คุณเคยสงสัยไหมว่า อะไรคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้ผู้นำคนหนึ่งนำพาธุรกิจทะยานสู่ความสำเร็จ ในขณะที่อีกคน แค่ ‘อยู่รอด’ ไปวัน ๆ
คำตอบไม่ใช่แค่เงินทุน แต่คือ “คุณภาพของการตัดสินใจ” และเครื่องมือสร้างการตัดสินใจคุณภาพสูงก็คือ “การคิดเชิงวิพากษ์” (Critical Thinking)
หลายครั้งที่ผู้นำพลาด ไม่ใช่เพราะพวกเขาโง่ แต่เพราะพวกเขาทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับการคิดเชิงวิพากษ์ นั่นคือ
- ยอมรับทางออกแรกที่เสนอมา เพราะมันง่ายและรวดเร็ว หรือ เห็นชอบตามความรู้สึกที่ตนเห็นด้วย โดยไม่สนใจความคิดเห็นของคนอื่น
- ไม่ใช้เวลาประเมินหัวข้อจากทุกด้าน เพราะคิดว่าตัวเอง ‘รู้ดี’ อยู่แล้ว
ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็ว การตัดสินใจแบบขอไปทีนี้แหละที่กลายเป็น ‘หลุมดำ’ ที่ดูดกลืนความก้าวหน้าขององค์กร
บทเรียนราคาแพง: ผู้นำที่เชื่อมั่นในสัญชาตญาณตัวเองมากเกินไป
ในยุคที่ข้อมูลท่วมโลก (Data Overload) ผู้นำหลายคนมักตกหลุมพรางความรู้สึกดีๆ ที่เรียกว่า “Ego Bias” หรือ “ความเชื่อมั่นในตนเองสูง” (Inner Circle Comfort) พวกเขาเชื่อมั่นในสัญชาตญาณ ประสบการณ์ที่เคยสำเร็จในอดีต หรือคำยืนยันจากคนในกลุ่มที่เห็นด้วยกับพวกเขาเสมอ
ถ้าผู้นำยังเลือกฟังแต่คนที่เห็นด้วยกับความคิดเห็นของตัวเองอยู่ แล้วจะหวังให้องค์กร ‘ก้าวกระโดด’ ไปข้างหน้าได้อย่างไร
ภาวะผู้นำในโลกยุคใหม่ (Modern Leadership) ไม่ได้วัดกันที่ความกล้าตัดสินใจเร็ว แต่วัดกันที่ความกล้าที่จะ “ตั้งคำถามกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อ”
3 อาวุธลับ ที่ผู้นำยุคใหม่ต้องใช้เพื่อ “พัฒนาการคิดเชิงวิพากษ์”
ถ้าไม่อยากให้การตัดสินใจครั้งสำคัญกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ สิ่งที่คุณต้องทำคือการ์ดป้องกันสามชั้นนี้
1. กล้าท้าทาย ‘สมมติฐาน’ ของตัวเอง (Challenge Your Assumptions)
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเดิมพันสูง (High Stakes) ผู้นำที่ดีต้องเป็นคนแรกที่สงสัยในแผนของตัวเอง หากคุณกำลังจะประกาศกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ ให้ถามคำถามที่เจ็บปวดเหล่านี้:
- “ทำไมกลยุทธ์นี้ถึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด… จริงๆ?”
- “ข้อมูลการวิจัยพูดถึงความคาดหวังของเราต่อตลาดในอนาคตว่าอย่างไร? มันสนับสนุนสิ่งที่เราคิดไหม?”
- “ถ้าเราล้มเหลว อะไรคือสมมติฐานที่ผิดพลาดที่สุดของเรา?”
การตั้งคำถามเหล่านี้คือการสวมบทบาทเป็น ฝ่ายค้าน ให้กับแผนของตัวเอง
2. ตรวจสอบ “ตรรกะและข้อสรุป” ด้วยข้อมูล (Validate Logic with Data)
ผู้นำต้องหยุดการตัดสินใจที่อิงตามความรู้สึก หรือเพียงเพราะ ฟังดูเข้าท่า แต่ต้องเปลี่ยนไปอิงตามหลักฐานเชิงประจักษ์มากกว่า
- คำถามสำคัญ: ตรรกะและข้อสรุปของข้อเสนอนั้น ‘ถูกสนับสนุน’ ด้วยข้อมูล (Data) หรือไม่? ตัวชี้วัด (Metrics) ที่เราใช้พิสูจน์นั้นน่าเชื่อถือแค่ไหน?
- คุณสมบัติผู้นำยุคใหม่: คือการเป็น Data-Literate Leader ที่ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ และสามารถเชื่อมโยงตรรกะกับตัวเลขได้อย่างแม่นยำ
3. พุ่งทะยานออกจาก ความเคยชิน ของตัวเอง
เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะสบายใจเมื่อพึ่งพาคนในวงใน ที่มักจะเห็นด้วยกับเรา แต่คนเหล่านี้จะไม่ใช่คนที่ช่วยให้คุณมองเห็นจุดบอด ผู้นำที่ฉลาดจะต้อง:
- ออกไปขอความคิดเห็นจาก ‘คนต่างสายงาน’ หรือ ‘คนต่างพื้นฐาน’: ถามพนักงานในระดับปฏิบัติการ ลูกค้าที่วิจารณ์ หรือผู้เชี่ยวชาญนอกวงการ
- ขอให้พวกเขา ‘ท้าทาย’ ตรรกะของคุณ: อย่าแค่ขอคำแนะนำ แต่ขอให้พวกเขาช่วยเจาะช่องโหว่ในความคิดของคุณ การถูกท้าทายอย่างมีเหตุผลคือสัญญาณของการเติบโต
สรุป Critical Thinking คือความกล้าหาญที่แท้จริง
การเป็นผู้นำที่ “คิดเชิงวิพากษ์” คือความกล้าหาญที่จะ ต่อสู้กับความเชื่อเดิม ๆ ของตัวเอง และ ยอมรับว่าตนเองอาจผิด มันคือการเปลี่ยนจากการเป็นผู้นำที่แค่ ตัดสินใจเร็ว ไปสู่ผู้นำที่ ตัดสินใจถูกต้อง และ เติบโตไม่หยุดยั้ง
อย่าให้ความเชื่อมั่นในตัวเอง กลายเป็นกำแพงปิดกั้นโอกาสขององค์กรคุณ!
ใส่ความเห็น