อยากเป็นผู้นำที่เก่งขึ้น ลองเริ่มจากการ “นอน” ให้พอสิครับ

เรามักจะได้ยินความเชื่อกันมานานว่า “ผู้นำที่ดีต้องทำงานหนัก” ต้องเป็นคนสุดท้ายที่ปิดไฟออฟฟิศ หรือผู้นำบางคนบอกว่า นอนเพียงวันละ 3-4 ชั่วโมงก็พอแล้ว เอาเวลานอนมาทำงาน เพื่อทุ่มเทให้กับงานดีกว่า หลายคนมองว่าความเหนื่อยล้าคือ เหรียญตราแห่งเกียรติยศ ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นและรับผิดชอบ

แต่รู้ไหมครับว่า ในความเป็นจริงแล้ว การอดนอนอาจกำลัง “ทำลาย” บารมีและความสามารถในการนำทีมของคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

เมื่อ สมอง ล้า ภาวะผู้นำ ก็ถอย

งานวิจัยจาก Indiana University และ University of Washington ได้ชี้ให้เห็นประเด็นที่น่าสนใจมากครับว่า เมื่อร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ สิ่งแรกๆ ที่จะหายไปจากตัวผู้นำคือ:

  • การตัดสินใจที่แย่ลง สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนเป็น “หอบังคับการ” หรือ “CEO ของสมอง” จะทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัดครับ เจ้าสมองส่วนนี้รับผิดชอบทั้งการคิดเชิงกลยุทธ์ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และการยับยั้งชั่งใจ เมื่อมันล้าเพราะขาดการพักผ่อน ดุลยพินิจของเราจะเริ่มบิดเบี้ยว เราจะมองข้ามรายละเอียดที่สำคัญ วิเคราะห์ข้อมูลผิดพลาด และอาจตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ แบบวู่วามได้ง่ายขึ้น
  • การควบคุมอารมณ์ต่ำลง เราจะกลายเป็นคน “ใจร้อน” (Impatient) “หงุดหงิดง่าย” (Irritable) และเริ่มแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับคนรอบข้าง (Antagonistic) ที่เป็นแบบนี้เพราะเมื่อเรานอนน้อย สมองส่วนควบคุมอารมณ์จะทำงานไวเกินเหตุครับ ใครพูดอะไรขัดหูนิดเดียว หรือลูกน้องทำงานพลาดเพียงเล็กน้อย เราก็จะพร้อมจะ “ปรี๊ด” หรือแสดงอาการประชดประชันออกมาทันที การขาดความยับยั้งชั่งใจทางอารมณ์นี้เองที่ทำให้บรรยากาศในที่ทำงานตึงเครียด และทำให้ลูกน้องรู้สึกว่าหัวหน้าเป็นคน “เข้าถึงยาก” หรือ “พึ่งพาไม่ได้ในยามวิกฤต”
  • ความคิดสร้างสรรค์หายไป เมื่อสมองล้า เราจะมองหาทางออกใหม่ๆ ได้ยากขึ้น และมักจะยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ที่อาจไม่ได้ผลแล้ว ที่เป็นแบบนี้เพราะสมองคนเราเวลาเหนื่อยจัดๆ มันจะเลือกเปิด “โหมดประหยัดพลังงาน” ครับ คือการหยิบเอาความจำหรือชุดประสบการณ์เดิม ๆ ที่คุ้นเคยมาใช้ซ้ำๆ แทนที่จะยอมเสียพลังงานไปกับการคิดนอกกรอบหรือหาวิธีการใหม่ๆ มาแก้ปัญหา ผลที่ตามมาคือเราจะกลายเป็นผู้นำที่ดู “หัวแข็ง” หรือ “ล้าสมัย” ในสายตาของลูกน้อง ทั้งที่จริงๆ แล้วเราแค่ไม่มีพลังงานเหลือพอจะคิดอะไรใหม่ๆ เท่านั้นเองครับ

ผลกระทบที่คุณมองไม่เห็น (แต่อยู่ในสายตาลูกน้อง)

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดตามที่งานวิจัยระบุไว้ก็คือ ผู้นำส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าความล้าของตนเองส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างอย่างไร

ลองจินตนาการดูนะครับ ถ้าวันนี้คุณนอนไม่พอ แล้วเข้าประชุมด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง พูดจาประชดประชัน หรือตัดสินใจแบบใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นกับทีมงานคือ:

  1. ลูกน้องจะรู้สึกไม่ผูกพัน (Less Engaged) ใครจะอยากทุ่มเททำงานให้หัวหน้าที่พร้อมจะระเบิดอารมณ์ใส่ตลอดเวลา?
  2. พฤติกรรมของทีมแย่ลง เชื่อไหมครับว่า เมื่อผู้นำอ่อนแอและขาดสติ ลูกน้องมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือขาดจริยธรรมในการทำงานมากขึ้น เพราะบรรยากาศการทำงานที่ตึงเครียดทำให้เขาขาดที่พึ่งทางใจและขาดต้นแบบที่ดี

“เมื่อคุณไม่พักผ่อน ทีมงานทั้งทีมคือคนที่ต้องจ่ายค่าปรับราคาแพงแทนคุณครับ”

วิธีแก้ไข: มองการนอนคือ “ความรับผิดชอบ” ต่อทีม

หากคุณอยากเป็นผู้นำที่ลูกน้องรักและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมอยากให้ลองเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการนอนดูใหม่ครับ:

  • อย่ามองว่าการนอนคือการขี้เกียจ แต่มันคือการ “เตรียมความพร้อม” (Preparation) เพื่อให้คุณมีความพร้อมที่สุดในการดูแลผู้คน
  • สังเกตสัญญาณเตือน ถ้าวันไหนเริ่มรู้สึกหงุดหงิดง่าย หรือเริ่มตอบโต้คนอื่นแบบแรงๆ ให้ลองหยุดพัก และสำรวจดูว่าเมื่อคืนคุณให้เวลากับการนอนเพียงพอหรือไม่
  • ตระหนักถึงผลกระทบ ทุกครั้งที่คิดจะอดนอนเพื่อทำงาน ให้ระลึกเสมอว่าความล้าของคุณไม่ได้ทำร้ายแค่ตัวคุณ แต่มันกำลังทำร้ายขวัญและกำลังใจของทีมงานที่คุณรักด้วย

ก่อนจบวันนี้ ผมอยากฝากคำถามไว้ให้ลองคิดดูสักนิดครับว่า…

ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พฤติกรรมการนอนของคุณ กำลังส่งผลต่อบรรยากาศในทีมงานของคุณในแง่บวกหรือแง่ลบมากกว่ากัน

ถ้าคำตอบเริ่มไปทางแง่ลบ คืนนี้ลองปิดไฟให้เร็วขึ้นสักนิด พักผ่อนให้เต็มที่ แล้วคุณจะพบว่า การเป็นผู้นำที่เก่งขึ้นและน่ารักขึ้นนั้น เริ่มต้นได้ง่ายๆ จากการนอนหลับที่มีคุณภาพนั่นเองครับ

ใส่ความเห็น

บลอกที่ WordPress.com .

ขึ้น ↑