พูดถึงคำว่า Reward Management ผมเชื่อว่าชาว HR ก็ต้องมองถึงเรื่องของค่าจ้างเงินเดือนและสวัสดิการ บางคนมองแค่เรื่องของค่าจ้างเงินเดือนเท่านั้นว่าเป็น Reward ก็เลยวางระบบแค่เพียงเรื่องของการบริหารค่าจ้างเงินเดือนเท่านั้น แล้วจากนั้นก็มองว่าบริษัทตนเองมีระบบ Reward Management ที่ดีแล้ว
วันนี้ก็เลยอยากจะเล่าให้อ่านกันถึงเรื่องขององค์กรประกอบของคำว่า Reward ในยุคใหม่ว่า เขาคิดถึงเรื่องอะไรกันบ้าง
จริงๆ คำว่า Reward นั้น เป็นคำใหม่ที่เพิ่งเอามาใช้ในการบริหารค่าตอบแทนเมื่อไม่กี่ปีมานี้เองนะครับ แต่เดิมเขาใช้คำว่า Compensation บ้าง Wage and Salary บ้าง อย่างไรก็ดีคำว่า Reward นั้นกินความหมายที่กว้างมากๆ ครับ เพราะหมายถึงทุกอย่างที่บริษัทจัดให้กับพนักงาน เพื่อวัตถุประสงค์ให้พนักงานได้รับไปแล้วยินดีทำงานให้กับบริษัทอย่างเต็มความสามารถครับ
วัตถุประสงค์ของการบริหาร Reward ก็เพื่อที่จะดึงดูดและรักษา และจูงใจพนักงานให้ทำงานให้กับองค์กร โดยมุ่งเน้นให้พนักงานเกิดความพึงพอใจในการทำงาน และส่งเอาความพึงพอใจนี้ไปสร้างผลงานที่ดี และเมื่อสร้างผลงานที่ดีแล้ว ก็จะย้อนกลับมารับ Reward ที่ดี ก็จะวนแบบนี้ไปเรื่อยๆ เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงาน
องค์ประกอบของระบบ Reward ในยุคปัจจุบันนั้น เขามองกัน 5 ด้านหลักๆ ดังนี้ครับ
- Compensation หมายถึงเงินเดือนค่าจ้าง ที่ตอบแทนการทำงานของพนักงานซึ่งรวมไปถึงเรื่องของโบนัส และเงินได้อื่นๆ ที่ใช้จูงใจผลงานพนักงาน
- Benefits ก็คือ สวัสดิการ หมายถึงสิ่งที่องค์กรให้กับพนักงานเพื่อที่จะเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เป็นตัวเสริมเรื่องของ Compensation เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินช่วยเมื่อเกษียณอายุ ฯลฯ
- Work-life ตัวนี้เป็นตัวที่ยุคปัจจุบันหลายองค์กรให้ความสนใจมากขึ้น และมักจะจัดให้มีการบริหารชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัวที่สมดุลให้มากที่สุด เช่น การจัดให้มีสถานที่เลี้ยงเด็กในบริษัท การจัดเวลาการทำงานที่ยืดหยุ่น เพื่อให้พนักงานมีเวลาให้กับครอบครัวเมื่อจำเป็น ฯลฯ
- Performance and Recognition ในอดีตเรื่องนี้ไม่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องของ Reward เลย แต่ปัจจุบันมีหลายองค์กรจับเอาเรื่องของผลงาน และการให้ความสำคัญกับผลงานพนักงานเป็นเครื่องมือในการ Reward พนักงาน เช่น มีการกำหนดเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน มีการให้ Feedback เพื่อพัฒนาพนักงานอยู่ตลอด และเน้นการพัฒนาพนักงานอย่างต่อเนื่อง
- Development and Career Opportunity เรื่องสุดท้ายของ Reward ก็คือ การจัดให้พนักงานได้มีโอกาสพัฒนาตนเอง และได้รับโอกาสในการเติบโตในองค์กร ทั้งนี้ก็เพื่อให้พนักงานมีทักษะในการทำงาน เพื่อสร้างผลงานที่ดีขึ้น และเมื่อมีความสามารถที่สูงขึ้น ก็จะมีโอกาสในการเติบโตในบริษัทตามเส้นทางความก้าวหน้าของบริษัทที่ได้จัดทำไว้
ทั้ง 5 ตัวข้างต้น เป็นองค์กรประกอบของ Reward ในการทำงานยุคปัจจุบันที่องค์กรส่วนใหญ่พยายามจัดให้กับพนักงาน แต่อย่างไรก็ดี บางองค์กรก็ยังเข้าใจผิดในเรื่องนี้อยู่มาก เนื่องจากยังเข้าใจว่า Reward ก็คือแค่เงินเดือนและสวัสดิการเท่านั้น อีก 3 เรื่องที่เหลือไม่ค่อยจะมีใครใส่ใจเท่าไรนัก
ถ้าองค์กรอยากที่จะดึงดูดและรักษาพนักงาน และสร้างแรงจูงใจในการทำงานให้กับพนักงานของตนเอง สิ่งที่ต้องสร้างขึ้นมาให้ได้ก็คือ องค์ประกอบของ Reward ที่ได้กล่าวไป
ผมแค่นั่งคิดเล่นๆ ว่า ถ้าเรามีเงินเดือนที่โอเค สวัสดิการที่พอทำให้เราและครอบครัวสบาย มีการส่งเสริมเรื่องของการใช้ชีวิตการทำงานให้สมดุลกับชีวิตส่วนตัว ไม่เครียดแต่เรื่องงาน มีงานที่ท้าทายรออยู่ และเมื่อทำงานได้ก็ได้รับการยอมรับจากนายและองค์กร อีกทั้งมีแนวทางในการพัฒนาตนเอง และส่งเสริมให้เราได้มีทักษะในการทำงานที่สูงขึ้น จากนั้นก็มีเส้นทางให้เราสามารถเติบโตในองค์กรได้อย่างมั่นคง ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ ผมก็ไม่อยากไปไหนหรอกครับ ก็จะอยู่สร้างผลงานให้กับองค์กรอย่างเต็มที่ครับ
ก็หวังว่าจะไม่ได้เป็นแค่ความฝันครับ
ครับ บางองค์การยังมองแค่ ปลายเท้า เท่านั้นไม่สามารถมองไกล
ข้อดี พนัีกงานได้ ผลประโยชน์ ในคนที่ขี้เกียดทำงาน
ส่วนคนที่มีความสามารถ ทยอยออก เพราะว่าองค์การให้ความสำคัญทุกส่วน เท่ากันเกินไป
เรื่องเล็กๆ เส้นผมบังภูเขา องค์การหลายแห่งมองไม่ออก ไม่พยายามแก้ ปล่อยให้เป็นมะเร็งร้าย
ให้เงินเดือนผู้จัดการเยอะ แต่เกรียติศักดิ์ศรีในการทำงาน หรือการวางตัวไม่มี ก็ไม่สามารถดึงคนเหล่านี้ทำงานกับเขาได้ หรืออยู่ แต่ก็อยู่เพราะเงิน แต่ไม่แสดงผลงาน
อันนี้องค์การ เสียหายสุดแต่องค์การก็ พยายามมองข้าม มันเหมือนรั้งๆ กันไว้ ไม่เด็ดขาด
พอจัดหมวดหมู่แบบนี้แล้วเข้าใจชัดเจนเลยครับ นี่ก็คือ สิ่งที่เรียกว่า “Total Rewards” นั่นเอง
การแต่งตั้งโยกย้าย โดยปกติ ถ้าเกิดขึ้นในบริษัทเอกชนจะเป็นการให้รางวัล
แต่พอนำไปใช้ทางการเมือง กลายเป็นการลงโทษไปซะงั้น โดนย้ายไปติดคุกทางราชการในตำแหน่งหรือสังกัดที่นั่งตบยุง