มายกระดับสมองของเรากันดีกว่า

เมื่อวันศุกร์ผมได้เขียนถึงเรื่องราวของการพัฒนาตนเองไปสู่ความสำเร็จไว้ วันนี้จะมาต่อยอดวิธีการหนึ่งที่จะเป็นการพัฒนาตนเองให้ไปสู่ความสำเร็จได้ ก็คือ การยกระดับสมองของเราให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ มีงานวิจัยจากนิตยสาร Economist ไว้ว่าในปี 1991 นั้นพนักงานที่เรียนจบปริญญาตรีและทำงานในวิชาชีพในระดับปริญญาตรีจริงๆ ตามที่เรียนมา จะได้รับค่าตอบแทนสูงกว่า 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับพนักงานที่เรียนจบในระดับมัธยม และเพิ่มเป็น 3 เท่าในปี 2010 ซึ่งเขาสรุปว่า แนวโน้มสำหรับการทำงานที่ใช้สมองมากขึ้นจะได้รับค่าตอบแทนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับงานที่ไม่ต้องใช้สมองมากนัก

นอกจากนั้นยังทำวิจัยต่อไปอีกว่า วิธีการยกระดับมันสมองของเราซึ่งเป็นวิธีที่ง่าย และทำได้สะดวกมากที่สุด ก็คือ “การอ่านหนังสือ” งานวิจัยชิ้นนี้ยังบอกอีกว่า พนักงานที่จบปริญญาตรี และทำงานวิชาชีพเฉพาะทางนั้นมีจำนวนถึง 42% ที่ไม่เคยอ่านหนังสือเพื่อเพิ่มเติมความรู้ใหม่ๆ ให้กับตนเองเลย

เห็นตัวเลขแล้วน่าตกใจนะครับ ครึ่งหนึ่งของคนที่จบปริญญาตรีไม่เคยอ่านหนังสือเพื่อยกระดับสมองของตน นี่เป็นงานวิจัยที่ทำขึ้นในประเทศอเมริกา ผมนึกภาพไม่ออกว่า ถ้ามาทำวิจัยนี้ในประเทศไทย จะเหลือสักกี่เปอร์เซ็นต์ที่อ่านหนังสือเป็นประจำทุกวัน เพื่อยกระดับสมองของตนเอง

วิธีการในการยกระดับของสมองของเรานั้นมีหลายวิธีครับ เรียงลำดับจากวิธีที่ทำงานที่สุดไปหายากที่สุดก็มีดังนี้ครับ

  • การอ่านหนังสือ ซึ่งเป็นวิธีที่เราสามารถเติมความรู้ให้ตนเองได้อย่างดีที่สุดวิธีหนึ่ง และเป็นวิธีที่ทำให้สมองของเราได้คิด และใช้งานอยู่เสมอในขณะที่เราอ่านหนังสือ ถ้าเราไม่เคยอ่านหนังสือเลย นั่นแปลว่าสมองของเรากำลังค่อยๆ ลดความสามารถในการคิด ในการวิเคราะห์ และการจดจำ สักพักก็จะคิดอะไรไม่ออก และต่อยอดงานของตนเองไม่ได้เลย ซึ่งก็เป็นผลทำให้คุณค่าในการทำงานของเราลดน้อยถอยลงไปได้ หนังสือที่เราควรอ่านก็คือ หนังสือที่เกี่ยวข้องกับสายงานที่เรากำลังทำอยู่ในปัจจุบัน รองลงมาก็คือหนังสือเกี่ยวกับความรู้รอบตัวอื่นๆ ข้างเคียงสิ่งที่เราทำงาน นอกนั้นก็เป็นหนังสือนิยายก็ยังได้ เพื่อให้เราได้เห็นภาพ และให้สมองได้ใช้งานในขณะที่เราอ่านหนังสือนั่นเอง ซึ่งจะเป็นการยกระดับสมองของเราให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ ถ้าเราอ่านหนังสือทุกวัน
  • หาประสบการณ์ใหม่ๆ วิธีนี้เป็นอีกวิธีหนึ่งในการยกระดับสมองของเรา สิ่งที่เราจะต้องทำก็คือหาสิ่งใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยทำ และลงมือทำ ทดลองทำ เช่น ไม่เคยวาดรูป ก็ไปเรียนวาดรูป ไม่เคยเล่นดนตรี ก็หัดเล่นดนตรี หรือเล่นดนตรีเป็นอยู่แล้ว ก็ลองหาเครื่องดนตรีชนิดอื่นๆ ที่เราไม่เคยเล่นมาลองหัดเล่น โดยต้องเล่นให้เป็นเพลงนะครับ หรือเรียนภาษาต่างประเทศเพิ่มเติมอีกสัก 1-2 ภาษา ที่เป็นภาษาที่เราไม่คุ้นเคย หรือแม้กระทั่งลองเปิดหนังสือที่เราไม่เคยคิดจะอ่านเลย และลองเริ่มอ่านมันดูด้วยความสนใจ สิ่งใหม่ๆ เหล่านี้จะทำให้สมองของเราได้ใช้คิด และประมวลผลมากกว่าเดิม แทนที่จะคิดแบบเดิมๆ ซ้ำๆ วนไปเรื่อยๆ และด้วยวิธีการหาประสบการณ์ใหม่ๆ นี้ จะทำให้สมองของเราตื่นตัว ยกระดับความจำได้ดีขึ้น อีกทั้งยังได้ความรู้ใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกด้วยครับ
  • เล่นเกมส์ฝึกคิดฝึกสมอง วิธีนี้คือการหาเกมส์ที่ต้องใช้สมองคิด และลงมือทำ ผมเห็นนายผมเล่น Crossword ภาษาอังกฤษในหนังสือพิมพ์ทุกวัน ผลก็คือสมอง และความทรงจำดีมากเลยครับ วิธีนี้เป็นวิธีที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับเราได้ แต่ก็มีบางคนอ่านจะไม่ชอบ
  • เรียนต่อ วิธีนี้น่าจะเป็นวิธีที่ทำยากหน่อย เพราะเป็นวิธีที่เป็นทางการและต้องใช้ทุนทรัพย์มากหน่อย ก็คือ การศึกษาต่อในระดับวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น หรือไม่ก็ศึกษาในด้านอื่นๆ มากขึ้น ผมมีเพื่อนบางคนเรียนเยอะมาก จบปริญญาตรี 5 ด้าน แถมยังจบโทอีก 3 ใบ เคยถามว่าเรียนไปทำไม เขาตอบว่า กลัวสมองไม่ได้ใช้งาน ก็เลยหาที่เรียนไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ใหม่ๆ ให้กับตนเอง และทำให้สมองตื่นตัวอยู่เสมอ เพราะถ้าเราเข้าสู่ระบบการเรียนอย่างเป็นทางการแล้ว เราจะขี้เกียจแทบไม่ได้เลย เพราะระบบจะบังคับอยู่ในตัวมันเองครับ

สิ่งสำคัญในการยกระดับสมองก็คือ พยายามให้สมองได้ใช้งานมากขึ้น คิดมากขึ้น อย่าปล่อยให้สมองคิดแต่เรื่องเดิมๆ บ่อยๆ เพราะสมองจะติด และจะทำให้สมองคิดอะไรใหม่ๆ ไม่ออกครับ ดังนั้น 4 วิธีข้างต้นก็ลองเลือกไปใช้ให้เหมาะสมกับท่านผู้อ่านนะครับ แล้วสมองของเราจะสดใสซาบซ่า คิดอะไรก็รวดเร็ว และไม่หลงลืมอะไรง่ายๆ ครับ

4 ความคิดเกี่ยวกับ "มายกระดับสมองของเรากันดีกว่า"

Add yours

  1. เป็นวิธีที่ดีมากค่ะ แต่จะมีกี่คนที่จะสามารถทำได้ ต้องมีวินัยในตนเองสูงมากๆ
    ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆค่ะ

    1. ผมเห็นด้วยนะครับ ที่ต้องใช้วินัยที่สูงมาก แต่บางอย่างเราก็ทำอยู่แล้วนะครับ
      เช่นการอ่านหนังสือพิมพ์ ก็อ่านให้ลึกขึ้นอีกหน่อย
      หรือหาหนังสือพิมพ์ยี่ห้ออื่นอ่านเพิ่มเติมครับ ผมว่าค่อยๆทำ
      ค่อยๆเริ่มแบบช้าๆ ก็น่าจะทำได้นะครับถ้าเราตั้งใจซะอย่าง
      ขอบคุณสำหรับความเห็นครับผม

  2. เดี๋ยวนี้อ่านหนังสือน้อยลงมาก หมดเวลาไปกับ facebook เยอะมาก และรู้สึกเลยว่า เดี๋ยวนี้ตัวเองสนใจอะไรฉาบฉวย เรื่องโน้นนิด เรื่องนี้หน่อย ไม่ปะติดปะต่อ ไม่ลึกซึ้งสักเรื่อง ต้องบังคับตัวเองหน่อยแล้ว ขอบคุณมากค่ะ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑