ช่วงนี้บรรยากาศในที่ทำงานของท่านเป็นอย่างไรบ้างครับ งานยุ่ง เครียด หรือรู้สึกว่าทุกคนก้มหน้าก้มตาทำงานจนลืมทักทายกันหรือเปล่า
ในการทำงาน บางครั้งเรามักจะโฟกัสไปที่ “ผลลัพธ์” จนลืมเรื่องของ “ความรู้สึก” โดยเฉพาะเรื่องง่ายๆ ที่ทรงพลังที่สุดอย่างคำว่า “ขอบคุณ”
วันนี้ผมไปเจอข้อมูลที่น่าสนใจมากจาก Harvard Business Review เช่นเคย ในหัวข้อเกี่ยวกับการแสดงความขอบคุณและการสร้างบรรยากาศที่ดีในที่ทำงาน ซึ่งสร้างผลกระทบมหาศาลต่อขวัญและกำลังใจของพนักงาน เลยสรุปและเรียบเรียงมาฝากกันครับ
1. ขอบคุณให้ ลึกซึ้ง กว่าเดิม (Meaningful Appreciation)
ท่านเคยขอบคุณลูกน้องแบบผ่านๆ ไหมครับ? “ขอบใจนะ” แล้วก็เดินจากไป
ถ้าอยากให้คนรับรู้สึกดีจริงๆ เราต้องใส่ รายละเอียด ลงไปในคำขอบคุณด้วยครับ คือต้องเจาะจงลงไปเลยว่า ขอบคุณเรื่องอะไร และสิ่งนั้น สะท้อนจุดแข็งอะไรของพนักงานบ้าง
- ระบุให้ชัด แทนที่จะบอกแค่ “ขอบคุณที่ทำรายงานมาให้นะ” ลองเปลี่ยนเป็น “ขอบคุณสำหรับรายงานนะ วิเคราะห์ข้อมูลได้ละเอียดดีมาก มีทางเลือกมาให้อย่างชัดเจน ทำให้ผมตัดสินใจได้ง่ายขึ้นเยอะเลย”
- ถ้าท่านนึกถึงงานเก่า ๆ ที่เขาเคยทำได้ดี ก็เขียนโน้ตไปบอกเขาได้ครับว่า “โปรเจกต์เมื่อเดือนก่อนที่คุณช่วยไว้ ทำให้ทีมเราทำงานราบรื่นมาก จนถึงวันนี้ผมยังประทับใจอยู่เลย” เชื่อเถอะครับว่า คนรับจะยิ้มแก้มปริแน่นอน
2. เป็นผู้นำที่ ใส่ใจ และเข้าอกเข้าใจ (Lead with Compassion)
ความเห็นอกเห็นใจ ไม่จำเป็นต้องทำอะไรยิ่งใหญ่ครับ แค่คำทักทายถามไถ่ทุกข์สุขก็มีความหมายแล้ว แต่จุดที่น่าสนใจคือ วิธีการเสนอความช่วยเหลือ ครับ
ปกติเรามักถามว่า “มีอะไรให้พี่ช่วยไหม?” ซึ่งร้อยทั้งร้อย น้อง ๆ มักจะเกรงใจและตอบว่า “ไม่เป็นไรครับ/ค่ะ”
ลองเปลี่ยนคำถามให้เจาะจงขึ้นครับ เช่น “วันนี้มีอะไรที่พี่พอจะช่วยจัดการให้คุณเบาแรงลงได้บ้าง?” การถามแบบนี้แสดงถึงความตั้งใจจริงที่จะช่วย และลดความเกรงใจลงได้ครับ
3. ใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ
การสร้างนิสัยขอบคุณ ไม่จำเป็นต้องรอวันปีใหม่ หรือประเมินผลปลายปีครับ
- เช็คอินสม่ำเสมอ หาเวลาคุยกับทีมงานบ่อย ๆ ให้เขาได้เล่าสิ่งที่ทำ
- แยกคำชมออกจากคำติ ข้อนี้สำคัญมากครับ ถ้าท่านจะชม ก็ชมให้เต็มที่ อย่าชมแล้วตบท้ายด้วยคำว่า “แต่…” เพื่อติเรื่องอื่น เพราะมันจะทำให้คำชมก่อนหน้านั้นหมดความหมายไปเลยครับ แยกวาระกันดีกว่า
4. สื่อสารอย่างให้เกียรติ
ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน “มารยาท” คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดครับ
- ให้เครดิตเสมอ เมื่องานสำเร็จ อย่าลืมยกย่องคนที่ทำจริง พนักงานจะรู้สึกรักและภักดีต่อองค์กรมากขึ้น
- ไม่จู่โจม ถ้ามีเรื่องสำคัญต้องคุย นัดหมายล่วงหน้าครับ อย่าเรียกเข้าห้องเย็นทันที ให้เวลาเขาได้เตรียมใจและเตรียมตัวบ้าง เป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกันครับ
5. ผู้นำต้อง “ทำให้ดู”
วัฒนธรรมองค์กร เริ่มต้นที่ผู้นำครับ ถ้าหัวหน้าขอบคุณไม่เป็น ลูกน้องก็คงไม่กล้าทำ
ท่านอาจจะเริ่มง่ายๆ ด้วยการเปิดประชุม Zoom หรือประชุมทีม ด้วยช่วง “Kindness Round” ให้เวลาสั้นๆ ให้สมาชิกในทีมได้กล่าวชื่นชมเพื่อนร่วมงาน หรือขอบคุณใครสักคนที่ช่วยเหลือเขาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศการประชุมจะเปลี่ยนไปในทางบวกทันทีครับ
6. ขอบคุณล่วงหน้า สำหรับงานหิน
เทคนิคนี้จิตวิทยามากครับ สำหรับงานที่ยากและเครียด การ “ขอบคุณล่วงหน้า” ช่วยได้เยอะ
ยอมรับกับทีมไปตรงๆ เลยครับว่า “งานนี้ยากนะ และผมขอบคุณมากที่คุณรับผิดชอบมัน” มันช่วยลดความกดดันทางใจ และทำให้เขารู้สึกว่าเราเห็นคุณค่าในความพยายามของเขาตั้งแต่ยังไม่เริ่มทำด้วยซ้ำ
7. สร้างพื้นที่แห่งการชื่นชม
สุดท้ายคือการสร้างสภาพแวดล้อมครับ ลองทำ Appreciation Wall หรือ บอร์ดขอบคุณ หรือสร้างห้องแชทใน Line สำหรับให้พนักงานมาชื่นชมกันเอง หรือเอาคำชมจากลูกค้ามาแปะให้อ่านกัน พลังบวกเหล่านี้จะช่วยลดความเครียด และป้องกันพฤติกรรมแย่ๆ ในที่ทำงานได้เช่นกัน
การแสดงความขอบคุณ เป็นการลงทุนที่ “ไม่มีต้นทุน” แต่ได้ “กำไร” สูงที่สุดในการบริหารคนครับ
มันไม่ใช่แค่เรื่องของมารยาท แต่มันคือการบอกพนักงานว่า “ผมมองเห็นคุณนะ และสิ่งที่คุณทำมันมีความหมาย”
สัปดาห์นี้ ลองหยิบเทคนิคสักข้อไปใช้ดูนะครับ อาจจะเริ่มจากการเขียนโน้ตขอบคุณลูกน้องสักคนแบบเจาะจงดู แล้วท่านจะแปลกใจกับผลลัพธ์ที่ได้ครับ
ใส่ความเห็น