การปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการทำงาน กับการสร้างแรงจูงใจ เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่

ในช่วงเกือบ 10 ปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่า เราน่าจะได้เห็นบริษัทใหญ่ ๆ ที่พยายามสร้างสถานที่ในการทำงาน และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้ดูดี ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสีสันใหม่ๆ การจัดห้อง การจัดสถานที่ทำงานแบบใหม่ ทันสมัย มีการสร้างห้องให้พนักงานไว้นอนได้เวลาทำงานมาเหนื่อยๆ มีการสร้างห้องเล่นเกม ห้องร้องเพลงคาราโอเกะ มีห้องเล่นสนุกเกอร์ และบอร์ดเกมส์ต่างๆ มีฟิตเนส มีสระว่ายน้ำ มีสปา ฯลฯ

ผู้บริหาร รวมทั้งพนักงานของหลายองค์กรพอเราเห็นสิ่งเหล่านี้ ก็เลยทำให้อยากมี อยากได้บ้าง และคิดว่า ถ้าบริษัทของเรามีแบบนี้บ้าง ก็น่าจะทำให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้นกว่าเดิม และพนักงานน่าจะมีความผูกพันกับองค์กรมากขึ้นกว่าเดิมได้เช่นกัน

ยิ่งไปกว่านั้น จากมุมมองของพนักงานที่ตอบคำถามผ่านการสำรวจความคิดเห็นภายในองค์กรเอง ก็ยิ่งทำให้ผู้บริหารคิดว่า พนักงานน่าจะอยากทำงานในองค์กรแบบนี้ก็เพราะว่า มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย และสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน ดังนั้น องค์กรหลายแห่ง ต่างก็พยายามที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา เพียงเพื่อที่จะตอบโจทย์เรื่องแรงจูงใจ และการสร้างความผูกพันของพนักงานกับองค์กร

แต่เชื่อหรือไม่ครับว่า พอทำเสร็จแล้ว มีทุกอย่างตามที่ต้องการแล้ว แต่สุดท้ายพนักงานก็ยังไม่มีแรงจูงใจในการทำงานอยู่ดี และไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันต่อองค์กรมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด สาเหตุเป็นเพราะอะไร

ท่านผู้อ่านคิดว่า การที่พนักงานอยากตื่นเช้าไปทำงาน อยากที่จะฝ่าฟันอุปสรรค และปัญหาต่างๆ ในการทำงานทุกวันนั้น เป็นเพราะองค์กรของเขามีสภาพแวดล้อมทางกายภายพที่เหมือนกับสวนสนุก สนุกสนาน ดูดี แบบนั้นเพียงอย่างเดียหรือ

สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้น เป็นสิ่งที่ดี ถ้าใครมีกำลังทรัพย์มากพอ อยากจะสร้างให้พนักงาน ก็สามารถทำได้เลย แต่ทำแล้วมันอาจจะไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องการสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานในการทำงาน ไม่ได้ตอบโจทย์เรื่องการสร้างแรงบันดาลใจ และไม่ได้ตอบเรื่องของการสร้างความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กรเลยก็ได้ ถ้ายังขาดสิ่งต่อไปนี้

  • ตัวงานที่มีความสนุกท้าทาย ปัจจัยแรกก็คือตัวงานที่พนักงานทำนี่แหละครับ ถ้าเป็นงานที่พนักงานชอบ มีความท้าทาย มีแง่มุมใหม่ๆ ให้ได้เรียนรู้ทุกวัน มีปัญหาให้ได้ฝึกคิด และแก้ไขทุกวัน สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เรารู้สึกมีพลังในการทำงาน ตรงข้ามกับงานที่น่าเบื่อ ทำซ้ำ ๆ โดยไม่มีอะไรท้าทาย ไม่มีอะไรใหม่ๆ ให้คิด ให้ทำ แบบนี้ก็จะทำให้พนักงานไม่รู้สึกกระตือรือร้นในการทำงาน แรงจูงใจก็จะหายไปในที่สุด ดังนั้น การสร้างความท้าทายใหม่ๆ ในการทำงาน การกำหนดเป้าหมายของการทำงานที่ท้าทาย จึงเป็นตัวกระตุ้นให้พนักงานรู้สึกถึงแรงจูงใจในการทำงานภายในตัวเองได้ ปัจจุบันมีความพยายามที่จะทำให้พนักงานรู้สึกว่า งานที่พนักงานทำอยู่นั้นเป็นงานที่มีความหมายสำหรับเขา มีคุณค่า และตัวพนักงานเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขององค์กรด้วย โดยการสื่อสารเชื่อมโยงงานของพนักงานกับความสำเร็จขององค์กร ทำให้พนักงานรับทราบว่า ผลงานของเขามีคุณค่าต่อความสำเร็จขององค์กรอย่างไร เมื่อพนักงานรับทราบตรงจุดนี้ ก็จะทำให้เขามีพลังในการทำงาน รู้สึกว่าตื่นเช้าขึ้นมาทำงานได้อย่างมีความหมาย และมีความสุขในการทำงาน
  • เพื่อนร่วมงานที่ดี ปัจจัยที่สองก็คือ การที่เรามีเพื่อนร่วมงานที่ดี เข้าใจกัน และช่วยเหลือกันได้ในทุกเรื่อง มีปัญหาทั้งในงาน นอกงาน ก็มีเพื่อนร่วมงานที่คอยเข้าใจ และช่วยเหลือ แบบนี้ก็จะทำให้เรามีแรงจูงใจที่จะอยากไปทำงานทุกวัน มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม ต้องการคนอื่นมาเข้าใจ และเห็นความสำคัญ ดังนั้นถ้าที่ทำงานของเรามีเพื่อนร่วมงานที่ดี ก็จะทำให้เราอยากตื่นนอนแต่เช้าทุกวัน เพื่อไปทำงาน ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าพนักงานรู้สึกว่า ทีมงานของเขาทำให้เขารู้สึกปลอดภัยทางด้านจิตใจ ไม่ต้องกังวล หรือไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาหักหลังกันในการทำงาน สามารถพูดคุยกับนาย และกับเพื่อนร่วมงานได้ในทุกเรื่องจริงๆ นี่คือหัวใจของพลังในการทำงานของพนักงานร่วมกับทีมงานที่ดี มาทำงานด้วยความเชื่อใจซึ่งกันและกัน ไม่ต้องกลัวใครจะมาแทงข้างหลัง หรือเอาเรื่องราวของเราไปนินทาลับหลัง ไม่มีสภาพหน้าไหว้หลังหลอก ฯลฯ ก็จะทำให้พนักงานมีแรงจูงใจในการทำงานมากขึ้นยิ่งกว่าเดิมเช่นกัน
  • นายที่ดี ความรู้สึกดีที่หัวหน้ามีให้พนักงาน คือแรงผลักดันที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้พนักงานคนหนึ่ง มีพลังในการทำงานได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น องค์กรใด ที่มีหัวหน้า ผู้จัดการ และผู้บริหารที่ดี เข้าใจพนักงาน และเห็นความสำคัญของพนักงานทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในระดับไหน อีกทั้งยังทำให้เรารู้ว่า เราเองมีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กร ถ้าที่ทำงานเราเป็นแบบนี้ พนักงานก็จะอยากมาทำงานทุกวันอย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นหัวหน้าที่สร้างความปลอดภัยต่อจิตใจพนักงานได้ และมีความเป็นธรรมในการบริหารจัดการ ทำงานด้วยความสนุกสนาน แม้ว่าอาจจะมีความเครียดเกิดขึ้นบ้างในระหว่างการทำงาน แต่หัวหน้างานก็ยังสามารถที่จะบริหารจัดการความเครียดและความกดดันเหล่านั้นให้ผ่อนคลายได้ ก็จะยิ่งทำให้พนักงานรู้สึกมีพลังในการทำงานมากขึ้นอีกเช่นกัน

ลองนึกภาพดูว่า ถ้าองค์กรนั้น มีสภาพแวดล้อมที่ดีมาก มีการจัดตกแต่งสถานที่ทำงานสวยงาม ดูดี มีห้องหับต่างๆ นานาให้กับพนักงานใช้ในการพักผ่อนหย่อนใจมากมาย แต่ในการทำงานไม่มีความรู้สึกว่างานที่ทำอยู่นั้นมีความหมายอย่างใด ไม่มีเพื่อนร่วมงานที่ดี ยิ่งไปกว่านั้น ยังไม่มีนายที่เป็นธรรม พนักงานจะอยากมาทำงานหรือไม่ พนักงานจะมีแรงจูงใจในการทำงานจากสภาพแวดล้อมภายนอกเพียงอย่างเดียวหรือไม่

ผมเคยเห็นหลายองค์กรไม่มีอะไรหรือหวาเลย มีแค่เพียงสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกเท่าที่จัดหาให้ได้ตามความจำเป็น แต่กลับมี 3 สิ่งข้างต้นคือ งานที่ดี เพื่อนที่ดี และนายที่ดี กลายเป็นว่า องค์กรเหล่านี้สามารถที่จะสร้างแรงจูงใจให้พนักงานได้ดีกว่า

ไม่ได้ปฏิเสธสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดีนะครับ ถ้ามีงบประมาณเพียงพอที่จะทำ ทำไว้ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องไม่ลืมสร้าง 3 ประเด็นข้างต้นประกอบไปด้วย แล้วองค์กรของเราก็จะเป็นองค์กรที่น่าทำงานด้วยจริง ๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: