ไม่จำเป็นต้องลดคุณค่าของคนอื่น เพื่อรักษาคุณค่าของตัวเอง

บทความ · HR Management · ภาวะผู้นำ

⬛ HR Insight

ไม่จำเป็นต้องลดคุณค่าของคนอื่น เพื่อรักษาคุณค่าของตัวเอง

“คนแบบนี้ต้องการแค่เพียงให้คนอื่นอยู่ต่ำกว่า เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่ายังอยู่สูงเท่านั้นเอง”


มีผู้จัดการอีกประเภทหนึ่งครับ

เดินเข้าห้องประชุมด้วยความมั่นใจ พูดเสียงดัง ฟันธงตัดสินใจเร็ว และมีความคิดเห็นแทบทุกเรื่อง แต่สิ่งที่เขาเป็นคือ ความคิดเห็นของคนอื่นมักจะไม่ถูกต้องเสมอ

ลูกน้องเสนอไอเดียใหม่ ๆ มาให้

“คิดมาแค่นี้เองเหรอ”

แผนกอื่นทำงานผิดพลาด

“ผมรู้อยู่แล้วว่าแผนกนี้เอางานนี้ไม่อยู่หรอก”

มีพนักงานคนหนึ่งได้รับคำชมจากผู้บริหาร

“ก็ไม่เห็นจะเก่งขนาดนั้น ก็แค่ฟลุ้ค”

ส่วนถ้าใครทำอะไรได้ดีกว่าตัวเองขึ้นมา เขาจะต้องมีข้อโต้แย้งทันที เช่น

  • ที่คนนั้นได้เลื่อนตำแหน่ง เพราะสนิทกับผู้ใหญ่
  • ทีมโน้นที่ได้ผลงานดี เพราะ Present เก่งแค่นั้นแหละ
  • คนนี้เป็น Talent ได้ เพราะสร้างภาพ
  • อีกคนได้โปรเจกต์ดี เพราะโชคช่วยมากกว่ามั้ง ฯลฯ

โลกของหัวหน้าแบบนี้น่าสนใจครับ เพราะเขามองว่า

ความสำเร็จของตัวเองมักเกิดจาก “ความสามารถ”

แต่ความสำเร็จของคนอื่นมักเกิดจาก “ปัจจัยภายนอก”

และความผิดพลาดของคนอื่นเกิดจาก “นิสัยและความสามารถของคนนั้น”

ส่วนความผิดพลาดของตัวเองเกิดจาก “สถานการณ์มันไม่เอื้ออำนวย”


แต่เรื่องที่หัวหน้าประเภทนี้ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษคือ ภาพที่คนอื่นมองเขา

  • ขับรถต้องหูร ชื่อตำแหน่งต้องดูสมฐานะ ให้รู้ซะบ้างว่าอยู่ระดับไหน
  • ต้องมีห้องทำงานใหญ่โต
  • เวลาแนะนำตัวเอง มักไม่ลืมพูดตำแหน่งเต็ม ๆ ยาว ๆ หรือโปรเจกต์ใหญ่ ๆ ที่เคยทำ แม้จะไม่ได้ทำเองก็ตาม
  • เวลาใครพูดถึงคนใหญ่คนโต ก็จะรีบแทรกว่า “ผมเพิ่งคุยกับเขาเมื่อวานนี้เอง”
  • เวลาลูกน้องได้โอกาสใหม่ ๆ หรือได้รับคำชมจากผู้บริหาร จะรู้สึกไม่สบายใจ เพราะกลัวคนอื่นเห็นว่าลูกน้องเก่งกว่าตนเอง
  • ฯลฯ

ถ้าเราฟังเขาคุยแบบเผิน ๆ เราอาจคิดว่าคนแบบนี้มีความมั่นใจในตนเองสูงมาก แต่ผมกลับคิดว่า บางครั้งมันอาจตรงกันข้ามกันเลย

คนที่มั่นคงในตัวเองจริง ๆ “ไม่จำเป็นต้องลดคุณค่าของคนอื่น เพื่อรักษาคุณค่าของตัวเอง”

เขาสามารถพูดได้ว่า “เรื่องนี้ผมไม่รู้”

เมื่อเห็นว่าลูกน้องเก่งกว่าจริง ๆ ก็พูดได้เต็มปากเลยว่า “คุณเก่งมากจริง ๆ”

สามารถเห็นเพื่อนร่วมงานประสบความสำเร็จโดยไม่ต้องรีบหาเหตุผลมาอธิบายว่า ทำไมความสำเร็จนั้นถึงไม่ได้พิเศษอะไร

นี่ต่างหากที่ผมคิดว่าเป็นความมั่นใจ


ปัญหาของหัวหน้าที่ผูกคุณค่าของตัวเองไว้กับสถานะภาพทางสังคม ตำแหน่ง และภาพลักษณ์ที่ดูสูงส่ง จึงไม่ได้อยู่แค่เรื่อง “น่าหมั่นไส้” แต่เริ่มอันตรายเมื่อมันเข้าไปอยู่ในวิธีบริหารคน

เพราะวันหนึ่งเขาอาจไม่ได้เลือกคนที่เก่งที่สุด แต่เลือกคนที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดีที่สุด

ไม่ได้ชอบลูกน้องที่กล้าคิดต่างจากเขา แต่ชอบลูกน้องที่พยักหน้าเห็นด้วยกับเขา

ไม่ได้ให้โอกาสคนที่มีศักยภาพสูงสุด แต่ให้กับคนที่ไม่ทำให้ตัวเองรู้สึกถูกคุกคาม หรือดูต่ำต้อย

และเมื่อมีดาวดวงใหม่เริ่มสว่างขึ้นมาในทีม แทนที่จะช่วยให้ดาวดวงนั้นสว่างไสวกว่าเดิม เขากลับพยายามหาอะไรมาบังแสงสว่างนั้น หรือไม่ก็ถอดปลั๊กลูกน้องออกซะ


ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ หัวหน้าแบบนี้อาจดูเป็น High Performer มากในสายตาผู้บริหาร

พูดเก่ง Present เก่ง ดูมั่นใจ ตอบคำถามเร็ว รู้จักสร้างภาพลักษณ์ (แบบผิด ๆ) และรู้ว่าเมื่อไรควรเอาผลงานอะไรไปเล่าให้ใครฟัง เพื่อให้ตัวเองได้หน้าเสมอ

แต่ถ้าลองถามลูกน้องที่ทำงานอยู่ใต้เขาดู เราอาจได้เห็นผู้จัดการอีกคนหนึ่งที่ผู้บริหารไม่เคยเห็นเลยก็ได้

“ผู้จัดการที่ชอบเปรียบเทียบ ชอบตัดสินคนอื่นว่าด้อยกว่าตนเอง”

“รับคำวิจารณ์ไม่ได้ มีข้ออ้างเสมอ”

“ต้องดูดีกว่าคนอื่น ดูฉลาดกว่าคนอื่น”

และเริ่มไม่สบายใจทันที เมื่อมีใครในทีมได้รับแสงมากกว่าตัวเอง

คนแบบนี้ต้องการแค่เพียงให้คนอื่นอยู่ต่ำกว่า เพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่ายังอยู่สูงเท่านั้นเอง


อยากฝากไว้ว่า ผู้นำที่ดีนั้น

“ไม่จำเป็นต้องไปลดคุณค่าของคนอื่น เพื่อรักษาคุณค่าของตัวเอง ครับ”

โดย ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร | ที่ปรึกษาด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล | Think People Consulting

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑