บทบาทของผู้จัดการกับการบริหารคน เพื่อสร้างผลงานที่ดี

เมื่อพูดถึงตำแหน่งผู้จัดการ เวลาถามพนักงานว่า ถ้าคุณได้เป็นผู้จัดการ คุณต้องทำหน้าที่อะไรบ้าง คำตอบที่ได้มาส่วนใหญ่ ก็คือ ต้องกำหนดเป้าหมายของงาน วางแผนการทำงาน ควบคุมการทำงานให้ได้ตามแผนงานและเป้าหมายที่กำหนด ส่วนใหญ่จะมีประมาณนี้ น้อยคนที่จะตอบว่า หน้าที่ของผู้จัดการจะต้องบริหารจัดการพนักงานให้ทำงานให้ได้ตามเป้าหมาย

พอได้ขึ้นตำแหน่งผู้จัดการจริง ๆ ก็เป็นไปอย่างที่ว่าไว้ไม่ผิดเลย ก็คือ จะเน้นไปที่การทำงานให้สำเร็จ โดยไม่สนใจว่า จะต้องบริหารจัดการพนักงานอย่างไร มองแค่เพียงว่า ตนเองในฐานะผู้จัดการจะต้องผลักดันให้งานออกมาให้ได้ เมื่อคิดแบบนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ การควบคุม ดูแล บีบบังคับพนักงานให้ลงมือทำงาน โดยไม่สนใจว่า จะทำได้หรือไม่ได้ ไม่สนใจว่า พนักงานจะรู้สึกอย่างไร เหนื่อยหรือไม่ มีทักษะหรือไม่ ฯลฯ ไม่สน แต่งานต้องเสร็จให้ได้

ถ้าเป็นแบบนี้ รับรองได้ว่า งานถึงแม้จะเสร็จ แต่ก็คงไม่สำเร็จได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้แน่นอน อีกทั้ง ในระยะยาว ก็คงจะไม่มีพนักงานคนไหนอยากทำงานกับผู้จัดการแบบนี้อีกต่อไป แล้วงานในอนาคตจะสำเร็จลงได้อย่างไร ถ้าไม่มีคนทำงานให้

ดังนั้นหน้าที่ที่สำคัญมาก ของคนที่เป็นผู้จัดการก็คือ การบริหารคนที่อยู่ภายใต้การดูแล การบริหารคนในที่นี้ ไม่ใช่แค่เพียงการสั่ง และคุมงาน และตรวจสอบ จากนั้นก็ตำหนิที่ทำไม่ได้ แล้วสั่งใหม่ มันไม่ใช่แบบนั้นเลย สิ่งที่ผู้จัดการที่ดีควรจะต้องทำในการบริหารคนในทีมงาน มีดังต่อไปนี้

  • หาคนเก่ง คนที่เหมาะสมมาร่วมงาน ด้วยบทบาทของการเป็นผู้จัดการที่ต้องมีทีมงาน ปัจจุบันหลายองค์กรให้ผู้จัดการมีบทบาทหน้าที่ในการคัดเลือกพนักงานของตนเองด้วย กล่าวคือ ให้เข้ามาร่วมสัมภาษณ์ คัดเลือก บางแห่งให้สิทธิผู้จัดการในการสรรหาผู้สมัครที่เหมาะสมได้ด้วยตนเอง แต่ต้องผ่านระบบการคัดเลือกของบริษัท ซึ่งผู้จัดการก็จะมีโอกาสในการเฟ้นหาตัวคนเก่งที่เหมาะสมกับการทำงานมากขึ้น ดังนั้น ผู้จัดการที่ดีจะต้องให้ความสำคัญกับการหาคนเก่งเข้ามาร่วมทีม ไม่ใช่มัวแต่หาคนที่แย่กว่าตัวเอง เพราะกลัวว่า ลูกน้องจะเก่งกว่า ความคิดแบบนี้ไม่ถูกต้องในการบริหารคนอย่างมาก

  • แจ้งเป้าหมายและความคาดหวังในการทำงาน หลังจากที่ได้พนักงานเก่ง ๆ มาแล้ว สิ่งที่ผู้จัดการจะต้องทำให้ได้ และสำคัญมาก ก็คือ การบอกกล่าวถึงความคาดหวังของการทำงานว่า เราคาดหวังจะเห็นความสำเร็จอะไรเกิดขึ้นในการทำงานตามตำแหน่งหน้าที่นี้บ้าง บอกให้ชัดเจน และบอกด้วยว่า ถ้าทำงานได้สำเร็จตามเป้าหมายและความคาดหวังแล้วนั้น จะเกิดผลดีอย่างไรกับหน่วยงานและองค์กรบ้าง พนักงานจะได้เห็นภาพ และทำงานได้ตรงตามที่ผู้จัดการต้องการ ผู้จัดการหลายคนที่ปฏิบัติตรงกันข้ามเลยก็มีเยอะ พอได้คนเก่งเข้ามาร่วมทีมแล้ว ก็ปล่อยเลย ไม่มีการคุย บอกกล่าวเป้าหมายของงานเลย บอกแค่เพียงว่า ก็ทำตาม JD (Job Description) ที่เขียนไว้ก็แล้วกัน แค่นั้น พนักงานก็งง ว่าแล้วจะให้ผม/ดิฉันทำแบบไหน ต้องทำแค่ไหน ถึงเรียกว่าดี พอพนักงานไม่ทราบว่าต้องทำอะไรอย่างไร แค่ไหน ก็เดาเอาเอง พอไม่ได้ดั่งใจผู้จัดการ ก็โดนด่า แบบนี้คนเก่งคนอยู่ด้วยไม่นาน

  • บอกถึงผลลัพธ์ และ Feedback ผลการทำงานอย่างสม่ำเสมอ นี่เป็นสิ่งสำคัญมากในบทบาทหน้าที่ของคนที่เป็นผู้จัดการจะต้องคอยบอก และแจ้งถึงความคืบหน้าของการทำงาน อะไรใช่ อะไรไม่ใช่ พฤติกรรมแบบไหนที่ดี แบบไหนที่ไม่ดี และไม่เหมาะกับการทำงาน ผลงานที่ได้ในแต่ละช่วงเวลา เป็นอย่างไร ใกล้เป้าหมายแค่ไหน หรือยังคงห่างไกลอยู่ มีอะไรที่ต้องพัฒนาต่อยอดบ้าง บางอย่างพนักงานอาจจะยังขาดความรู้ทักษะในการทำงาน ถ้าผู้จัดการรับทราบแล้ว ก็ต้องลงมือสอนงาน และให้คำแนะนำพนักงานคนนั้นด้วยตนเอง หรือถ้าตนเองไม่แน่ใจ ก็ช่วยหาแหล่งที่จะพัฒนาพนักงานให้ดีขึ้นก็ได้ ถ้าเราไม่ช่วยให้พนักงานทำผลงานให้ดี เราในฐานะผู้จัดการก็จะไม่สามารถสร้างผลงานที่ดีได้เช่นกัน

และนี่ก็คือ 3 บทบาทสำคัญของตำแหน่งผู้จัดการที่หลายคนลืม และไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก มัวแต่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของงานที่ออกมา โดยลืมไปว่า ผลลัพธ์ของงานจะออกมาดีหรือไม่ดีนั้น อยู่ที่พนักงานที่ตนดูแลอยู่นี่แหละ ถ้าเราสามารถช่วยให้พนักงานแต่ละคนมองเห็นเป้าหมาย และช่วยพัฒนาต่อยอดความรู้ทักษะต่างๆ บอกเขาถึงสิ่งที่ดี และไม่ดีอย่างสม่ำเสมอแล้วล่ะก็ เราจะกลายเป็นผู้จัดการที่ได้ทั้งผลงาน และได้ทั้งใจพนักงาน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: