บทความ · Mindfulness · นิทานสอนใจ
⬛ นิทานสอนใจ
ก่อนจะตัดสินคนอื่น
“เราเห็นเขาเดินอยู่ตรงหน้าแค่ไม่กี่ก้าว แต่กลับคิดว่ารู้จักถนนทั้งสายที่เขาเดินผ่านมา”
เช้าวันหนึ่ง พระหนุ่มรูปหนึ่งออกเดินทางไปกับอาจารย์
ระหว่างทาง ทั้งสองผ่านหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมเขา หน้าร้านขายข้าวมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ เสื้อผ้ามอมแมม หน้าตาโทรม
เขากำลังตวาดใส่หญิงชราคนหนึ่ง
“ข้าบอกแล้วว่าไม่มี! วันนี้ไม่มีให้!”
หญิงชราพยายามจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เขาสะบัดมือใส่ แล้วเดินหนีไปดื้อ ๆ
พระหนุ่มขมวดคิ้ว
“คนอะไรอย่างนี้” เขาบ่นกับอาจารย์ “คนแก่ขนาดนั้น ยังพูดกับนางแบบนี้ได้ลงคอ”
อาจารย์ไม่ตอบ
เดินต่อไปได้ไม่ไกล ทั้งสองก็เจอชายคนเดิมอีก คราวนี้เขากำลังกระชากถุงข้าวจากมือเด็กผู้ชายคนหนึ่ง เด็กดึงกลับสุดแรง แต่โดนตะคอกใส่จนสะดุ้ง ต้องยอมปล่อยมือ
พระหนุ่มทนไม่ไหว
“เห็นไหมขอรับ คนแบบนี้ไม่ควรมีใครช่วยเลยสักคน”
อาจารย์ยังเดินต่อไป ไม่พูดอะไร
ตกเย็น ฝนตกหนัก ทั้งสองขออาศัยหลบฝนในบ้านหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้าน
ไม่นาน พระหนุ่มได้ยินเสียงครางมาจากห้องด้านใน
เขาเดินเข้าไปดู เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งนอนตัวร้อนจี๋อยู่บนเสื่อ หญิงข้างบ้านกำลังเอาผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้
ที่มุมห้อง ชายคนเมื่อเช้านั่งอยู่
ถุงข้าวใบนั้นวางอยู่ข้างตัวเขา
หญิงข้างบ้านเล่าให้ฟังเบา ๆ ว่า เมียเขาตายไปได้หลายเดือนแล้ว ทิ้งลูกไว้สามคน คนเล็กป่วยมาหลายวัน เขาต้องอยู่เฝ้า ออกไปรับจ้างไม่ได้ เงินที่มีก็หมดไปกับค่ายา
หญิงชราที่ร้านข้าวมาทวงหนี้เก่าที่เขายังค้างไว้
ส่วนเด็กผู้ชายคนนั้นคือลูกคนโตของเขาเอง เด็กแอบหยิบข้าวถุงสุดท้ายในบ้านไปแลกของเล่นกับเพื่อน
พระหนุ่มยืนนิ่ง
เขามองชายคนนั้นอีกที
เมื่อเช้าเขาตะคอกหญิงชราจริง กระชากของจากมือเด็กจริง หน้าตาตอนนี้ก็ยังบึ้งตึง ไม่น่าเข้าใกล้เหมือนเดิม
ไม่มีอะไรในตัวเขาเปลี่ยนไปเลย
ที่เปลี่ยนไป มีแต่สายตาของพระหนุ่มเอง
เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนออกเดินทาง อาจารย์ถามขึ้นว่า
“เมื่อวาน เจ้าว่าชายคนนั้นเป็นคนอย่างไรนะ”
พระหนุ่มก้มหน้า
“ข้าตัดสินเขาเร็วไปขอรับ”
อาจารย์หยิบรองเท้าเก่าคู่หนึ่งที่วางอยู่หน้าประตูขึ้นมา พื้นสึกจนแทบทะลุ มีรอยปะซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“ลองใส่ดูสิ”
พระหนุ่มมองอย่างงง ๆ
“แต่นี่ไม่ใช่รองเท้าของข้านี่ขอรับ”
“นั่นแหละ” อาจารย์ว่า แล้ววางรองเท้ากลับที่เดิม
“เราเห็นเขาเดินอยู่ตรงหน้าแค่ไม่กี่ก้าว แต่กลับคิดว่ารู้จักถนนทั้งสายที่เขาเดินผ่านมา”
พระหนุ่มไม่ได้ตอบ
ตอนเดินออกจากหมู่บ้าน เขาหันกลับไปมองบ้านหลังนั้นอีกครั้ง
เมื่อคืน เขาเพิ่งนอนหลบฝนอยู่ใต้หลังคาของคนที่เขาบอกว่าไม่ควรมีใครช่วย
คนที่ยืนบนฝั่ง มักมองออกชัดว่าคนในน้ำควรว่ายไปทางไหน
แต่สิ่งเดียวที่คนบนฝั่งไม่มีวันรู้
คือคนในน้ำ
เหลือแรงอีกเท่าไร
ข้อคิดจากนิทาน
เราเห็นคนอื่นแค่ช่วงสั้น ๆ แต่ชอบสรุปไปถึงทั้งชีวิตเขา
ในที่ทำงานก็เป็นแบบนี้ ลูกน้องส่งงานช้าติดกันสามรอบ เพื่อนร่วมงานพูดห้วน ๆ กลางห้องประชุม หัวหน้าหงุดหงิดใส่ทุกคนมาทั้งอาทิตย์ เราเห็นแค่นั้น แล้วก็ตัดสินไปถึงนิสัย ถึงทัศนคติ บางทีไปไกลถึงขั้น “คนแบบนี้ไม่ต้องไปช่วย”
แต่รู้เรื่องเบื้องหลังแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าต้องยอมทุกอย่าง ชายในนิทานตะคอกหญิงชราจริง แย่งของจากมือเด็กจริง สิ่งที่ผิดก็ยังผิด
ที่ต้องเปลี่ยนคือความเร็วในการตีตราตัดสินคนอื่นจากแค่ที่เราเห็น
ครั้งหน้า ก่อนจะหลุดปากว่า “คนแบบนี้…” ลองถามเขาสักคำก่อนว่า “ช่วงนี้เป็นอะไรหรือเปล่า”
บางทีคำตอบที่ได้ อาจทำให้เราอยากกลืนคำแรกกลับคืนแทบไม่ทัน
โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting
ใส่ความเห็น