สวัสดีครับเพื่อนผู้อ่านทุกท่าน
ในช่วงที่ผ่านมา เวลาผมมีโอกาสได้เข้าไปพูดคุยกับผู้บริหารหรือพี่ ๆ ในสายงาน HR เกี่ยวกับเรื่องการรับน้องใหม่เข้าทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มน้อง ๆ Gen Z มักจะมีประเด็นหนึ่งที่ถูกหยิบยกมาคุยกันบ่อยมากครับ
ประเด็นที่ว่านั้นก็คือ ในขณะที่น้อง ๆ ยุคนี้เก่งเรื่องเทคโนโลยีแบบหาตัวจับยาก (เรียกได้ว่าเป็น Digital Native ของแท้) แต่กลับมีช่องว่าง ของทักษะบางอย่างที่เริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นว่าทักษะเหล่านี้แหละครับที่เป็นสิ่งที่องค์กรในปี 2026 นี้กำลังตามหากันอย่างมาก
วันนี้ผมเลยอยากลองชวนมาคุยกันดูครับว่า ทักษะที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง เผื่อว่าทั้งตัวน้อง ๆ เอง หรือคนเป็นหัวหน้าจะได้ลองเอาไปปรับใช้กันครับ
1. Interpersonal & Face-to-face Communication การอ่านบรรยากาศที่แชทให้ไม่ได้
จริงอยู่ครับว่าน้อง ๆ เก่งเรื่องการสื่อสารผ่านตัวหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นแชท อีเมล หรือโซเชียลมีเดียที่ทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมาก แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือทักษะการสื่อสารแบบเผชิญหน้าครับ
ทักษะการ “อ่านบรรยากาศ” (Reading the room) ในห้องประชุม การสังเกตภาษากาย หรือการเจรจาที่มีเรื่องของ “อารมณ์ความรู้สึก” เข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นสิ่งที่ AI หรือการแชททำแทนไม่ได้ครับ การทำงานร่วมกับคนหลากหลายวัยจำเป็นต้องใช้ความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และการปรับจูนโทนเสียงให้เข้ากับสถานการณ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความร่วมมือที่ยั่งยืน
2. Resilience & Patience ความมุมานะในยุคที่ทุกอย่างทันใจ
เราปฏิเสธไม่ได้ว่าน้อง ๆ เติบโตมาในยุคที่ทุกอย่างสั่งได้เพียงปลายนิ้ว (Instant Gratification) ซึ่งในแง่หนึ่งมันคือความคล่องตัวครับ แต่ในโลกของการทำงานจริง บางโปรเจกต์ต้องใช้เวลาเป็นปี หรือบางปัญหาต้องลองผิดลองถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สิ่งที่องค์กรโหยหาในตอนนีจึงคือ “Grit” หรือความมุมานะครับ น้อง ๆ บางคนพอเจอความล้มเหลวเพียงครั้งสองครั้งก็อาจจะรู้สึกท้อใจได้ง่าย ดังนั้นการฝึกที่จะ “อดทนต่อความผิดหวัง” และลุกขึ้นมาสู้ใหม่ (Resilience) จึงเป็นทักษะที่จะทำให้น้อง ๆ โดดเด่นกว่าใครเพื่อนในตลาดแรงงานครับ
3. Critical Thinking & Synthesis คิดต่อยอดให้ไกลกว่าที่ AI บอก
ในยุคที่ใคร ๆ ก็ใช้ AI หาคำตอบได้ภายในไม่กี่วินาที ทักษะที่กำลังจะหายากขึ้นเรื่อย ๆ คือ การคิดวิเคราะห์เชิงสังเคราะห์ ครับ
โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่การถามว่า “อะไรคืออะไร” (What) เพราะเรื่องนั้น AI ตอบได้เก่งกว่าเราแน่ ๆ แต่สิ่งที่องค์กรต้องการคือการวิเคราะห์ต่อยอดว่า “แล้วเราควรจะทำอย่างไรต่อไป” (Now What) จากข้อมูลมหาศาลที่มีอยู่ในมือ น้อง ๆ ที่สามารถเชื่อมโยงจุดต่าง ๆ เข้าด้วยกัน และเสนอทางออกที่มีความสร้างสรรค์และใช้งานได้จริง จะกลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของบริษัททันทีครับ
สรุปส่งท้าย…
สำหรับน้อง ๆ Gen Z ครับ การเก่งเทคโนโลยีคือ “แต้มต่อ” ที่ดีมากอยู่แล้วครับ แต่ถ้าเราสามารถเติม “ช่องว่าง” ของทักษะด้าน Soft Skills และการคิดวิเคราะห์เหล่านี้เข้าไปได้ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินครับว่าน้อง ๆ จะเป็นกำลังสำคัญที่ทุกองค์กรแย่งตัวกันแน่นอน
ส่วนคนที่เป็นหัวหน้าหรือ HR อย่างพวกเรา หน้าที่สำคัญคือการเป็น “พี่เลี้ยง” ที่คอยช่วยประคับประคองและเปิดพื้นที่ให้น้อง ๆ ได้ฝึกฝนทักษะเหล่านี้อย่างเข้าใจครับ
แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าครับ
ใส่ความเห็น