วันนี้เอานิทานดี ๆ มาฝากอีกเช่นเคยนะครับ เกี่ยวกับความสุขที่เราพยายามหาจากสิ่งใหม่ ๆ ทั้ง ๆ ที่สิ่งที่เรามี ก็ให้ความสุขกับเราอยู่แล้ว แต่เรากลับไม่ค่อยมองมันเลย
ณ หมู่บ้านเล็กแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในหุบเขา มีเสียงเล่าลือมาช้านานว่า ที่ยอดเขาสูงสุดมี “ระฆังทองคำ” แขวนอยู่เพียงใบเดียว เป็นระฆังวิเศษที่เมื่อใครได้ครอบครอง จะได้ยินเสียงแห่งความสุขทุกเช้าเย็น
ชายหนุ่มชื่อ “จิน” เติบโตมากับเรื่องเล่านี้ และตั้งปณิธานว่าต้องปีนขึ้นไปเอาระฆังทองนั้นให้ได้
แม้ชีวิตเขาในหมู่บ้านจะมีความสงบ มีครอบครัวที่รัก มีสวนเล็กๆ และเสียงหัวเราะของลูกในทุกวัน แต่จินกลับรู้สึกว่า… ยัง “ไม่พอ”
“ถ้าข้าได้ระฆังทอง ข้าจะมีความสุขตลอดไป” เขากล่าวกับภรรยาในคืนก่อนออกเดินทาง
เขาใช้เวลาหลายเดือนปีนเขา ลุยป่า ฝ่าพายุ และหลงทางอยู่หลายครั้ง จนในที่สุด เขาก็ไปถึงยอดเขา และพบว่า… ระฆังทองคำแขวนอยู่จริง ดั่งคำเล่า!
แต่มันถูกแขวนอยู่บนแท่นสูง มีป้ายไม้เขียนไว้ว่า:
“หากเจ้าตีระฆังนี้ เสียงแห่งความสุขจะดังเพียงครั้งเดียว แต่ความเงียบจะอยู่กับเจ้าตลอดไป”
จินลังเล แต่สุดท้ายเขาก็อดใจไม่ไหว
เขายกค้อนขึ้น—และตี!
เสียงระฆังดังกังวานไปทั้งหุบเขา มันไพเราะ อิ่มเอม และทำให้เขาน้ำตาไหล แต่เมื่อเสียงสุดท้ายนั้นจางหาย เขาก็ได้ยินเพียง… ความเงียบ
เงียบอย่างแท้จริง
เขาตะโกน—แต่ไม่มีเสียง
เขาลองพูด—แต่ลมหายใจก็ไม่อาจกลั่นออกเป็นถ้อยคำ
เขาเริ่มวิ่ง วิ่งกลับลงเขา
เมื่อกลับถึงหมู่บ้าน เขาพบครอบครัว เพื่อนบ้าน และสวนของเขาเหมือนเดิม แต่ไม่มีใครได้ยินเสียงของเขาอีกต่อไป—รวมถึงตัวเขาเอง
เขานั่งอยู่กลางสวน มองดูลูกเล่นอย่างมีความสุข มองภรรยายิ้มให้โดยไม่รู้ว่าเขามาอยู่ตรงหน้าแล้ว
และในความเงียบนั้น เขากลับเริ่มได้ยินบางอย่างที่เขาไม่เคยฟังมาก่อน—เสียงของปัจจุบัน
ข้อคิดจากนิทาน:
ความปรารถนาในสิ่งที่ยังไม่มี อาจทำให้เรามองข้ามความงดงามของสิ่งที่มีอยู่แล้ว และเมื่อได้มา… มันอาจพาเราไปสู่ความเงียบงันที่ไม่มีวันหวนคืน
บางครั้ง สิ่งที่เราตามหา อาจไม่ใช่สิ่งที่เราขาด แต่เป็นสิ่งที่เรามองข้าม
ใส่ความเห็น