ผู้บริหารระดับสูง สูงเกินกว่าจะเอ่ยปาก

วันนี้ตั้งหัวเรื่องแบบประชดประชันกันสักเล็กน้อยครับ เนื่องจากว่าอารมณ์ค้างมาจากการสัมมนาผู้บริหารระดับสูงขององค์กรประมาณ 2-3 องค์กรที่ผ่านมา ผมเองคาดหวังว่าเวลาที่มีการสัมมนากับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแล้ว ผมจะได้รับการมีส่วนร่วมเป็นอย่างดี แต่จริงๆ แล้วกลับตรงกันข้ามเลยครับ

ท่านผู้บริหารระดับสูงๆ ทั้งหลายท่านนั่งเงียบกริบเลยครับ ไม่ว่าจะถามอะไร ก็นั่งเงียบ ผมเองก็นิ่ง แล้วก็มองสบสายตาไล่ไปทีละคนแล้ว เพื่อที่จะรอคำตอบ บรรยากาศช่วงนี้มันช่างแสนจะอึดอัดอะไรเช่นนี้ แต่สุดท้ายคนที่ต้องยอมแพ้ก็คือ ผมเอง ก็ต้องเป็นฝ่ายเปิดปากพูดออกมาก่อน โดยการตอบคำถามนั้นด้วยตัวเอง เพราะไม่มีใครอยากจะตอบสักคน

พอเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ก็นั่งคิดเล่นๆ ว่า นี่หรือคือกลุ่มผู้บริหารที่เจ้าของบริษัทฝากความหวังไว้ ดูแล้วมันยังไงๆ บอกไม่ถูกเหมือนกันนะครับ

ผิดกับกลุ่มผู้บริหารระดับกลางที่ได้เคยไปจัดสัมมนา (ในองค์กรเดียวกันด้วยซ้ำไป) กลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ อยากรู้อยากเห็น มีความกระตือรือร้นมาก พูดอะไร ถามอะไร ก็อยากตอบไปหมด คิดต่อยอดไปเรื่อย ทำให้บรรยากาศในการเรียนการสอนเป็นไปด้วยความสนุกสนาน คนสอนก็สนุก คนเรียนก็ได้ความรู้ใหม่ๆ ผมว่านี่แหละคือเป้าหมายของการฝึกอบรมจริงๆ ไม่ใช่มานั่งฟังไปเรื่อยๆ

เลยอดคิดไม่ได้ว่า ที่กลุ่มผู้บริหารระดับสูงไม่ยอมพูด และไม่ยอมตอบคำถามอะไรเลยนั้น มีสาเหตุมาจากอะไรกันแน่

  • รู้อยู่แล้ว ก็เลยไม่อยากพูดอะไรมากมาย
  • ไม่รู้เรื่อง ก็เลยไม่อยากโชว์ว่าตนเองไม่รู้
  • กลัวพูดแล้วเสียฟอร์ม นั่งเงียบๆ ไว้เชิงจะดีกว่า
  • ไม่ใส่ใจในสิ่งที่มาสัมมนาเลย ไม่รู้ว่าตนเองมาทำไม

เชื่อมั้ยครับว่า ผู้บริหารระดับสูงนั้น ส่วนใหญ่ก็มักจะพยายามให้ผู้บริหารระดับกลางแสดงความคิดเห็น และเปิดใจในการแสดงความคิดเห็น กล้าที่จะแสดงออก แต่ตัวเองกับไม่ทำอย่างที่พยายามบอกกับผู้อื่น

ผมว่าเรื่องของแนวทางในการพัฒนาพนักงานในองค์กรที่ไปแบบช้าๆ นั้น ก็เพราะสาเหตุนี้เป็นหลักเลย

  • ผู้บริหารระดับสูงอยากให้พนักงานทำงานกันเป็นทีม แต่ทีมบริหารกลับไม่เป็นทีมเสียเอง
  • ผู้บริหารระดับสูงอยากให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ทีมบริหารกับไม่คิดอะไรเลย
  • ผู้บริหารระดับสูงอยากให้พนักงานมีความกระตือรือร้น แต่ทีมบริหารกลับเฉื่อยชา
  • ผู้บริหารระดับสูงอยากให้พนักงานตรงต่อเวลา แต่ทีมบริหารกับมาสายกันเสียเอง
  • ฯลฯ

ในความเห็นผมนั้น ถ้าเราอยากให้พนักงานเป็นอย่างไร เราจะต้องเป็นอย่างนั้นให้พนักงานเห็นก่อน เพื่อที่ว่าเราจะได้สั่งการได้เต็มปากเต็มคำ มิฉะนั้นแล้วผมว่าพนักงานคงยากที่จะปฏิบัติตาม เพราะนายยังไม่เป็นตัวอย่างที่ดีเลย

ผมว่าการเป็นผู้นำที่ดีนั้น ตัวผู้นำเองต้องนำตัวเองให้ได้ก่อน ก่อนที่จะนำคนอื่นได้

7 ความคิดเกี่ยวกับ "ผู้บริหารระดับสูง สูงเกินกว่าจะเอ่ยปาก"

Add yours

  1. จากที่ผมเคยรับใช้ผู้บริหารระดับสูงมาบ้าง บอกได้เลยครับว่าท่านเหล่านี้มองถึง Value ของเวลาเป็นอันดับ 1 เลย การที่ต้องมานั่งฟังบรรยาย ถ้าไม่ใช่การประชุมกับหน่วยงานเรื่องกฏระเบียบ หรือผลประโยชน์ขององค์กรโดยที่ท่านต้องมีส่วนในการตัดสินใจนั้น มีโอกาสน้อยมากที่ท่านเหล่านี้จะเข้าร่วมกิจกรรมครับ

    ส่วนเรื่องที่ผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาแล้วไม่ยอมพูด ถ้าให้เลือกจาก 1 ใน 4 ข้อ ผมว่าข้อ 4 น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดครับ แต่ถ้าให้เพิ่มความเห็นส่วนตัวท่านคงจะคิดในใจเบาๆ ว่า “ไร้สาระ… ต้องมาฟังอะไรเนี่ย?”

    ด้วยความเคารพ

    1. เห็นด้วยนะครับ แต่ประเด็นที่คุยกันเป็นเรื่องของการวางแผน
      กลยุทธขององค์กร ซึ่งท่านผู้บริหารน่าจะต้องให้ความ
      เห็นได้ แต่กลับเงียบกันหมดครับ

  2. ผมว่า ท่านเหล่านั้น อาจรอจังหวะสองสามสี่…หรือช่วงวิกฤติจริงๆๆ พอพดมาจะดีเท่ห์…ขมวดป่มประเด็นสำคัญนั้นๆๆ ได้ครับ…งั้นต้องมีบทชงๆๆ ครับๆๆ

  3. คิดได้ 2 แบบ 1. ความคาดหวังของผู้สอน กับผู้สัมมนา ความคาดหวังต่างกัน
    ผลจึงออกมาเป็นแบบนี้
    2. ฉะนั้น อาจารย์ผู้สอน คงต้องมองมุมกลับของตัวเองด้วย

  4. ไม่รบในสนามเล็กจ้า ด้วยหลายเหตุผลนะ เพราะ
    • สังเกตดู ระดับล่างพอได้ฟัง คคห ของระดับสูงแล้วจะไม่หยุด นำไปสู่ประเด็นโลกสวยหรือเอื้อประโยชน์ให้การทำงานตัวเอง ซึ่งก็ดีนะ แต่ไม่ได้มองภาพรวมบริษัทในแง่การลงทุน ทั้งเงินและเวลาเลย

    • เพราะฉะนั้น เขากำลังทำหน้าที่ของเขา เขา “ต้อง” ทนนั่งฟังเพราะเขาก็ต้องรู้ เขาถึงจะไปได้ถูกทางเหมือนกัน… แต่ส่วนจะลงมือหรือไม่ ขอเวลาคลำกระเป๋าตังค์นิดนึงก่อน เพราะถ้าเขาเชื่อคุณแต่กลายเป็นบริษัทเงินช็อท ไม่ใช่แค่เขาเองที่จะตกงานแต่จะเป็นคุณหรือเพื่อนของคุณ (layoff) ด้วยเนี่ยสิ 🙂 ไม่มีใครรับผิดชอบขนาดนั้นไหวนะ

    อยากให้คุณๆ ทุกท่านมั่นใจในการทำงานในตำแหน่งของตัวเอง ทำให้ดีที่สุด output ในสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่เวิ่นเว้อ ผู้บริหารฯ เขาก็พยายามทำในจุดที่ดีที่สุดของเขาให้ได้เหมือนกัน ต่างกันบ้างก็ตรงที่เขาตัดสินใจได้ไม่กี่ครั้งนะ และแต่ละครั้งเดิมพันมันสูงมาก

    เคยมีคำกล่าวว่า คนพูดฟ้าฟัง มันคือทฤษฎีการบริหารนะ หมายถึงทั้งคุณธรรมของผู้บริหารที่ควรมีต่อลูกน้อง และหมายถึงสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นเมื่อเราโตขึ้นในสายการงานด้วย ระดับล่างต้องหัดพูดให้มากและพูดให้ดี ในขณะที่สายบริหารนั้น ต้องฟังให้มากและฟังให้ดี นั่นเป็นหน้าที่ของแต่ละคนนะ

  5. ผมเชื่อว่าคนมีหลายคนที่อาจจะมองมุมกลับสู่ผู้บรรยายว่า “ผู้บรรยายเองคงต้องประเมินตัวเองเหมือนกันว่า ทำไมพูดแล้วท่านเหล่านั้นไม่โต้ตอบ”

    ผมขออนุญาติคัดลอกบทความส่วนหนึ่งของ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ที่เขียนไว้ในหนังสือ HRD 3.0 นะครับ

    “HR ประเมินวิทยากรไปทำซากอะไร ในเมื่อมาเรียนมาสอนกันแค่แป๊ปเดียว แล้วก็ให้ผู้เรียนที่ไม่รู้จริงประเมินคนรู้… ผมว่าพวกเราต้องหัดคิดใหม่ ทำใหม่ ลองประเมินตนเองบ้างสิ ตั้งใจเรียนหรือเปล่า… “

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑