Competency เรื่องความซื่อสัตย์

ผมเชื่อว่าปัจจุบันนี้หลายๆ องค์กรได้นำเอาแนวคิดเรื่องของ Competency มาใช้ในการบริหารทรัพยากรบุคคล โดยเฉพาะเรื่องของการพัฒนาพนักงานอย่างเป็นระบบ เพราะระบบนี้จะทำให้บริษัทกำหนดแนวทางในการพัฒนาได้อย่างชัดเจน และมุ่งไปสู่ทิศทางและเป้าหมายขององค์กรได้

แต่ในการกำหนด Competency นั้น แต่ละองค์กรก็จะมีวิธีการที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยส่วนใหญ่แล้ววิธีการก็จะมาจาก Mission Vision และลักษณะธุรกิจขององค์กร โดยการดูว่าเราต้องการคนแบบใดที่จะนำพาองค์กรไปสู่ Mission Vision ที่เรากำหนดไว้ เช่นถ้าองค์กรของเราเน้นเรื่องของการให้บริการลูกค้า Competency หลักของเราก็จะเป็นเรื่องของ จิตใจให้บริการ หรือบางองค์กรบอกว่าเกิดมาเพื่อที่จะสร้างสิ่งใหม่ๆ ออกสู่ตลาด Competency หลักก็น่าจะเป็นเรื่องของ การมีความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น

แต่มี Competency อยู่ตัวหนึ่ง ซึ่งหลายๆ องค์กรต่างก็กำหนดขึ้นมาว่าจะต้องมีพนักงานแบบนี้ จึงจะสามารถนำพาบริษัทไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ ซึ่งตัวนั้นก็คือ “ความซื่อสัตย์” ผมเคยเห็น competency ตัวนี้จากหลายบริษัท ซึ่งผมเองก็ไม่ได้ว่ามันไม่ดีนะครับ เพียงแต่ตั้งข้อสงสัยว่า เราจะพัฒนาเรื่องของความซื่อสัตย์กันอย่างไร

โดยปกติ Competency นั้นจะกำหนดเป็นชุดของพฤติกรรมที่สามารถที่จะสร้าง หรือพัฒนาได้ หรืออาจจะเริ่มจากพนักงานไม่มีพฤติกรรม หรือไม่มีความสามารถแบบนั้นมากนัก ก็นำมาพัฒนากันต่อไป จนกระทั่งพนักงานมีความสามารถตัวนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การทำงานเป็นทีม การแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจ การให้บริการ ฯลฯ

แต่ Competency เรื่อง “ความซื่อสัตย์” นั้น มันเป็นเรื่องของศีลธรรม ผมก็เลยสงสัยว่า จะมีองค์กรใดบ้างที่รับพนักงานที่ไม่ซื่อสัตย์เข้ามา แล้วทำการพัฒนาให้ซื่อสัตย์มากขึ้นเรื่อยๆ ผมคิดว่าไม่มีธุรกิจหรือองค์กรใดที่ต้องการพนักงานที่ไม่ซื่อสัตย์เข้ามาทำงานหรอกครับ

ดังนั้นเรื่องของความซื่อสัตย์จึงเป็นสิ่งที่องค์กรต้องการอยู่แล้ว ไม่ใช่ Competency ที่จะนำมาวางแผนการพัฒนาให้เกิดพฤติกรรมได้เลย เพราะเราไม่สามารถมากำหนดว่า การโกงเงิน 1 บาทนั้น ซื่อสัตย์กว่าการโกงเงิน 100 บาท เพราะโกงก็คือโกง ไม่ว่าจะโกงเท่าไรก็ตาม

ถ้าบริษัทจะต้องการกำหนด competency จริงๆ ก็ควรจะกำหนดออกมาให้เป็นพฤติกรรมที่ส่งเสริมผลงาน และส่งเสริมให้องค์กรบรรลุเป้าหมายสูงสุด และเป็นพฤติกรรมที่พัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละระดับได้

แต่ถ้าเปลี่ยนจากความซื่อสัตย์ มาเป็นเรื่องของการมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ ผมว่า เรื่องของจรรยาบรรณในวิชาชีพนั้นยังสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้ อาจจะเริ่มจากขั้นต้นก็คือรู้ จากนั้นก็เริ่มที่จะใช้เป็น และเริ่มที่จะทำตนเป็นตัวอย่างที่ดีได้ ซึ่งผิดกับความซื่อสัตย์ ซึ่งมีแค่ ซื่อสัตย์ กับไม่ซื่อสัตย์เท่านั้นครับ

3 ความคิดเกี่ยวกับ "Competency เรื่องความซื่อสัตย์"

Add yours

  1. เห็นด้วยกับอาจารย์ครับ
    บริษัทของผม ก็กำหนด ความซื่อสัตย์ เป็น Core Competency เช่นเดียวกัน

    แต่ในความหมายของ เรา ความซื่อสัตย์ ไม่ได้ มีข้อจำกัด เรื่องการ โกง เพียงอย่างเดียว แต่จะกินความไปถึง ความซื่อสัตย์ ต่อเวลา และ งานที่รับผิดชอบ ด้วย เช่น

    ผู้บังคับบัญชา กำหนด ความซื่อสัตย์ สามารถ ตักเตือนสมาชิกเมื่อกระทำความผิดหลักจรรยาบรรณของหน่วยงานและกฎระเบียบของบริษัทได้

    ซึ่งการที่จะสร้าง ให้มี Core Competency เราก็จะกำหนดให้ ผู้บังคับบัญชา ต้องกำหนด จรรยาบรรณ ของหน่วยงานให้มา สนับสนุน จรรยาบรรณของบริษัท และ มอบหมายให้ ผู้บังคับบัญชา สื่อสาร และ ฝึกอบรม พร้อมประเมินผล เป็นระยะ เพื่อกระตุ้น ให้พนักงาน ประพฤติตาม จรรยาบรรณ นั้น

    และหากพบการกระทำความผิดหลักจรรยาบรรณ ในขั้นตอนการสอบสวน ก็จะให้ผู้บังคับบัญเข้าร่วมด้วย และ มอบหมายให้ การชี้แจง และ กล่าวตักเตือน เป็นบทบาทของผู้บังคับบัญชา ร่วมกับ HR

    Cometency ด้านความซื่อสัตย์ ก็จะสร้างได้ไม่ยาก หากเรา ตีความหมายของพฤติกรรมที่มาสอดรับได้

    ปล ; ความซื่อสัตย์ ที่ไม่โกงนั้น เป็นพื้นฐานโดยทั่วไป แต่ก็นั่นแหละที่ว่า เมื่อมีคนดี ก็จะมีคนไม่ดีมาปะปน เสมอ การกำหนดความซื่อสัตย์ จึงจำเป็นต้องกำหนด วัตถุประสงค์ให้ชัดเจน และครอบคลุมงาน เพื่อให้งาน ดำเนินการตามเป้าหมายที่กำหนด และ องค์กร ปลอดภัย ทั้งทรัพย์สิน และ ข้อมูล โดยสร้างให้ ผู้บังคับบัญชา ทุกระดับ เป็น ตัวอย่าง และ ทำหน้าที่สอดส่องดูแล เปรียบเสมือน หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ตลอดไป
    ดังนั้น Competency จึงถูกนำมาใช้ เพื่อเป็นเบื้องหลัง ในการควบคุม คนไม่ดีในองค์กร ให้ไม่โกง อีกทีหนึ่ง แต่หากไม่กำหนด ความซื่อสัตย์ ด้าน โกง เลย ผลเสีย อันเนื่องมาจาก ไม่มีใคร สนใจ และ คอยดูแล บุคคล อื่นๆ อาจจะเป็นตัวกระตุ้น ให้เกิดการโกงได้ บริษัทเรา จึง จำเป็นต้องกำหนด ความซื่อสัตย์ เป็น Core Competency ที่พนักงานทุกระดับ ต้องมี ในระดับที่แตกต่างกันครับ

  2. คนที่มีความซื่อสัตย์ มักจะมีคนไม่ซื่อสัตย์ปะปนอยู่ด้วย แต่มีอยู่บ่อย ๆ ที่คนที่ซื่อสัตย์มักจะโดนคนที่ไม่ซื่อสัตย์กระทบกระทั่ง เสียดสี หรือต้องโดนคนที่ไม่ซื่อสัตย์เอารัดเอาเปรียบอยู่เสมอ ถ้าเอามาเป็นทฤษฏีเรื่องความซื่อสัตย์/ไม่ซื่อสัตย์มาคุยกันเป็น core competency กันนะค่ะ ดิฉันคิดว่าเราควรที่จะให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรที่ดี ได้ไหมล่ะค่ะ ในสังคมการทำงานปัจจุบันนี้ บางคนเจริญก้าวหน้าด้วยความไม่ซื้อสัตย์ เราเป็นเอชอาร์ก็น่าจะรู้พฤติกรรมของมนุษย์ดีพอสมควร

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑