“ทำดีเดี๋ยวมีรางวัล” วิธีคิดนี้กำลังทำร้ายองค์กร (และลูกหลาน) ของเราอยู่หรือเปล่า?

เคยสังเกตไหมครับว่า เวลาเราอยากให้ใครทำอะไรให้ถูกใจเรา เรามักจะมี “ข้อเสนอ” บางอย่างให้เสมอ

  • “ลูกกินข้าวให้หมดนะ เดี๋ยวพ่อให้กินไอศกรีม”
  • “ทำยอดขายให้ถึงเป้าสิ เดี๋ยวบริษัทพาไปเที่ยวฮาวาย”
  • “เงียบๆ หน่อยนะ เดี๋ยวครูแจกขนม”

สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติสามัญ (Common Sense) ที่เราทำกันจนชิน ตั้งแต่ที่บ้าน โรงเรียน ไปจนถึงที่ทำงาน จนเราเชื่อสนิทใจว่า นี่คือวิธีบริหารจัดการคนที่ดีที่สุด

แต่วันนี้ผมมีมุมมองที่น่าสนใจจากคุณ Alfie Kohn ผู้เขียนหนังสือที่ท้าทายความคิดนี้อย่างรุนแรง เขาบอกว่าหลักการ “ทำสิ่งนี้ แล้วคุณจะได้สิ่งนั้น” (Do this and you’ll get that) ที่เราใช้กันอยู่นั้น อาจจะเป็นยาพิษที่เคลือบน้ำตาลอยู่ก็ได้ครับ

วันนี้เรามาลองแกะรอยความคิดนี้กันครับว่า ทำไมการให้รางวัลถึงอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป

1. กับดักของ “พฤติกรรมนิยม” ที่เราไม่รู้ตัว

Kohn เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมเราว่า “พฤติกรรมนิยมแบบป๊อป” (Pop Behaviorism) ครับ มันคือความเชื่อที่ฝังรากลึกในจิตสำนึกของเราจนเรามองข้ามความผิดปกติของมันไป

เรามองว่ามนุษย์ทำงานเหมือนเครื่องจักร หยอดเหรียญ (รางวัล) ลงไป ก็จะได้ผลงานออกมา แต่ Kohn แย้งว่าสมมติฐานนี้ “ผิดถนัด” ครับ

การใช้รางวัลล่อใจแบบนี้ นอกจากจะไม่ได้ผลในระยะยาวแล้ว มันยังเป็นการบั่นทอนแรงจูงใจที่แท้จริง (Intrinsic Motivation) ของคนคนนั้นด้วย กลายเป็นว่าเขาทำเพราะอยากได้ของ ไม่ใช่ทำเพราะอยากทำจริงๆ และในหลายครั้ง มันกลับให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามกับที่เราตั้งใจไว้เสียอีก

2. ของรางวัลไม่ผิด… ผิดที่ “เจตนาในการควบคุม”

หลายท่านอาจจะแย้งว่า “อ้าว คุณประคัลภ์ แล้วการให้โบนัส หรือการให้ขนมเด็ก มันผิดตรงไหน?”

ใจเย็นๆ ครับ Kohn ไม่ได้บอกว่าตัวของรางวัล (เช่น เงิน, หมากฝรั่ง, วันหยุด, คำชม) เป็นสิ่งเลวร้าย สิ่งเหล่านี้บางทีก็จำเป็นและไม่มีพิษมีภัยครับ

แต่สิ่งที่เขาชี้ให้เห็นคือ “เงื่อนไข” (Condition) ที่เราผูกติดไปกับมันต่างหากครับ

ประเด็นมันอยู่ที่การใช้ของเหล่านี้เป็นเครื่องมือเพื่อ “ควบคุม” พฤติกรรมของคนอื่น มันคือการบอกกลายๆ ว่า “ถ้าไม่ทำตามสั่ง ก็อดนะ” ซึ่ง Kohn มองว่า นี่ไม่ใช่วิถีธรรมชาติของมนุษย์ และไม่ใช่กฎสากลของโลกใบนี้ แต่มันเป็นเพียงอุดมการณ์แบบหนึ่งที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมกันและกันเท่านั้นเอง

3. ความย้อนแย้งที่น่าตกใจ (The Societal Paradox)

เรื่องที่น่าตลก (ร้าย) ก็คือ สังคมเรามักจะบ่นถึงปัญหาต่างๆ อยู่เสมอ เช่น

  • “ทำไมพนักงานเดี๋ยวนี้ทำงานเช้าชามเย็นชาม ผลผลิตตกต่ำ?”
  • “ทำไมเด็กสมัยนี้ไม่รักการเรียน ห่วงแต่เกรด?”
  • “ทำไมค่านิยมของคนในสังคมถึงบิดเบี้ยว?”

แต่เชื่อไหมครับว่า วิธีที่เราใช้แก้ปัญหาเหล่านี้ กลับเป็น “วิธีเดิม” ที่ก่อให้เกิดปัญหา!

เราพยายามแก้ปัญหาพนักงานไม่ขยันด้วยการอัดฉีด Incentive Plan, แก้ปัญหาเด็กไม่ตั้งใจเรียนด้วยการล่อด้วยเกรด A หรือขนมหวาน

เรากำลังติดอยู่ในกับดักความคิดที่วนเวียนครับ เราใช้เครื่องมือที่ทำลายแรงจูงใจภายใน มาพยายามสร้างแรงจูงใจ ยิ่งทำ ปัญหายิ่งฝังรากลึก เหมือนเรากำลังเอาน้ำมันราดกองไฟโดยหวังว่าไฟจะดับนั่นแหละครับ

แนวคิดของ Alfie Kohn อาจจะฟังดูขัดใจและท้าทายความเชื่อเดิม ๆ ของเรามากนะครับ โดยเฉพาะคนที่เป็นหัวหน้างานหรือเป็นพ่อแม่ แต่ผมคิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะหันมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า

“วันนี้เรากำลังให้รางวัล เพื่อสร้างกำลังใจ หรือเพื่อควบคุมเขากันแน่?”

เพราะถ้าเป้าหมายคือการควบคุม เราอาจจะได้แค่ “การทำตามคำสั่ง” ชั่วคราว แต่ถ้าเราอยากได้ “ใจ” และ “ผลงานที่เป็นเลิศ” จริงๆ เราอาจจะต้องวาง “แครอท” ในมือลง และหันมาสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขาอยากทำงานนั้นด้วยตัวเขาเองครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑