่มี
เรียนอาจารย์ประคัลค่ะ
อาจารย์เคยมาสอนที่มหาลัยฯ เป็น special guest เรื่องการบริหารค่าตอบแทน
ตอนนี้หนูต้องวิเคราะห์บทความของอาจารย์อันนี้หล่ะค่ะ
หนูรบกวนถามอาจารย์ว่า ทฤษฎีอะไร ที่เราสามารถใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหา
ในการบริหารจัดการกรณีที่พนักงานใหม่ๆ ที่เรากำลังจะรับสมัคร
จะมีเงินเดือนที่เท่า หรือมากกว่าคนที่ทำงานอยู่แล้วในปัจจุบันค่ะ
ถ้าอาจารย์งงกับคำถามต้องขอโทษด้วยนะคะ
ต้องเรียนว่าไม่มีทฤษฎีอะไรเลยนะครับ ที่จะบริหารจัดการในเรื่องของเงินเดือนพนักงานใหม่ที่ได้รับเงินเดือนเท่ากับหรือมากกว่าพนักงานเก่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของการบริหารจัดการเรื่องการบริหารค่าจ้างเงินเดือนมากกว่าครับ ผมเคยเขียนเรื่องของการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไว้ใน blog นี้ ปกติก็จะใช้สูตรนั้นในการจัดการ หลักของเรื่องนี้อยู่ที่ว่า พนักงานใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์และ ยังไม่ได้สร้างผลงานให้กับบริษัทอย่างเห็นเด่นชัดนั้น ปกติเราไม่ควรที่จะให้เงินเดือนมากกว่า หรือเท่ากับพนักงานเก่าที่ทำงานกับเรา และมีผลงานที่ชัดเจน ดังนั้นถ้าเราจะต้องรับพนักงานใหม่ในอัตราที่สูงกว่าจริงๆ แปลว่าเราจะต้องปรับพนักงานเก่าของเราให้มีฐานเงินเดือนที่สูงขึ้นก่อนครับ มิฉะนั้นแล้วสิ่งที่จะเกิดขึั้นก็คือ ความไม่เป็นธรรมในการจ่ายค่าจ้าง และจะไม่สามารถดึงดูดและรักษาพนักงานที่ดีไว้ได้เลยครับ
หากยังคิดว่าตอบไม่ตรงคำถาม ก็เขี่ยนมาถามใหม่ได้นะครับ ขอบคุณครับ
เห็นด้วยครับ ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการไม่ได้ทำ exit interview หรือไม่ก็ทำแล้วได้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนไป
ดูเหมือนว่า โครงสร้างเงินเดือน หรือค่าตอบแทน จะกลายเป็นแพะรับบาปของการสูญเสียบุคลากรไป
ทฤษฎีที่อ้างอิงได้ก็คือ แนวคิดการปรับเงินเดือนให้สำหรับคนที่ได้รับผลกระทบจากอัตราใหม่ ซึ่งสูตรการคำนวณก็มีอยู่ในบล็อกนี้แหละครับ ผมเคยเจอแล้ว
เป็นการปรับแบบคลื่นกระทบฝั่ง แบบ progression rate คือปรับขึ้นในอัตราที่ลดหลั่นกันไปตามฐานเงินเดือนแต่ละคน
ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ และขอบคุณความคิดเห็นอื่นๆด้วยค่ะ
จะลองศึกษาอย่างละเอียดอีกครั้งค่ะ 🙂