ช่วงนี้เราได้ยินเรื่อง AI กันจนหูชาเลยนะครับ หลายบริษัทตั้งเป้าว่า “เราต้องเป็น AI-First Organization” หรือสั่งพนักงานว่า “ต้องใช้ AI ทำงานนะ” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ แต่เชื่อมั้ยครับว่าภายใต้คำสั่งเหล่านั้น กำลังเกิดปัญหาใหม่ที่ชื่อว่า “Workslop”
คำว่า Workslop นิยามง่ายๆ คือ งานขยะที่ผลิตจาก AI เป็นงานที่ดูเผิน ๆ เหมือนจะดี ดูเรียบร้อย แต่อ่านแล้วกลวงโบ๋ ไร้จิตวิญญาณ ข้อมูลผิดพลาด หรือเป็นภาษาวิชาการที่อ่านไม่รู้เรื่อง ผลคือคนส่ง เบาแรง แต่คนรับ เหนื่อยตายเพราะต้องมานั่งแก้หรือเสียเวลาทำความเข้าใจใหม่ทั้งหมด
วันนี้ผมเลยอยากหยิบยกประเด็นจากบทความของ Harvard Business Review มาชวนคุยกันว่า ทำไมคนถึงสร้างงานขยะออกมา และในฐานะผู้นำ และ HR ในองค์กร เราจะหยุดมันอย่างไร
ทำไมคนถึงยอมส่ง งานชุ่ย ๆ ที่ทำจาก AI
จากการสำรวจพนักงานกว่า 1,150 คน พบว่ากว่า 53% ยอมรับว่าเคยส่งงานขยะ หรือ งานชุ่ย ๆ ให้เพื่อนร่วมงาน โดยสาเหตุหลักไม่ใช่เพราะเขาขี้เกียจนะครับ แต่มันคือ ความล้มเหลวของการจัดการมากกว่า
- โดนบีบให้ใช้ AI แต่ไม่บอกว่าใช้ยังไง ผู้บริหาร 41% สั่งพนักงาน หรือ มีนโยบายให้ใช้ AI ช่วยทำงานแบบเหมาเข่ง คือสั่งอย่างเดียวโดยไม่มีคู่มือ ไม่มีอบรม หรือการสร้างความเข้าใจบริบทงานจริง ๆ พนักงานก็งงสิครับ สุดท้ายก็ใช้แบบมั่วไป ผลงานออกมาก็กลายเป็นขยะไปเช่นกัน
- งานล้นมือจน Burnout พนักงานปัจจุบันรู้สึกล้า (Burnout) และโดนสั่งให้ ทำน้อยให้ได้มาก (Do more with less) หรือ บางองค์กรก็พูดแต่คำว่า work smart นะ พอโดนบีบให้ต้องแสดงผลงานว่า ใช้ AI แล้วนะ พวกเขาเลยใช้ AI แบบ ขอไปที เพื่อแสดงว่าทำตามสั่งแล้ว
- ขาดความเชื่อใจ เมื่อไม่กล้าบอกหัวหน้าว่า ผมใช้ AI ไม่เป็น หรือ งานนี้ AI ทำไม่ได้ พนักงานเลยจำใจส่งงานขยะออกไปเพื่อเอาตัวรอด
สิ่งที่ผู้นำและ HR ต้องทำ เพื่อแก้ปัญหานี้
ถ้าเราปล่อยให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ต่อไป งานขยะ งานที่ไม่มีคุณภาพที่ออมา จะทำลายความเชื่อใจในทีมจนพังพินาศหมด ลองดูแนวทางที่ควรทำเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างที่ว่ามา
1. เลิกสั่งแบบเน้นการใช้ AI
ผู้นำต้องเลิกสั่งแค่ว่า ไปใช้ AI มา แต่ต้องเปลี่ยนเป็นการสร้างมาตรฐานคุณภาพของงานให้มากขึ้นโดยใช้ AI เข้ามาช่วยดูไหม ต้องชัดเจนว่างานไหนใช้ AI ได้ งานไหนต้องใช้คนในการทำ และผลลัพธ์ที่เรียกว่า ดี คืออะไร วัดจากอะไรบ้าง
2. สร้างพื้นที่ปลอดภัย (Psychological Safety)
HR ต้องช่วยสร้างวัฒนธรรมที่พนักงานกล้า ยกมือถาม หรือ ยอมรับว่าทำไม่ได้ งานวิจัยบอกว่า ทีมที่มีความเชื่อใจกันสูงจะเกิด งานขยะน้อยลงถึง 61% เพราะคนกล้าให้ Feedback กันตรง ๆ ว่างานที่ออกมามีปัญหา โดยไม่ต้องกลัวโดนตำหนิ
3. ลงทุนกับ การพัฒนาพนักงานเพื่อใช้ AI ไม่ใช่แค่ซื้อ Software
อย่าแค่ซื้อ License AI ให้พนักงานแล้วจบ HR ควรจัด Workshop ให้ผู้รู้มาสอนวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง ส่งเสริมให้พนักงานแชร์ เทคนิคการใช้จริง (Best Practices) หรือส่งวิศวกร AI ลงไปช่วยดูหน้างาน เพื่อให้พนักงานรู้สึกมั่นใจและคุมเครื่องมือได้ เพราะคนที่เก่ง AI จะสร้างงานขยะน้อยลงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว
4. ต้องมีผู้ออกแบบการทำงานร่วมกัน
นี่คือบทบาทใหม่ที่น่าสนใจครับ คือคนที่เป็นล่ามระหว่าง เทคโนโลยี กับ ความสัมพันธ์ของคน เพื่อดูว่า AI จะเข้าไปช่วยตรงไหนของกระบวนการทำงาน หรือของ Workflow ได้บ้าง แล้วทำให้งานดีขึ้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่เพิ่มขยะในระบบ
บทสรุป
ฟังดูย้อนแย้งแต่กลับจริงนะครับ คือ การจะทำให้ AI ทำงานได้ดี เราต้องกลับมาเป็นมนุษย์ให้มากขึ้น
ในฐานะผู้นำ อย่ากดดันพนักงานจนเขากลายเป็นหุ่นยนต์ที่ผลิตงานไร้คุณภาพ แต่จงให้เวลาและพื้นที่สำหรับการ “คิด” และการ “ทำงานร่วมกัน” แบบมนุษย์
ท่านผู้อ่านล่ะครับ เคยเจอ Workslop หรืองานขยะ ในออฟฟิศบ้างไหม แล้วจัดการกันอย่างไร มาแลกเปลี่ยนกันได้นะครับ
ใส่ความเห็น