Coach ที่ดี จะต้องมีทัศนคติที่ดีก่อน

สองวันที่ผ่านมาเขียนเกี่ยวกับเรื่องของการ Coaching ว่าจะสามารถนำมาใช้ในองค์กรจริงๆ ได้อย่างไรบ้าง วันนี้ก็ตามต่อกันมาด้วยตัวคนที่จะเป็น Coach ที่ประสบความสำเร็จจะต้องเริ่มต้นจากอะไรที่เป็นพื้นฐานในความเป็น Coach ประสบความสำเร็จได้

Coach ในที่นี้ จะเน้นไปที่ Performance Coach นะครับ ไม่ใช่ Life Coach เคยสังเกตผู้จัดการ และผู้บริหารในองค์กรของเราบ้างมั้ยครับ ว่า คนที่สามารถพัฒนาให้เป็นโค้ชได้สำเร็จนั้น เขามีอะไรเป็นพื้นฐานที่ดี

บางคนอาจจะตอบว่า ต้องรู้เกี่ยวกับงาน ต้องเก่งเทคนิค ต้องแก้ไขปัญหาได้ ฯลฯ

แต่พื้นฐานที่สำคัญกว่าความรู้ทางด้านเทคนิคก็คือ ทัศนคติที่มีต่อพนักงาน และการสอนงาน นี่แหละครับ

โค้ชที่ดีจะต้องเชื่ออย่างสนิทใจว่า พนักงานทุกคนสามารถพัฒนาได้ ถ้าเจอแนวทางของตนเอง จะกระตุ้นศักยภาพของตนเองให้ฉายแสงออกมาได้อย่างเต็มที่ และต้องมองโลกในแง่บวกมากกว่าลบ

ผมเห็นคนเก่งงาน เก่งเทคนิค หลายคนแล้วที่สอนพนักงานในเรื่องของเทคนิคการทำงาน แต่สอนไปบ่นไป สอนไปก็ดุด่าว่ากล่าวไป สอนไปก็แดกดันกันไปว่า “สอนเท่าไรก็ไม่จำ” หรือ “สอนไปตั้งแยะแต่ทำไมทำได้แค่นี้ สมองมีเท่านี้เองหรือ” ฯลฯ

คำพูดเหล่านี้ไม่ควรจะออกมาจากคนที่เป็น Coach อย่างเด็ดขาด ถ้า Coach มีทัศนคติที่ดี เขาจะเป็นคนที่เข้าใจผู้เรียน รู้ว่า แต่ละคนนั้นมีความเร็วในการเรียนรู้ต่างกัน มีความเข้าใจในเรื่องที่เรียนช้าเร็วไม่เท่ากัน บางคนพูดแค่ครั้งเดียวก็เข้าใจแล้ว แต่บางคนพูดหลายรอบก็ยังงงอยู่ดี ดังนั้น Coach เองจะต้องเข้าใจจุดนี้ และปรับทัศนคติให้สอดคล้องไปกับคนที่เราสอน ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนที่เราสอนนั้นเก่งชึ้น และอยากทำงานมากขึ้น ไม่ใช่สอนจบ คนเรียนก็ลาออกกันเป็นขบวน เพราะโดน Coach ด่ากราด

คนที่เป็นครูก็เช่นกัน ก็ต้องมีทัศนคติที่ดี และมีความใจเย็น พร้อมที่จะให้ความรู้แก่นักเรียน ไม่ว่านักเรียนแต่ละคนจะแตกต่างกันสักแค่ไหน ครูก็พยายามที่จะทำความเข้าใจ และสอนไปตามแนวที่เด็กแต่ละคนเข้าใจได้ง่ายๆ

หลานผมเคยมาบ่นให้ฟังว่าครูที่โรงเรียนนั้นชอบด่านักเรียนว่า “ไม่มีสมอง” “สอนไม่รู้จักจำ” ที่ผมทราบก็เพราะเด็กติดคำนี้มาเลยครับ แล้วเอามาพูดกับเพื่อนๆ ข้างบ้านครับ เราได้ยินเข้าก็เลยถามว่า ไปจำคำพูดนี้มาได้อย่างไร เด็กก็ตอบว่า ครูชอบว่าเพื่อนให้ฟัง

เห็นมั้ยครับ ทัศนคติที่ไม่ดีมันถ่ายทอดกันได้อย่างรวดเร็วเลย ถ้าครู หรือ Coach มีทัศนคติที่ไม่ดีแล้ว สิ่งเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดออกไปโดยไม่รู้ตัว และจะทำให้พนักงานเลียนแบบอย่างที่ Coach เป็น และอนาคตเวลาพนักงานคนนี้ต้องเป็นโค้ชบ้าง เขาก็จะเป็นโค้บในแบบที่ไม่ค่อยดีนัก

ในหลายๆ องค์กรที่ต้องการที่จะปลูกฝังเรื่องของวัฒนธรรมการทำงานที่ดีนั้น เราจะต้องใช้ Coach ที่มีทัศนคติที่ดี และมีความเข้าใจในวัฒนธรรมขององค์กรอย่างถ่องแท้ด้วย ไม่ใช่พูดได้แต่ปาก แต่ไม่เคยปฏิบัติเลยสักนิดเดียว แบบนี้พูดไปให้ตาย คนเขาก็ไม่เชื่อครับ

มีเรื่องราวของทัศนคติอยู่เรื่องหนึ่ง ลูกน้องเดินเข้ามาปรึกษาหัวหน้าเรื่องของระบบการทำงานในบริษัท

“พี่ครับ ทำไมระบบการทำงานของบริษัทเรามันแย่มากเลยล่ะครับ ไม่รู้จักพัฒนาสักที” ลูกน้องบ่น

“นั่นน่ะสิ พี่ก็ไม่เคยเห็นว่าที่นี่มีอะไรที่พัฒนาได้ดีสักอย่าง” ลูกพี่สนับสนุน

“แล้วจะทำยังไงดีละครับ งานก็มีปัญหาตลอดสิครับ” ลูกน้องเริ่มอึดอัด

“ก็คงต้องทำใจอย่างเดียวแหละ จะให้ทำยังไงล่ะ ทำๆ ไปเถอะ อย่าบ่นมากนักเลย” ลูกพี่ตัดบทด้วยความรำคาญ

 

ถ้า Coach มีทัศนคติต่อการทำงานแบบนี้ ผลงานขององค์กรก็คงจะถอยหลังเข้าคลองอย่างแน่นอนครับ

ในทางตรงกันข้าม ลูกพี่ที่มีทัศนคติที่ดีน่าจะพูดว่า

“แม้ว่าระบบงานอาจจะยังไม่ดี ยังมีความลำบากในช่วงแรก แต่เรากำลังอยู่ในช่วงการพัฒนาให้ดีขึ้น น้องเองก็มีฝีมือนี่นา พี่ว่าเรามาช่วยกันพัฒนาให้มันดีขึ้นกันดีกว่า ติดขัดอะไร มานั่งคุยกันได้ พี่สอนให้”

แบบนี้พนักงานจะมีความรู้สึกที่ดีต่อการทำงาน และอยากจะทำงานมากกว่าลูกพี่ที่มีทัศนคติที่ไม่ดีแน่นอนครับ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

บลอกที่ WordPress.com .

Up ↑

%d bloggers like this: