การประเมินผลงาน เปลี่ยนระบบกี่ครั้ง ก็ยังไม่ตอบโจทย์องค์กร

หลายองค์กร โดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีระบบบริหารจัดการที่ดี มี HR มืออาชีพ และลงทุนกับระบบการประเมินผลงาน (Performance Appraisal) มาโดยตลอด กลับยังคงพบปัญหาเดิมซ้ำ ๆ ทุกปี เช่น พนักงานส่วนใหญ่ได้คะแนนดี แต่ผลลัพธ์โดยรวมขององค์กรกลับไม่ถึงเป้า หัวหน้าหลายคนยังประเมินจากความรู้สึกมากกว่าข้อมูลจริง หรือพนักงานไม่เข้าใจว่าคะแนนที่ได้รับนั้นสะท้อนอะไร และจะนำไปใช้ต่ออย่างไร


ปัญหาที่วนกลับมา แม้ปรับระบบแล้วหลายครั้ง

1. คะแนนกระจุกตัวอยู่ในระดับสูง
พนักงานกว่า 80-90% ได้คะแนนระดับ A หรือ B+ แม้บางคนผลงานไม่โดดเด่นนัก หัวหน้าไม่กล้าให้คะแนนต่ำเพราะกลัวกระทบขวัญกำลังใจ หรือรู้สึกไม่สบายใจที่จะคุยกับลูกน้องอย่างตรงไปตรงมา

2. การประเมินไม่สะท้อนผลงานจริง
หลายครั้งหัวหน้าประเมินจากความประทับใจส่วนตัว ความขยัน หรือความสัมพันธ์ มากกว่าผลลัพธ์ของงานที่วัดได้จริง ซึ่งบั่นทอนความยุติธรรมและทำให้ระบบขาดความน่าเชื่อถือ

3. ข้อมูลถูกใช้เพียงเพื่อส่งเอกสาร ไม่ได้ใช้เพื่อพัฒนา
ผลการประเมินมักถูกใช้เพียงเพื่อส่งให้ HR เป็นพิธีการ มากกว่าจะนำไปต่อยอดในการวางแผนพัฒนาอย่างจริงจัง พนักงานจำนวนมากไม่รู้ว่าจะนำผลประเมินไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง


แนวทางแก้ไข: ทำให้ระบบประเมินผลงานมีชีวิตจริง

1. เชื่อมโยงเป้าหมายงานกับเป้าหมายองค์กรอย่างแท้จริง
ทุกระดับในองค์กรควรเข้าใจว่าเป้าหมายของตนส่งผลอย่างไรต่อภาพรวมขององค์กร พร้อมใช้ตัวชี้วัดที่สะท้อนผลงานจริง ไม่ใช่แค่พฤติกรรมทั่วไป องค์กรควรเลิกใช้วิธีให้พนักงานกำหนด KPI ด้วยตนเองโดยไม่มีแนวทาง เพราะจะยิ่งทำให้เป้าหมายแต่ละคนหลุดจากเป้าหมายองค์กรในภาพรวม

2. ปรับมุมมองของหัวหน้า: Feedback คือการพัฒนา ไม่ใช่การลงโทษ
หัวหน้าควรได้รับการฝึกทักษะการให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์ และกล้าให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา องค์กรอาจพิจารณาผูกผลการประเมินของหัวหน้ากับความแม่นยำในการประเมิน เช่น หากผลประเมินลูกน้องไม่สอดคล้องกับผลงานจริง อาจสะท้อนกลับมาที่คะแนนผลงานของหัวหน้าเช่นกัน

3. สร้างวัฒนธรรม Feedback ที่เกิดขึ้นตลอดปี
องค์กรควรมีระบบสนทนาเรื่องผลงานอย่างสม่ำเสมอ เช่น quarterly check-in หรือ one-on-one coaching เพื่อให้ Feedback เป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เฉพาะช่วงสิ้นปี ผู้นำองค์กรต้องเป็นแบบอย่างที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงส่งสัญญาณเฉพาะบางช่วงหรือทำตามฤดูกาล

4. ใช้ผลประเมินเพื่อพัฒนาศักยภาพ ไม่ใช่แค่บริหารค่าตอบแทน
ผลการประเมินควรถูกนำไปใช้วางแผนการพัฒนารายบุคคล (IDP) การออกแบบเส้นทางเติบโตในสายอาชีพ และการวางแผน Successor เพื่อให้พนักงานเห็นว่าการประเมินคือโอกาส ไม่ใช่ภาระ


บทสรุป

ระบบประเมินผลงานจะไม่มีความหมาย หากยังเป็นเพียงพิธีกรรมที่ทำตามรอบปี หรือเป็นแค่เครื่องมือจัดอันดับคนในองค์กร แต่หากออกแบบให้ดี เชื่อมโยงกับเป้าหมาย สนับสนุนการเติบโต และเกิดจากการสนทนาอย่างจริงใจ ระบบนี้จะกลายเป็นเครื่องมือบริหารคนที่ทรงพลัง และช่วยผลักดันศักยภาพของพนักงาน รวมถึงความสำเร็จขององค์กรในระยะยาวได้อย่างแท้จริง

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑