พวกของใคร พวกฉัน พวกมัน หรือพวกเรา

เรื่องของการแบ่งพรรคแบ่งพวก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติเวลาที่คนเราต้องอยู่ด้วยกันในหมู่มาก ใครที่เข้ากันได้ เคมีตรงกัน ก็จะสนิทกัน พอสนิทกันมากเข้า ก็จะรู้สึกว่าเป็นพรรคพวกเดียวกัน และเมื่อใครที่คิดไม่ตรงกับเรา คิดต่างออกไป เคมีไม่ตรงกัน ก็มักจะถูกมองว่า ไม่ใช่พวกเรา เป็นพวกอื่น ที่ถูกกันออกจากพวกเรา

ในองค์กรก็เช่นกัน ปกติโครงสร้างองค์กรก็แบ่งแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจน ฝ่ายผลิต ก็ทำหน้าที่ผลิต ฝ่ายขาย ก็ทำหน้าที่ขาย ฝ่ายอื่นๆ ที่มีหน้าที่อะไรก็ทำอย่างนั้นไป ด้วยขอบเขตของแต่ละฝ่ายที่กำหนดไว้ ทำให้คนที่ทำงานในฝ่ายงานนั้นๆ รู้สึกว่านี่คือพวกเดียวกัน ใครที่ทำงานต่างฝ่าย ก็ถือเป็นคนละพวกกัน บางองค์กรนี่เป็นปัญหาความขัดแย้งกันในการทำงานระหว่างหน่วยงานก็เยอะ เพราะแค่เพียงคิดต่างกัน และหน้าที่แตกต่างกัน

ยิ่งถ้าองค์กรไหนมีปัญหาแบ่งพรรคแบ่งพวกกันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะในฝ่ายนอกฝ่าย พวกเขา พวกเธอ ฯลฯ ยิ่งทำให้ผลงานขององค์กรแย่ลงไปเรื่อยๆ เพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมกัน ต่างฝ่ายต่างก็พยายามสร้างผลงานของตนเอง โดยพยายามทำให้ฝ่ายอื่นแย่ลง กลายเป็นการแก่งแย่งชิงดีกันในองค์กร โดยที่เราลืมไปว่า เราอยู่ในองค์กรเดียวกัน สุดท้ายคนที่แพ้ก็คือ องค์กรนั่นเอง

ด้วยสภาพเช่นนี้ ตัวผู้นำองค์กร และฝ่ายบุคคลที่เป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องของพนักงานทั้งหมด จึงจำเป็นต้องไม่ไปเล่นพรรคเล่นพวกไปกับเขาด้วย จะต้องคิดและปรับมุมมองให้เป็น “พวกเรา” ให้ได้

ผู้บริหาร หรือผู้นำองค์กร จะต้องไม่เล่นพรรคเล่นพวก เพราะถ้าผู้นำมีพฤติกรรมแบบนี้เมื่อไหร่ หายนะจะบังเกิดในทันที ลูกน้องถ้ารู้ว่านายเล่นพรรคเล่นพวก ลูกน้องก็จะเล่นบ้าง ทำให้เกิดความขัดแย้งไปทั่วองค์กร พฤติกรรมที่ชัดเจนของผู้นำที่เล่นพรรคเล่นพวก ก็คือ ใครคิดเหมือนตน ถือเป็นพวกเดียวกัน ใครคิดต่าง ไม่เอาไว้ ใครมาอวยนิดอวยหน่อย รู้สึกดี ถือเป็นพวกเดียวกัน แต่ใครพูดอะไรขัดแย้งไม่เข้าหู แม้จะเป็นเรื่องจริง ก็จะไม่มีโอกาสได้เกิดอีกเลยในองค์กรนี้

เมื่อเป็นแบบนี้ คงเดาได้ว่า จะเกิดอะไรตามมากับองค์กรแบบนี้

ฝ่ายบุคคลก็เช่นกัน โดยพื้นฐานแล้ว คนที่ทำงานฝ่ายนี้ต้องมีมุมมองแบบ “พวกเรา” ให้ได้ ไม่มีพวกอื่น จะต้องมีแค่พวกของเรา ก็คือ พนักงานทุกคนในองค์กรคือพวกเดียวกัน เพราะทำงานในองค์กรเดียวกัน และต้องไม่เข้าพวกกับผู้บริหารจนมากเกิน หรืออยู่ข้างพนักงานจนองค์กรอยู่ไม่ได้ นี่คือความยากของงาน HR

ดังนั้นเพื่อให้องค์กรไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก แล้วนำมาซึ่งผลเสีย ตัวผู้นำองค์กร หรือ กลุ่มผู้นำองค์กร จะต้องคิดและมี mindset แบบองค์กร ทุกอย่างจะต้องทำไปเพื่อภาพรวมของทุกคนในองค์กร อาจจะมีคนได้ คนเสียบ้าง แต่การได้เสียตรงนั้นทำให้องค์กรได้ นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น เพราะถ้าองค์กรได้ แปลว่า ทุกคนในองค์กรล้วนได้ทั้งหมด ไม่มีใครเสียอะไร และถ้าผู้นำมีความเข้มแข็งในเรื่องนี้ จะเป็นการส่งสัญญาณไปยังทุกคนในองค์กรว่า “อย่าเล่นพรรคเล่นพวก เพราะไม่มีประโยชน์”

ฝ่ายบุคคลเองก็ต้องรักษาสมดุลให้ดี ระหว่างผู้บริหารแต่ละฝ่าย และระหว่างพนักงานกับบริษัท จะต้องมองไปที่ผลประโยชน์ขององค์กรเป็นหลัก ไม่มีนอก ไม่มีใน ในทุกเรื่อง เมื่อ HR สามารถรักษาสมดุลตรงนี้ได้ เราก็จะเป็น HR ที่ผู้บริหารให้ความไว้วางใจ พนักงานก็รักและไว้ใจ เวลาทำงานก็จะสนุก และไปในทิศทางเดียวกันครับ

นี่คือความท้าทายของผู้นำ และ HR แทบจะทุกองค์กรที่มีความสำคัญมากกว่า ระบบงานต่างๆ ที่ทำอยู่ด้วยซ้ำ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: