มีคำถามมาถึงผมซึ่งเป็นคำถามที่น่าสนใจมาก ผู้อ่านท่านหนึ่งถามว่า เรื่องของการให้โบนัสตามผลงาน กับการขึ้นเงินเดือนตามผลงานนั้น ใช้ต่างกันอย่างไร อะไรที่ได้ผลในเรื่องของผลงานมากกว่ากัน
ท่านผู้อ่านล่ะครับ คิดอย่างไรกับสองเครื่องมือนี้ ผมเชื่อว่าทุกท่านที่ทำงานในภาคเอกชน ต้องได้รับมาแล้วทั้งโบนัส และการขึ้นเงินเดือนประจำปี คิดว่าตัวไหนที่กระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้เราสร้างผลงานที่ดีมากกว่ากันครับ
ในเรื่องของการให้รางวัลผลงานนั้น ทั้งสองตัวนี้ มีวัตถุประสงค์ในการจ่ายที่แตกต่างกันค่อนข้างมากครับลองมาดูทีละตัวกันดีกว่า
โบนัสตามผลงาน การให้โบนัสพนักงานตามผลงานนั้น ในระยะหลังๆ มานี้มีบทบาทที่สำคัญขึ้นมากในธุรกิจ เนื่องจากเป็นรางวัลระยะสั้น ผูกพันกับผลงานของบริษัทปีต่อปี พูดง่ายๆ ว่า ปีไหนที่บริษัทมีกำไรมากหน่อย ก็แบ่งส่วนการให้โบนัสออกมามากหน่อย เพื่อตอบแทนพนักงานที่ทุ่มเททำงานกัน แต่ถ้าปีไหนผลประกอบการและกำไรออกมาไม่ค่อยดี ก็แบ่งจ่ายออกมาน้อยหน่อยได้ พนักงานเองก็เข้าใจง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อน
เรื่องของโบนัสเลยนำมาใช้สำหรับตอบแทนการสร้างผลงานแบบระยะสั้นๆ ปีต่อปี ผู้บริหารส่วนใหญ่มักจะมีการวางแผนการให้โบนัสกันตั้งแต่ต้นปีอยู่แล้ว โดยการประมาณการยอดขาย ต้นทุน และกำไรที่จะได้ และสัญญากับพนักงานเลยว่า ถ้าพนักงานทุกคนช่วยกันทำให้บริษัทบรรลุยอดกำไรเท่านั้นเท่านี้ จะให้โบนัสเฉลี่ยกี่เดือน ก็ว่ากันไป แบบนี้พนักงานก็จะเห็นภาพชัดเจนว่าผลงานในปีนี้ถ้าเราสามารถช่วยกันทำให้บริษัทบรรลุได้ เราก็จะได้เช่นกัน
เนื่องจากโบนัสเป็นต้นทุนปีต่อปี ไม่มีภาระผูกพันในระยะยาวเหมือนกับเงินเดือน ในช่วงเศรษฐกิจที่แข่งขันกันสูงๆ และมีความผันผวนมากๆ บริษัทจึงนิยมหันมาใช้โบนัสเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นผลงานพนักงาน ดั่งจะเห็นได้จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งที่จ่ายโบนัสเฉลี่ย 10 เดือนให้กับพนักงานมาแล้วสองปีติดกัน เนื่องจากบริษัทสามารถทำกำไรได้เกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ผลก็คือ พนักงานพยายามที่จะสร้างผลงานให้ได้ เพราะเมื่อได้แล้ว เขาก็ได้ผลตอบแทนกลับคืนเช่นกัน
การขึ้นเงินเดือนตามผลงาน เรื่องของการขึ้นเงินเดือนตามผลงานนั้น เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่บริษัททุกบริษัทจะต้องมีการปรับเงินเดือนขึ้นให้กับพนักงาน แต่เรื่องของเงินเดือนนั้นเป็นภาระผูกพันที่ติดไปกับบริษัทในระยะยาว จนกว่าพนักงานจะออกจากบริษัท หรือเกษียณ
ดังนั้นจะสังเกตได้อย่างชัดเจนว่าแนวโน้มเปอร์เซ็นต์การขึ้นเงินเดือนในประเทศเรานั้นลดลงไปเรื่อยๆ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตัวเลขการขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยอยู่ที่ 12% เป็นอย่างต่ำ แต่ในปัจจุบันตัวเลขเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 5% เท่านั้น
สาเหตุหนึ่งก็คือ เงินเดือนเป็นเงินลงทุนในระยะยาวของบริษัท การที่บริษัทได้กำไรเยอะๆ แล้วไปขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงานเยอะๆ ด้วยนั้น เป็นการสร้างภาระให้กับบริษัทในระยะยาว เพราะเงินเดือนบ้านเรานั้นให้แล้วลดไม่ได้
คำถามก็คือ แบบนี้ก็ไม่ต้องขึ้นเงินเดือนกันเลยสิ คำตอบก็คือ ไม่ขึ้นคงไม่ได้ครับ แต่ก็จะขึ้นให้เพื่อตอบแทนผลงานในระยะยาวด้วยเช่นกัน กล่าวคือ การที่พนักงานจะได้รับเงินเดือนขึ้นเยอะๆ มากกว่าคนอื่นนั้น ไม่ใช่ที่ผลงานดีในปีนั้นปีเดียว แต่จะต้องแสดงผลงานให้เห็นมาตลอดว่าผลงานดีมาตลอด และยังเป็นพนักงานที่มีศักยภาพสูง ซึ่งแปลว่า บริษัทสามารถฝากผีฝากไข้ และฝากอนาคตของบริษัทไว้กับพนักงานคนนี้ได้
คนแบบนี้แหละครับ ที่จะได้ขึ้นเงินเดือนเยอะกว่าคนอื่น เพราะคนๆ นั้นมีแนวโน้มที่จะสร้างผลงานในระยะยาวให้กับบริษัทได้มากกว่าคนอื่นนั่นเองครับ สังเกตได้ชัดว่า ในระยะหลังๆ มานี้ หลายบริษัทจะมีการประเมินศักยภาพของพนักงานเพื่อดูว่าพนักงานคนใดที่มีความสามารถในการสร้างผลงานให้กับบริษัทได้ในอนาคต คนไหนที่บริษัทสามารถฝากอนาคตไว้กับเขาได้ คนนั้นก็คือพนักงานที่มีศักยภาพสูง และพนักงานคนนี้ก็จะได้รับเงินเดือนขึ้นที่สูงกว่าคนอื่นๆ
แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากเงินเดือนเป็นภาระผูกพันในระยะยาว การใช้เงินเดือนเป็นเครื่องมือในการจูงใจผลงานพนักงานจะทำได้จำกัดมากๆ ดังนั้นเครื่องมือที่ปัจจุบันใช้กันเยอะก็คือ กลุ่มของโบนัสตามผลงาน และเครื่องมือที่เรียกกันว่า Incentive ครับ
การที่บริษัทสามารถใช้เครื่องมือทางด้านค่าตอบแทนได้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของมัน จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้พนักงานในการสร้างผลงานให้กับบริษัทอย่างคาดไม่ถึงทีเดียวครับ
ใส่ความเห็น