อย่าเพิ่งตัดสินใจรับพนักงาน ด้วยเหตุผลว่า ชอบ

วันนี้มีกรณีศึกษามาเล่าให้อ่านกัน ก็คือ องค์กรแห่งมีการสรรหาและคัดเลือกพนักงานเพื่อให้เข้ามาทำงานในตำแหน่งงานที่ต้องอาศัยประสบการณ์ในการทำงานมามากพอ และต้องลงลึกในหน้างานในแบบที่เคยวางระบบและแก้ไขปัญหาให้กับระบบงานเหล่านี้ได้ด้วยตนเองจริงๆ

แต่ตอนที่สัมภาษณ์ผู้สมัคร ตัวผู้จัดการที่สัมภาษณ์นั้น มีความรู้สึกชอบในอัธยาศัย และวิธีการพูดจาของผู้สมัครท่านนี้อย่างมาก โดยคิดว่า เขาจะรับแน่นอน เพราะดูแล้วน่าจะทำงานด้วยกันได้

แต่ทางผู้จัดการอีกคน กับ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ท้วงว่า ผู้สมัครท่านนี้ ยังขาดประสบการณ์ในเชิงลึกที่จะมาทำงานให้เราในแบบที่เราต้องการ รับเข้ามาอาจจะทำให้งานมีปัญหาได้

ด้วยความที่ผู้จัดการคนแรก ซึ่งเป็นคนที่จะต้องเป็นหัวหน้าของผู้สมัครที่จะรับเข้ามาทำงาน เขารู้สึกว่า อยากได้คนนี้มากๆ เพราะคิดว่าจากที่คุยกัน ก็น่าจะทำงานด้วยกันได้ ก็เลยตอบกลับทีมสัมภาษณ์ไปว่า

“เรื่องงานเดี๋ยวผมสอนให้เขาเอง ผมเองก็รู้เรื่องงานนี้มาดีพอ แค่สอนคนคนนึงจะเป็นไปไปเชียว”

ฝ่ายบุคคลก็ท้วงว่า “มันจะทันหรอ แผนงานก็ออกมาแล้ว ผลลัพธ์ที่นายใหญ่ต้องการมันก็อีกไม่กี่เดือนก็ต้องเสร็จแล้วนะ”

แต่ผจก.ท่านนั้นก็ยังคงยืนกรานว่าอยากได้ผู้สมัครคนนั้น สุดท้ายก็เลยต้องรับเข้ามาทำงาน

พนักงานใหม่คนนี้เป็นคนดีครับ มีความรู้ความสามารถ เพียงแต่ขาดประสบการณ์จริงในการทำงาน วางระบบต่างๆ พอถึงเวลาทำงานจริง ผจก.ท่านนั้นก็ทำหน้าที่สอนงาน สอนไปสักพัก ก็เริ่มรู้สึกว่ามันชักจะยังไงๆ เพราะดูเหมือนพนักงานใหม่คนนี้จะไม่ค่อยเข้าใจมุมมองต่างๆ สักเท่าไหร่

พอให้เริ่มลงมือทำงาน ก็ทำไม่ได้อย่างที่คาดหวัง ก็มีการสอนงานกันอีก แต่งานก็เป็นไปแบบช้าๆ ฯลฯ

สุดท้าย ผู้จัดการท่านนั้น ก็หยุดสอน และเริ่มเอางานมาทำเอง จากนั้นก็เริ่มบ่นถึงพนักงานคนนั้น จากนั้นก็เริ่มไม่ให้งาน ไม่มอบหมายอะไรเพิ่มเติม เพราะรู้สึกว่า พนักงานคนนี้ทำงานไม่ได้

กรณีข้างต้น ท่านผู้อ่านคิดอย่างไรครับ จริงๆ แล้วพนักงานคนนั้นที่เขารับเข้ามา ไม่ได้ผิดอะไรเลย เป็นคนเก่ง มีความสามารถ เพียงแต่คุณสมบัติตรงๆ ที่องค์กรต้องการนั้น ยังขาดอยู่มาก สุดท้าย ก็โดนทิ้งขว้าง และกลายเป็นพนักงานที่ไม่มีใครต้องการ

ดังนั้น เวลารับคนเข้าทำงาน ก็อย่าให้ความชอบส่วนตัว มาบังตา จนทำให้เราลืมนึกถึงคุณสมบัติอื่นๆ ที่ต้องใช้ในการทำงาน บางท่านอาจจะแย้งว่า ก็สอนงานได้ แต่เอาเข้าจริงๆ ความเร่งด่วนของงานที่เราต้องการทำนั้น อาจจะทำให้เราไม่สามารถใช้เวลาในการสอนงานพนักงานได้เลยด้วยซ้ำไป

ดังนั้นพิจารณาคุณสมบัติให้ตรงที่สุด เพื่อให้ได้คนที่เข้ามาแล้วสามารถสร้างผลงานได้อย่างที่เราต้องการน่าจะดีกว่า การรับคนที่เราชอบ แต่ทำงานไม่ได้

สุดท้ายพนักงานคนนั้นก็เป็นคนที่น่าสงสารที่สุด

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑