ช่วงเวลาแห่งการ ปรับเปลี่ยน และปรับตัวเอง และการทำงาน

มีหลายคนบ่นมาเหมือนกันนะครับว่า ช่วงเวลา Covid19 ตอนนี้ทำให้ทำอะไรก็ไม่สะดวก โดยเฉพาะการทำงาน ที่เคยต้องเข้าบริษัท กลับต้องมาทำงานอยู่กับบ้าน เวลาประชุมเคยนั่งกันในห้องประชุม เห็นหน้ากันทุกคน ก็ต้องมานั่งประชุมโดยอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์กันแทน อีกทั้งยังไม่เคยชินกับวิธีการทำงานที่บ้าน การใช้ชีวิต ที่เน้นในเรื่อง online เป็นหลัก

ก็มีหลายท่านที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี ยังบอกเลยว่า Covid19 เป็น Change Agent ที่ประสบความสำเร็จมากกว่า CEO ขององค์กร ที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน แต่ทำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เพราะติดเรื่องของมุมมองและทัศนคติ รวมถึงพฤติกรรมของคน

แต่พอ Covid19 มา มันเปลี่ยนเลย ไม่อยากเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน มิฉะนั้น เราก็คงอยู่รอดกันยากเช่นกัน

และหลัง Covid19 การทำงานของเราก็จะเปลี่ยนแปลงไปอีกรูปแบบหนึ่ง

ตอนนี้ หลายคนที่ไม่เคยประชุมออนไลน์ ก็เริ่มใช้กันเป็น โดยเฉพาะกลุ่ม baby boomer เริ่มรู้สึกดีกับการประชุมแบบนี้มากขึ้น เพราะมันก็ไม่ได้ทำให้ประสิทธิภาพในการประชุมลดลง แต่อาจจะต้องบังคับให้เปิดกล้องทุกคน เพราะบางคนไม่เปิดเพราะอาจจะกำลังทำอย่างอื่นอยู่ เดี๋ยวจะไม่ได้ใส่ใจการประชุม (อันนี้เจอมากับตัวเองแล้ว) ผมว่า มันทำให้คนที่ประชุมต้องใส่ใจ

ผมเคยเจอประสบการณ์ก็คือ ประชุมกับลูกค้า บางคนเปิดกล้อง บางคนปิดกล้อง ผมก็คุยงานไป พอดีมีน้องคนหนึ่ง ปิดกล้อง แต่ลืม mute ไมโครโฟน กำลังร้องเพลงกันอย่างเมามัน สุดท้าย ก็คงถูกนายโทรไปเตือน เลยรู้ตัว จากนั้น ก็ให้เปิดกล้องทุกคน (ผลงานของน้องคนนี้จะเป็นอย่างไร ก็เห็นชัดเจนอยู่นะครับ ใครจะบอกว่า ประเมินผลงานไม่ได้ มันก็ไม่ใช่ซะทีเดียว)

งานสอน ก็กลายเป็น online ไปหมดเลยตอนนี้ ผมสอนที่จุฬา ก็บังคับให้อาจารย์ทุกคน ทั้งประจำ และพิเศษต้องสอนผ่าน online ทั้งหมด นิสิต ก็เรียนผ่านออนไลน์เช่นกัน ซึ่งก็ตั้งใจเรียนได้ตามปกติ เพราะนี่คือเวลาเรียนหนังสือของเขา และ สามารถบันทึก vdo การสอนทั้งหมดได้ โดย ผู้สอนสามารถที่จะมาเปิดดูอีกครั้งว่า นิสิตไหน มีส่วนร่วมในการเรียนมากน้อยอย่างไร ซึ่งก็สามารถให้คะแนนการมีส่วนร่วมได้ โดยที่ไม่ต้องมาเข้าเรียนในชั้นเรียนจริงๆ

ในอนาคตงานฝึกอบรม ก็เปลี่ยนแน่นอน ช่วงนี้ก็เห็นการอบรม online กันมากขั้นเรื่อยๆ ไม่ต้องเดินทางไปโรงแรม อยู่ที่บ้าน หรืออยู่ที่บริษัทก็สามารถเข้าอบรมได้ เพียงแต่ผู้เรียนจะต้องมีวินัยในตนเองมากขึ้น ต้องระวังสิ่งรอบข้างที่จะมาดึงดูดความสนใจของเราออกจากการเรียน ซี่งกลายเป็น ตอนนี้ผู้เรียนจะต้องสร้างสมาธิด้วยตนเอง ถ้าอยากจะเรียนรู้เรื่อง

พอทุกอย่าง online มากขึ้นเรื่อยๆ Competency ของคนเราก็ต้องเปลี่ยนไป ผมคิดว่า อนาคต คนจะประสบความสำเร็จในการทำงานหรือไม่ อยู่ที่ สมาธิ เลยครับ ความมุ่งมั่น ไม่วอกแวก การ focus การไม่ถูก distract จากสิ่งรอบข้าง นี่น่าจะเป็น competency ของคนยุคใหม่ ใครจะประสบความสำเร็จในงาน หรือมีผลงานดีไม่ดี ก็อยู่ที่วินัย สมาธิ กันมากขึ้นครับ

แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังมีอีกหลายองค์กรที่ พูดว่า จะปรับ จะเปลี่ยน แต่จนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่เปลี่ยน ที่เปลี่ยนไม่ได้ ก็มี พวกที่มีเหตุจำเป็นในการทำงาน เช่น โรงงาน หรืองานบริการ ที่ลูกค้าต้องเข้าหา อันนี้เข้าใจได้ แต่มีอยู่งานหนึ่งที่พูดยังไงเขาก็ไม่ยอมเปลี่ยน นั่นก็คือ งานฝึกอบรม สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ

ลูกค้ายังคงยืนยันว่า จะต้องมาสอนที่โรงแรมเท่านั้น เพราะเขาต้องการการอบรมที่ได้ผล กลัวว่าอบรมผ่าน online แล้วจะไม่ได้ผล ทั้งๆ ที่ Covid19 มันกำลังรอเราอยู่ข้างนอกแบบนี้ แล้วคนเข้าอบรมก็ประมาณ 40 คน แล้วต้องนั่งติดๆ กัน

สุดท้ายผู้สอนก็ยืนยันกลับไปว่า ตอนนี้ ช่วงนี้ นโยบายการสอน เปลี่ยนเป็น online ทั้งหมดแล้ว ถ้าอยากจะเรียนก็ต้องเปลี่ยนตามด้วยเช่นกัน

ซึ่งผมคิดว่าตอนนี้ ถ้าเราไม่คิดจะเปลี่ยน เราก็คงจะไม่โตจริงๆ และจะตามโลกกันไม่ทันจริงๆ ก็คราวนี้แหละครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: