อนุมัติค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทแล้ว

ในที่สุดคณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติเรื่องของค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทเรียบร้อยแล้วครับ แต่ก็ไม่ใช่ทุกจังหวัดจะปรับเป็น 300 บาทนะครับ ทาง ครม. ใช้ตัวเลข 40% เป็นตัวปรับ ผม copy ข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ มาให้อ่านกันนะครับ

รายงานข่าวจากที่ประชุม คณะรัฐมนตรี(ครม.)วันนี้ อนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงแรงงาน ให้ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ตามมติคณะกรรมการค่าจ้าง ที่เห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในอัตราตั้งแต่วันละ 63-85 บาท โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2555 จากเดิม 1 ม.ค. 2555 เป็นต้นไป เนื่องจากขณะนี้สถานประกอบกิจการในหลายจังหวัดประสบภาวะน้ำท่วม ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการฟื้นฟูกิจการประมาณ 3-6 เดือน

สำหรับรายละเอียดดังนี้

1. ให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดภูเก็ต เพิ่มขึ้น 79บาท จากอัตราวันละ 221 บาท เป็นวันละ 300 บาท หรือเพิ่มขึ้น 35.7%

2. ให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำกรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม เพิ่มขึ้น 85 บาท จากอัตราวันละ 215 บาทเป็นวันละ 300 บาท หรือเพิ่มขึ้น 39.5%

3. ให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดที่เหลือ 70 จังหวัด ปรับเพิ่มขึ้น 39.5% ของอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดในปี 2554

4. ให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำจังหวัดที่เหลืออีก 70 จังหวัด ตามข้อ 3 อีกครั้ง เป็นวันละ 300 บาท โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556 สำหรับจังหวัดภูเก็ต กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร และนครปฐม ให้คงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำไว้ที่วันละ 300 บาท

5. ในปี 2557 และปี 2558 ให้คงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของทุกจังหวัดไว้ที่วันละ 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ

ทั้งนี้ หากภาวะเศรษฐกิจของประเทศมีความผันผวนอย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการครองชีพ ของลูกจ้าง คณะกรรมการค่าจ้างสามารถพิจารณาทบทวนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2557 และปี 2558 ได้ตามความเหมาะสม

จากข่าวข้างต้นก็แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายบุคคลคงจะต้องมีการเตรียมการกันแล้วล่ะครับ ในการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำครั้งนี้ เพราะผลกระทบในการปรับมันมากมายครับ ถ้าเราไม่มีการเตรียมการล่วงหน้าเดี๋ยวจะไม่ทัน

สิ่งที่ฝ่ายบุคคลจะต้องเริ่มเตรียมการก็คือ ต้องเตรียมงบประมาณในการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำนี้ โดยพิจารณาถึงผลกระทบต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วย อาทิ พนักงานเก่ารายวันที่เคยได้รับในอัตรานี้อยู่แล้วจะต้องปรับเป็นเท่าไร แล้วพนักงานรายเดือนในวุฒิ ปวช. ปวส. รวมถึง ปริญญาตรีที่ได้รับผลกระทบจากการปรับครั้งนี้ด้วย ก็ต้องมีการวางแผนการปรับเงินเดือนค่าจ้างให้ดีด้วยนะครับ

ผมได้เคยเขียนบทความและให้สูตรในการปรับผลกระทบฯ ไว้ใน blog ของผมแล้ว แล้วลอง search ดูได้เลยนะครับ

3 ความคิดเกี่ยวกับ "อนุมัติค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทแล้ว"

Add yours

  1. – สถานประกอบการขนาดเล็กก็ล้มหายตายจาก เป็นการจำกัดคู่แข่งทางการค้าของสถานประกอบการที่เข้มแข็งแล้ว สงสาร SML
    – เกษตรกรก็ขาดทุนเพิ่มมากขึ้น ทุกวันนี้ค่าแรงยังไม่ปรับขึ้น แต่ค่าจ้างเกี่ยวข้าวก็วันละ 280 -300 บาท ไหนจะต้องเลี้ยงข้าวเมื้อเที่ยง และค่าจ้างรถรับส่งอีก คำนวณรายรับรายจ่ายแล้วขาดทุนชัดๆ
    – ราคาสินค้าก็จะเพิ่มขึ้น รายได้ที่แท้จริง ก็จะลดลง ต่อไปคงต้องแบกถุงเงินไปซื้อของ (ถ้าโลกนี้ยังไม่แตกไปซะก่อน)
    – ราคาน้ำมันตอนหาเสียงไว้ว่าจะลด พอเข้ามาเป็น รบ. ก็ลดจริงๆ แต่ผ่านไปไม่กี่เพลา ก็ขึ้นพรวดๆ ทั้งน้ำมันทั้งแก๊ส ออกข่าวประชาสัมพันธ์หนักหนาว่าตอนนี้แบกรับภาระแทนประชาชนอยู่ กก./ลิตรละเท่าไหร่ ผิดศีลข้อ 1 แล้ว ก็เห็นๆ กันอยู่กับรายได้ที่ได้รับ ปตท. มีผลประกอบการดีเยี่ยม
    – การรวมกันเป็นประเทศเพื่อปกป้องผลประโยชน์ เพื่อความปลอดภัย …. รัฐบาลแต่ละประเทศลงนามเขตการค้าเสรี ประชาชนส่วนใหญ่ก็กลายเป็นปลาน้อย ปลาใหญ่มีไม่กี่ตัว ก็พวกๆ ของผู้ที่ลงนามทั้งหลาย
    – “คนล่าคน” ความโหดร้ายของคน คนที่มีกว่า(The have) เห็นว่าคนอื่น(The have not) เป็นเหยื่อ ที่จะก่อประโยชน์และสร้างความมั่งคั่งให้ตนเอง ประเทศไหนมีคนเยอะ พวกเขาก็มองว่าเป็นตลาดที่ยิ่งใหญ่ ที่จะแสวงหาผลประโยชน์จากคนเยอะๆ นั่นแหละ
    – โลกร้อนขึ้นเพราะคนที่มีกว่า อาวุธนิวเคลียร์เกิดขึ้นสามารถทำลายล้างโลกได้ เพราะคนที่มีกว่า จริงๆ แล้ว คนต้องการแค่ปัจจัย 4 เกิดมาแล้วก็ตาย มาอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ แต่กลับรังแกโลก รังแกคนอื่น ……
    พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ว่า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” ก็คงต้องพยายามตามนั้นครับ

  2. ในสภาพที่เป็นจริงสถานประกอบการที่สามารถเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำให้ได้300บ.ก็เฉพาะที่ยังมีกำไร(ขาดทุนกำไร)ก็ไม่มีปัญหาแต่ถ้าขึ้นแล้วขาดทุนจริง..มีปัญหาใครจะรองรับ พนักงานที่ได้ปรับ40%กับพนักงานที่กินอยู่3-5ร้อยบาทก็ต้องปรับหนีไม่ต่ำกว่า15-20%ถึงจะเหมาะสมแล้วเป็นเงินอีกเท่าไร…รัฐบาลหาเสียง..เล่นไม่ยาก…เอกชนหาเงิน..เล่นยากกว่าแถมถูกบังคับด้วยกม…อีกต่างหาก

  3. เห็นด้วยที่ค้าแรงขึ้นเป็น300เพราะคณะกรรมการค้าจ้างมีผู้แทนจากฝ่ายรัฐบาลเพียง4คนที่เหลือเป็นฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง10คน(ไม่รวมประธาน)ซึ่งพวกเขาคงกรองกันมาดีแล้วและขั้นตอนการเสนอก็ไม่ใช่ทำง่ายๆเมื่อเสนอมารัฐบาลมีอำนาจแค่อนุมัติให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเท่านั้นเพราะอำนาจกำหนดมันอยู่ที่คณะกรรมการค้าจ้าง…ปัจจุบันมีแต่พวกเสียประโยชน์เห็นแก่ตัวเท่านั้นที่คัดค้าน

ส่งความเห็นที่ Therachai ยกเลิกการตอบ

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑