วันนี้เป็นวันเฉลิมพระชมม์พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งถือเป็นวันพ่อด้วย ก็เลยขออนุญาตนำเอาคำพ่อสอนที่ผมได้อ่านเจอ และผมยังคงระลึกและใช้คำสอนนี้ของพระองค์ท่านอยู่เสมอ ในเวลาที่เราท้อใจ หมดแรง หมดกำลังใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องเรียน หรือเรื่องอะไรก็ตาม ผมก็จะอ่านคำสอนนี้เพื่อสร้างพลังใจให้กับตนเองในการดำเนินชีวิต ก็เลยขออนุญาตนำมาเผยแพร่ให้อ่านกันอีกครั้งนะครับองคมนตรีท่านบอกว่า…
ตอนนั้นผมกำลังทำงานอยู่ในสภาพจิตใจที่แย่มาก มันไม่มีกำลังใจจะทำอะไร ท้อแท้กับงานมากไม่มีใครเข้าใจ เหมือนทำดีแต่ไม่ได้ดี ในหลวงท่านทรงเสด็จมาพอดีและท่านได้เห็นสีหน้าผมไม่สู้จะดีท่านได้สอบถามจนได้ความว่าผมกำลังท้อแท้กับงาน ท่านจึงตั้งคำถามและรับสั่งว่า…
“ท่านสุเมธเคยขายเศษเหล็กไหม ?
เศษเหล็กเหล่านั้น เวลาขาย คุณค่ามันต่ำมากใช่ไหม คงได้เงินมาไม่กี่บาทใช่ไหม ?
แล้วถ้าเราเอาเศษเหล็กเหล่านั้นมาหลอมรวมกันเป็นแท่งเวลาหลอมนี่เหล็กมันคงรู้สึกร้อนมากใช่ไหม ?
พอหลอมเสร็จเรานำมาทำเป็นดาบคงต้องนำมาตีให้แบนอีกใช่ไหม ?
เวลาตีก็ต้องคอยเอาไปเผาไปด้วย ต้องตีไป เผาไปอยู่หลายรอบจนกว่าเป็นรูปเป็นร่างดาบอย่างที่เราต้องการต้องผ่านความเจ็บปวดร้อนอยู่นาน แถมเมื่อเสร็จแล้วถ้าจะให้สวยงามดังใจก็ต้องนำไปแกะลวดลายอีกใช่ไหม?
เวลาที่แกะลวดลายก็คงต้องใช้ของแข็งมีคมมาตีให้เป็นลวดลายอีก แต่เมื่อเสร็จเป็นดาบที่งดงามก็จะมีคุณค่าที่สูงมาก เทียบกับเศษเหล็กคงจะต่างกันลิบลับ…
จะเห็นว่ากว่าที่เศษเหล็กไม่มีคุณค่ามากนัก จะกลายเป็นดาบอันงดงามนั้นต้องผ่านอุปสรรคมามากมาย ทั้งความเจ็บปวดต่างๆกว่าจะประสบความสำเร็จ ดังนั้นขอให้จำไว้อย่างหนึ่งว่า
” ใครไม่เคยถูกตีถูกทุบ เจอเรื่องเลวร้ายในชีวิตมาเลยนั้น จงอย่าได้คิดทำการใหญ่ “
ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม